“Blake Resnick” ปั้น “Brinc” ท้าชนโดรนจีน ชิงตำแหน่ง “เจ้าเวหา” ในสหรัฐฯ

“Blake Resnick” ปั้น “Brinc” ท้าชนโดรนจีน ชิงตำแหน่ง “เจ้าเวหา” ในสหรัฐฯ

FORBES THAILAND / ADMIN
03 Apr 2026 | 10:00 AM
READ 110

จีนครอบครองการผลิตโดรนในสัดส่วนสูงถึง 70% ของโลก แต่ Blake Resnick ต้องการจะพลิกสถานการณ์ด้วยการสนับสนุนจาก Sam Altman และ Peter Thiel ณ เวลานี้ Resnick ผู้ก่อตั้ง Brinc วัย 25 ปี กำลังจะทำให้ควอดคอปเตอร์ของเขากลายเป็นตัวเลือกหมายเลข 1 ในใจตำรวจสหรัฐฯ ขอเพียงแค่รัฐบาลกลางออกคำสั่งห้ามสำหรับคู่แข่งสำคัญ


    ณ Queen Creek เมืองในย่านชานเมืองรัฐ Arizona ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Phoenix หญิงสาวคนหนึ่งโทรศัพท์หาตำรวจด้วยอาการตกใจสุดขีด เธอแจ้งว่าแฟนหนุ่มพยายามจะบีบคอเธอ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีไปเสียก่อน

    จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยโดรนโมเดล Responder ของ BRINC ที่สามารถระบุพิกัดของคนร้ายใกล้กับถนนสายหลักได้ภายในเวลา 4 นาที เมื่อตำรวจมาถึง คนร้ายประกาศว่า เขามีอาวุธพร้อมยิง แต่เมื่อโดรนซูมกล้องเข้าไปกลับพบว่า เขาโกหก เมื่อไม่พบปืนดังที่คนร้ายอ้างตำรวจจึงเข้าจับกุม ในเวลาเดียวกันโดรนบินกลับไปยัง “รัง” แท่นชาร์จขนาด 5 x 5 ฟุตบนหลังคาสถานีตำรวจ ประตูโลหะสีขาวปิดลงเหมือนนกกลับรังอย่างไรอย่างนั้น

    ในสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจหันมาใช้โดรนตรวจสอบที่เกิดเหตุอาชญากรรมเพิ่มขึ้นจนเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ยังเป็นเรื่องห่างไกลนั่นก็คือการใช้โดรนที่ผลิตในสหรัฐฯ มีการประเมินว่า DJI ผู้ผลิตโดรนยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนครองตลาดโดรนสำหรับหน่วยงานรัฐบาลและโดรนเพื่อการพาณิชย์ทั่วโลกถึง 70% คิดเป็นมูลค่า 1.86 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 ในขณะที่องค์กรด้านความปลอดภัยสาธารณะมีการใช้โดรนกว่า 80% ของ DJI (และมีเพียง 7% ที่ใช้โดรนจาก Brinc)

    แต่สำหรับ Brinc รวมถึง Blake Resnick ผู้ก่อตั้งวัย 25 ปีแล้ว สิ่งสำคัญคือ โมเดล Responder ของเขาที่ผลิตใน Seattle ไม่ใช่โดรน Shenzhen โดย Resnick กำลังเดิมพันว่า อีกไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ จะหันมาใช้โดรนสัญชาติสหรัฐฯ ไม่ว่าจะโดยสมัครใจหรือจำเป็นก็ตาม เพราะเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมามีการออกคำสั่งห้ามโดรนของ DJI จำหน่ายในสหรัฐฯ ในอนาคต เว้นแต่ NSA หรือหน่วยงานความมั่นคงอื่นจะให้การรับรอง สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่น้อย

    พวกเขาบอกกับ Forbes ว่า อุปกรณ์ของผู้ผลิตชาวจีนนั้นมีราคาถูกกว่า เชื่อถือได้มากกว่า และมีความล้ำหน้าทางเทคนิคมากกว่า โดรนตำรวจที่ทันสมัยที่สุดรุ่นหนึ่งของ DJI คือ Matrice M30T มีราคาประมาณ 1.5 หมื่นเหรียญ เทียบกับโมเดล Responder ของ Brinc ซึ่งเป็นรุ่นใกล้เคียงกัน มีราคาเริ่มต้น 2 หมื่นเหรียญ แม้กระทั่ง Resnick ก็ยังยอมรับว่า DJI สร้างผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ

