นักร้องเพลงคันทรี่ผู้โด่งดังอย่าง Blake Shelton ไม่ได้สนใจว่าตนจะมีเพลงฮิตหรือจะเปิดธุรกิจเพิ่มอีกสักกี่อย่าง แต่เขากลับเลือกใช้ชีวิตฟาร์มแสนสุขบนพื้นที่ 1,300 เอเคอร์ในรัฐ Oklahoma มากกว่า
Blake Shelton นั่งสวดภาวนาอยู่ลำพังบนม้านั่งยาวภายในโบสถ์เก่าแก่อายุนับร้อยปีใน Pasadene รัฐ California ควันและแสงไฟสาดเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันมืดมิดแห่งนี้ ในขณะที่กล้องเคลื่อนที่รอบตัวเขาเพื่อถ่ายทำวิดีโอสำหรับผลงานเพลงล่าสุด “Let Him In Anyway” เพลงนี้เป็นแนวบัลลาด ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปเมื่อเร็วๆ นี้
ซึ่งชีวิตนิรันดร์ยังเป็นสิ่งที่น่ากังขา ทว่าผู้กำกับมิวสิกวิดีโอมีแนวคิดที่จะเติมความหวังบางอย่างลงในฉากโดยที่เนื้อเพลงไม่ได้กล่าวไว้ เขาสั่งการให้ทีมงาน 2 คนเปิดประตูโบสถ์ในขณะที่เพลงดำเนินมาถึงท่อนจบ เผยให้เห็นแสงอาทิตย์ของ California สาดเข้ามา ซึ่งมีความหมายเป็นนัยว่า การสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าได้รับการตอบรับ
Shelton ให้สัมภาษณ์กับ Forbes ว่า “ผมพยายามตัดสินใจทุกอย่างโดยรับฟังสิ่งที่คนอื่นพูด เราจะปรับเปลี่ยน และถ้ามันดีก็ดีไป แต่ถ้ามันไม่ดีก็จะไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นนอกจากตัวคุณเอง”
นักร้องเพลงคันทรี่ยอดนิยมวัย 50 ปีผู้นี้เอ่ยถึงทุกธุรกิจของเขาด้วยความถ่อมตัวเช่นเดิม แต่ผู้คนที่ทำงานใกล้ชิดกับเขาที่สุดกล่าวกันว่า จงอย่าดูถูกหัวคิดธุรกิจของชายผู้มีเพลงติดอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงฮิตของสถานีเพลงคันทรี่มากถึง 31 เพลง เป็นเจ้าของเชนร้านอาหารระดับประเทศ ก่อตั้งบริษัทโปรดักชั่นใน Hollywood และถือครองทรัพย์สินส่วนตัวที่ Forbes ประมาณการว่ามีมากกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Colin Reed เพื่อนสมัยเด็กของ Shelton และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร Ryman Hospitality Properties ใน Nashville รัฐ Tennessee กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเขาจะสวมบทบาทเด็กหนุ่มบ้านๆ ผู้ติดดิน แต่ความจริงแล้วเขาเป็นชายหนุ่มผู้ชาญฉลาด ผมนับถือสัญชาตญาณของเขาอย่างมาก และคิดว่าเขาพอใจตัวตนที่สร้างสมมานานหลายปีแบบนี้ และมันก็เป็นตัวตนตามธรรมชาติของเขาด้วย แต่ผมคิดว่าเขาคิดและใส่ใจกับเรื่องนี้อยู่มากเหมือนกัน”
ในแง่มุมเส้นทางอาชีพของ Shelton มันถูกกำหนดโดยการชักเย่อกันระหว่างธุรกิจบันเทิงและการเลือกใช้ชีวิตล่าสัตว์ ตกปลา และทำฟาร์มใน Tishomingo รัฐ Oklahoma ที่ซึ่งเขาพำนักในฟาร์มขนาดใหญ่กับภรรยาซึ่งเป็นนักร้องเพลงป๊อบชื่อดังระดับโลกอย่าง Gwen Stefani
“ผมไม่สนใจเลยถ้าต้องพลาดโอกาสดีๆ ไปเพียงเพราะไม่ได้ตอบข้อความหรือรับโทรศัพท์ นี่เป็นเพียงหนทางเดียวที่ช่วยให้ผมยังรักษาสติและความสมดุลของตัวเองไว้ได้” Shelton กล่าวถึงช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น
การพยายามสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานของ Shelton ทำได้ง่ายกว่ามากในช่วงก่อนปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาได้รับเลือกเป็นโค้ชในรายการใหม่อย่าง The Voice ซึ่งเป็นความพยายามของ NBC ในการโค่นรายการเรตติ้งสูงของ Fox อย่าง American Idol โดย The Voice กลายเป็นรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดในช่วงไพร์มไทม์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว และ Shelton ก็กลายเป็นคนดัง ผู้ชมชื่นชอบความหัวไวและเคมีแบบ “คู่กัดต่างขั้ว” ของเขากับโค้ชคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Adam Levine
ในขณะที่ศิลปินมากหน้าหลายตาสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นนั่งเก้าอี้โค้ชทั้ง 4 ตัว แต่ Shelton คือเสาหลักของรายการ The Voice ตลอด 23 ซีซั่นแรก ซึ่งออกอากาศถึง 2 ซีซั่นต่อปี นับตั้งแต่ปี 2012-2023 Shelton ลงเอยด้วยการทำเงินได้ 26 ล้านเหรียญต่อปีโดยประมาณจากการร่วมงาน ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นพร้อมกันกับช่วงที่เขาสร้างสรรค์ผลงานมากที่สุดในฐานะศิลปินเพลงเช่นกัน
โดย Shelton ปล่อยเพลงซึ่งติดอันดับ 1 มากถึง 20 เพลงในช่วงระยะเวลา 11 ปีนี้ รวมถึงเพลงฮิตยอดขายระดับแพลตินัมอย่าง “God Gave Me You,” “Boys ‘Round Here” และ “God’s Country” ในปี 2021 Shelton ขายสิทธิในต้นฉบับเพลงเหล่านี้ให้กับผู้ลงทุนในลิขสิทธิ์เพลงอย่