    อย่างไรก็ตามท่ามกลางความวิตกกังวลด้านความมั่นคงของประเทศย่อมมีโอกาสทางธุรกิจ Brinc และ Resnick เกาะกระแส America First จนทำให้บริษัทมีมูลค่าประเมิน 480 ล้านเหรียญ หลังจากระดมทุนได้ 157 ล้านเหรียญจาก Motorola รวมถึง Index Ventures ใน London และเหล่าเศรษฐีพันล้านอย่าง Sam Altman, Peter Thiel และ Dylan Field ผู้ร่วมก่อตั้ง Figma

    ในการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ Resnick แสดงจุดยืนอย่างเปิดเผย ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องดีเลยที่โลกเสรีกลับครองตลาดโดรนโลกได้ไม่ถึง 5% เขากล่าวจากห้องทำงาน ณ สำนักงานใหญ่ของ Brinc ที่ Seattle เมื่อมองออกไปจะเห็นวิศวกรในเสื้อคลุมสีน้ำเงินยืนเรียงแถวประกอบรังแท่นชาร์จ Responder สุดท้ายแล้ว เราจะเป็น DJI แห่งโลกตะวันตก

    สำเนาประกาศคว่ำบาตรบริษัท (รวมถึงตัว Resnick เอง) จากประเทศจีนถูกอัดใส่กรอบแขวนในห้องทำงาน เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2024 ที่ผ่านมา จีนสั่งห้าม Brinc รวมถึง Resnick (และบริษัทอื่นๆ อีกกว่า 10 แห่ง) ไม่ให้ทำธุรกิจกับจีน หรือเดินทางเข้าประเทศจีน นอกจากนี้ Resnick ยังมีส่วนร่วมในการออกคำสั่งแบน DJI ที่กำลังจะมีผลบังคับอีกไม่นานนี้

    ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเขาทุ่มเงิน 660,000 เหรียญในการวิ่งเต้น รวมถึงควบคุมการใช้โดรนที่ผลิตจากจีนในสหรัฐฯ นับเป็นจำนวนเงินที่สูงเอาการสำหรับบริษัทที่ขาดทุนอย่างหนักและทำยอดขายได้เพียง 5 ล้านเหรียญในปี 2024 จากการประเมินของ Forbes (คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านเหรียญในปี 2025) แลกกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับมากมายมหาศาล หากมีการออกคำสั่งห้ามจำหน่ายจริง จะมีความต้องการอุปกรณ์ของเราเป็นจำนวนมาก Resnick กล่าว ซึ่งเวลานี้หุ้นราว 40% ที่เขาถืออยู่ใน Brinc มีมูลค่า 192 ล้านเหรียญแล้ว

    กลุ่มต่อต้านจีนในสภาคองเกรสหวั่นใจว่าอุปกรณ์ของ DJI อาจมีการนำมาใช้ส่งข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของสหรัฐฯ กลับไปยังจีน แม้บริษัทจะตอบโต้มาโดยตลอดว่าเป็นเพียงข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงก็ตาม Adam Welsh หัวหน้าส่วนงานนโยบายโลกของ DJI กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีสิทธิทุกประการในการเสริมสร้างมาตรการความมั่นคงของประเทศให้แข็งแกร่ง แต่สิ่งนี้จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการที่ถูกต้อง มีความชอบธรรมและโปร่งใส 

    DJI อยู่ระหว่างดำเนินการเช่นเดียวกับ TikTok กล่าวคือ การขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบเทคโนโลยีของตนหรืออนุญาตให้มีการผ่อนผัน (Federal Communications Commission ไม่ตอบกลับคำขอแสดงความคิดเห็นแม้จะมีคำขอไปหลายครั้งก็ตาม)

    แม้ Responder ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2024 อาจจะยังเทียบไม่ได้กับ DJI ตัวระดับบนสุด แต่ก็ไม่ใช่ของไร้คุณภาพ หาก Responder มีแบตเตอรี่เต็มจะรักษาการบินได้นาน 42 นาที และสามารถบินออกจากแท่นชาร์จเพื่อเข้าถึงเหตุฉุกเฉินในรัศมี 2 ไมล์ได้ภายใน 70 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น และใช้เวลาในการชาร์จกลับมาใหม่เพียง 35 นาที

    นอกจากนี้ ยังใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมจากระยะไกลเป็นส่วนใหญ่ แม้ในเมืองที่มีประชากรไม่ถึง 90,000 คนอย่าง Queen Creek โดรน Responder เพียงลำเดียวที่มียังทำงานไม่หยุด พวกเขาเป็นสถานีตำรวจแห่งแรกๆ ของสหรัฐฯ ที่ทดลองใช้ Responder เมื่อเดือนมิถุนายน 

    จนถึงวันนี้ Responder ปฏิบัติภารกิจมาแล้วกว่า 450 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเคสโจรกรรม การล่วงละเมิดทางเพศ การฆ่าตัวตาย และการยิงปืน Responder บินไปถึงจุดเกิดเหตุได้เป็นรายแรก 131 ครั้ง สามารถรับมือกับสถานการณ์โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ 35 ครั้ง เช่น การแจ้งอุบัติเหตุผ่านระบบอัตโนมัติของรถยนต์ (ที่มักพบว่าเป็นการแจ้งเหตุผิดพลาด)

    Randy Brice ตำรวจระดับสูงบอกว่า เขามีแผนที่จะซื้อโดรนทั้งฝูง เนื่องจากโดรนรุ่นเก่าของสถานีตำรวจที่ส่วนใหญ่เป็นของ DJI นั้นไม่ค่อยได้นำมาใช้งานแล้ว เรากำลังหาโดรนของสหรัฐฯ ที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งห้ามใดๆ

    นอกจาก Responder ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อรองรับการแจ้งเหตุผ่าน 911 โดยเฉพาะแล้ว Brinc ยังมีโมเดล Lemur (ราคาเริ่มต้น 10,000 เหรียญ) ที่ออกแบบสำหรับให้หน่วย SWAT ใช้งานภายในอาคาร นอกจากนี้ ยังมี Brinc Ball อุปกรณ์สื่อสารขนาดเท่าลูกซอฟต์บอล (ราคาเริ่มต้น 2,500 เหรียญ) ที่สามารถโยนเข้าไปในเหตุการณ์ที่ไม่สามารถทำการสื่อสารโดยตรงหรือส่งมอบโทรศัพท์มือถือได้โดยสะดวก เช่น สถานการณ์ตัวประกันหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

    จนถึงเวลานี้ Brinc มีลูกค้ากว่า 700 ราย ส่วนใหญ่เป็นสถานีตำรวจ โดยมีสถานีตำรวจราว 100 แห่ง ตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดย่อมที่ซื้อ Responder ไปแล้ว เช่น สถานีตำรวจ Pueblo ใน Colorado ไปจนถึง New York Police Department หน่วยงานตำรวจขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในขณะที่ระดับรัฐบาลกลางอย่าง Immigration and Customs Enforcement (ICE) ก็เลือกใช้ Responder เช่นกัน

    จุดเริ่มต้นของ Brinc ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2017 เวลานั้น Resnick วัย 17 ปีอยู่ที่บ้านใน Las Vegas ขณะเกิดเหตุกราดยิงครั้งใหญ่ห่างออกไปเพียง 20 นาที มือปืนเปิดฉากยิงจากห้องพักชั้น 32 ของโรงแรมแห่งหนึ่งบนถนน Vegas Strip โดยมีเป้าหมายเป็นผู้เข้าร่วมงาน Route 91 Harvest Festival เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 58 คน และบาดเจ็บกว่า 400 คน Resnick ซึ่งหัดสร้างโดรนมาตั้งแต่อายุได้เพียง 10 ขวบไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจจึงไม่ใช้โดรนในสถานการณ์เช่นนี้ เขาระดมคำขอเข้าร่วมประชุมกับสถานีตำรวจทันที

    ณ มื้อกาแฟที่ Einstein Bros. Bagels ร้านในท้องถิ่น ร้อยโท Will Huddler แห่ง Las Vegas Metro Police Department ฟังอย่างแคลงใจขณะที่วัยรุ่นเจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 3 นิ้ว รูปร่างผอมเก้งก้าง มีผมหยิกฟูสีน้ำตาลยืนกรานว่า เขาสามารถสร้างโดรนที่แตกต่างไปจากโดรนที่ผู้บริโภคใช้กันทั่วไปด้วยคุณสมบัติเฉพาะสำหรับหน่วย SWAT ร้อยโท Huddler ตัดสินใจให้โอกาสเด็กหนุ่มโดยให้เวลา 90 วันสำหรับการสร้างโดรนต้นแบบ

    Resnick ลงมือทำงานทันที เขานำส่วนประกอบต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตในจีนมาประกอบเข้าด้วยกันบนโต๊ะอาหารของพ่อแม่ เมื่อถึงวันที่ 86 เขานำอุปกรณ์มาสาธิตต่อหน้าสมาชิกหน่วย SWAT 40 คน การสาธิตอุปกรณ์จบไม่สวยเท่าไรนัก เจ้าหน้าที่คนหนึ่งใช้ผ้าขนหนูสะบัดโดรนร่วงจากอากาศได้ในทันที แสดงให้เห็นว่าโดรนของ Resnick ยังไม่พร้อมเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง

    แต่ Resnick ไม่ยอมแพ้ โดรนคือความหลงใหลล่าสุดของเขา หลังจากที่เขานั่งถอดชิ้นส่วนของเล่น ต่อด้วยไดร์เป่าผมและไมโครเวฟมานานหลายปี การตรวจพบภาวะดิสเล็กเซียตั้งแต่อายุน้อยๆ กลับเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ Resnick ได้เข้าเรียนในชั้นเรียนพิเศษ เขาข้ามชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และใช้เวลาในชั้นมัธยมศึกษาเพียง 1 ปีครึ่ง ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ University of Las Vegas ในวัย 14 ปี ต่อด้วยการฝึกงานที่ McLaren และ Tesla ก่อนจะย้ายไปยัง Northwestern เพื่อศึกษาต่อด้านวิศวกรรมเครื่องกล เขาพักการเรียนไป 2-3 เดือนเพื่อฝึกงานที่ DJI ใน Palo Alto รัฐ California และได้เห็นกับตาว่าผู้นำระดับโลกสร้างอุปกรณ์บินอย่างไร ท้ายที่สุด Resnick ก็ไม่กลับไปเรียนอีกเลย เขาลาออกช่วงต้นปี 2017 เพื่อลองสร้างโดรนด้วยตัวเอง

    3 เดือนหลังจากประสบการณ์อันน่าผิดหวังต่อหน้าหน่วย SWAT ที่ Vegas เขาติดต่อกลับไปอีกครั้ง พร้อมกับโดรนที่สามารถตั้งตรงได้เอง Huddler รู้สึกประทับใจจึงเชิญ Resnick มาร่วมปฏิบัติการกับหน่วย SWAT ซึ่ง Resnick เล่าว่า เขาต้อง ยัดหมวกนิรภัยชนิดพิเศษครอบลงบนทรงผมสวยๆ Resnick กับหน่วย SWAT แห่ง Vegas ร่วมกันพัฒนา Lemur ซึ่งกลายเป็นโดรนเรือธงของเขาในเวลาต่อมา...Brinc ซึ่งย่อมาจาก Blake Resnick Inc. ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2018 โดยมี Vegas Metro เป็นลูกค้ารายแรก

    Brinc ดำเนินกิจการโดยมีบุคลากรเพียงคนเดียวเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่ Resnick จะได้รับทุน 1 แสนเหรียญจากโครงการ Thiel Fellowship ซึ่งจะให้ทุนแก่ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์สำหรับพักการศึกษาระดับวิทยาลัย Brinc ทำรายได้ปีละ 100,000 เหรียญ แต่หากต้องการขยายกิจการ Resnick จะต้องมีทุนเพิ่ม และฮีโร่ของเขาก็ปรากฏตัว เขาคือ Sam Altman CEO แห่ง OpenAI ซึ่งเวลานั้นยังเป็นนักลงทุนสายเทคโนโลยีผู้หิวโหย ครั้งหนึ่งในปี 2020 Resnick ประชุมสายกับเพื่อนของเพื่อนที่กำลังมองหาโอกาสเข้าลงทุน ระหว่างการสนทนาทาง Zoom เพื่อนของเพื่อนซึ่งไม่สวมเสื้อและยังคงอยู่บนที่นอนนั้นกล่าวหยุด Resnick ระหว่างการนำเสนอและบอกว่า เขาจะไม่ลงทุน แต่จะแนะนำให้รู้จักกับคนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงอดีตคนรักของ Altman นั่นเอง

    จากนั้นไม่นาน Altman ส่งอีเมล์ถึง Resnick โดยตรงเพื่อสอบถามรายได้ ลูกค้า กรณีใช้งาน อัตราการเติบโต และจำนวนเงินที่ต้องการระดมทุน Resnick ให้ข้อมูลกลับไปในเวลาเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่ Altman จะตอบกลับมาราว 36 ชั่วโมงให้หลัง "โอเค ผมอยากลงทุน" ตามมาด้วยเช็ค 2 ล้านเหรียญ และยังชวน Alexandr Wang เศรษฐีพันล้านผู้ก่อตั้ง Scale AI เข้าร่วมลงทุนด้วยอีก 150,000 เหรียญ "มันเปลี่ยนชีวิตผมไปเลย ทำให้ผมมีทั้งทุนที่กำลังต้องการและความน่าเชื่อถือ ซึ่งผมนำไปใช้เปิดสำนักงานใหญ่แห่งแรกและจ้างพนักงานชุดแรก

    นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางสู่การระดมทุนรอบต่อไปที่มูลค่าสูงกว่ามาก Wang แนะนำให้ Resnick ได้รู้จักกับ Index บริษัทระดับบลูชิปซึ่งได้กลายมาเป็นผู้นำการระดับทุนรอบซีรี่ส์ A มูลค่า 25 ล้านเหรียญให้กับ Brinc ในปี 2021 และการระดมทุนรอบล่าสุดมูลค่า 75 ล้านเหรียญในเดือนเมษษยนปีที่ผ่านมาขณะที่ Thiel ร่วมลงทุนก้อนเล็กๆ ในปี 2022 ซึ่งเป็นปีที่ Resnick ติดทำเนียบ 30 Under 30 ของ Forbes เขาคือฟองน้ำ Vlad Loktev หุ้นส่วน Index กล่าว การรู้ว่ามีหลายสิ่งหลายให้ต้องเรียนรู้อีกมากเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนที่เปิดบริษัทของตนเองตั้งแต่อายุยังน้อย

    ณ โรงงานขนาด 22,000 ตารางฟุตที่ Seattle ซึ่ง Brinc ย้ายเข้ามาเมื่อปี 2021 Resnick ผลักโดรน Lemur ที่ลอยอยู่กลางอากาศลงพื้นอย่างแรง เหมือนการทดสอบครั้งแรกที่ Vegas PD โดรนส่งเสียงดังหึ่งๆ เหมือนผึ้งจักรกลยักษ์ แต่ยังคงพยุงตัวตั้งตรงและกลับมาบินในระดับสายตา บนอุปกรณ์ควบคุมชนิดมือจับแสดงภาพสดๆ จากกล้องที่ติดตั้งไว้กับโดรน Resnick กดหมายเลขลงบนโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับ Lemur ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ได้จากการเป็นพันธมิตรกับ AT&T, T-Mobile และ Verizon สำหรับลูกเล่นต่อไป Resnick แสดงให้เห็นว่า Lemur สามารถทุบกระจกแตกได้อย่างรวดเร็วด้วยปลายที่ทำจากวัสดุที่มีความแข็งมาก ซึ่งผสมขึ้นจากทังสเตนและคาร์บอน เศษกระจกกระจายทั่วลานจอดรถด้านนอก

    ทุกวันนี้ Resnick ไม่ได้ประจำที่สำนักงานใหญ่มากนัก เขาเดินทางสัปดาห์ละ 3 วันเพื่อนำเสนอ Responder ต่อผู้บังคับบัญชาตำรวจและนายกเทศมนตรี โดยบางครั้ง Huddler จะไปด้วย แม้เวลานี้ Huddler จะเกษียณจาก Vegas PD แล้ว แต่เขายังดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ส่วนงานความสำเร็จของลูกค้าให้กับ Brinc ทำหน้าที่ฝึกอบรมการใช้โดรนให้กับตำรวจอื่นๆ Resnick ประเมินว่า หน่วย SWAT สหรัฐฯ ราว 15% ใช้ Lemur อยู่ในเวลานี้ส่งผลให้ Lemur เป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Brinc

    อย่างไรก็ตามบางคนยังคงไม่เชื่อว่าอุปกรณ์ของ Brinc จะเทียบกับ DJI ได้แม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทดสอบในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่า Kyle Nordfors จาก Mountain Rescue Association แห่งรัฐ Utah ผู้บินโดรนในภารกิจ SWAT และเหนือเทือกเขา Rockies เมื่อนักปีนเขาตกอยู่ในอันตรายกล่าวว่า อุปกรณ์ของ Brinc ยังไม่น่าเชื่อถือ คล่องแคล่ว หรือรวดเร็วพอที่จะเข้าถึงคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ ความเป็นความตาย ได้ อุปกรณ์ของ DJI ดีกว่าทุกด้าน

    เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีข้อคัดค้านที่คล้ายกัน ระยะทำการจะเป็นปัญหาแน่นอน Luis Figueiredo นักบินโดรนตำรวจจาก New Jersey ที่เคยใช้ Lemur มาก่อนกล่าว เขาเสริมด้วยว่า เครื่องมือทุบกระจกนั้น ไม่ได้ผลตามต้องการเสมอไป

ต่อให้ท้ายที่สุด DJI จะถูกสั่งห้ามจำหน่าย แต่ Brinc ยังต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งรายสำคัญในสหรัฐฯ อย่าง Skydio จาก San Mateo รัฐ California ที่สามารถระดมทุนจากบรรดาผู้ร่วมลงทุนมาได้แล้วกว่า 730 ล้านเหรียญ

    รวมถึง Andreessen Horowitz และมีลูกค้าด้านความปลอดภัยสาธารณะอีกกว่า 1 พันราย นับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ICE ซื้อโดรนของ Skydio ไปแล้ว 1.4 ล้านเหรียญ เมื่อเปรียบเทียบกับโดรนของ Brinc ที่พวกเขาเพิ่งควักกระเป๋าจ่ายไป 80,000 เหรียญ ขณะที่ NYPD มีอุปกรณ์ของ Skydio 41 รายการ และมีโดรนของ DJI อีก 40 ลำ โดยมีของ Brinc เพียง 6 ลำเท่านั้น

    โอกาสทางการตลาดที่ชัดเจนสำหรับ Brinc อยู่ที่กลาโหม หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2022 บริษัทได้ส่ง Lemur ไปยัง Kyiv จำนวน 60 ลำ เพื่อให้ความช่วยเหลือปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย แต่นอกจากการประชุมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเพื่อสำรวจความเป็นไปได้แล้ว Resnick กลับไม่ได้เข้าทำสัญญาใดๆ แต่งานของ Brinc ที่ยูเครนก็ช่วยให้บริษัทเข้าใจวิธีสร้างอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้เมื่อความถี่วิทยุและ GPS ถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง

    ช่วงเวลาสงครามของ Brinc อาจมาถึงเข้าสักวัน ผมสนใจการดำรงอยู่ของประชาธิปไตย Resnick กล่าว หากสหรัฐฯ ต้องทำสงครามกับจีนขึ้นมาจริงๆ มันก็คงจะเป็นเหมือนกับวันหลังจากเหตุกราดยิงในเทศกาลดนตรี นั่นคือ Resnick จะไม่ยอมอยู่เฉยๆ




เรื่อง: Zoya Hasan และ Thomas Brewster เรียบเรียง: รัน-รัน

ภาพ: Cody Pickens




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ยุคนิวเคลียร์ใหม่ “Aalo Atomics” ผลิตไฟฟ้าป้อน Data Center โกยเงินรับกระแส AI เฟื่องฟู

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมีนาคม 2569 ในรูปแบบ e-magazine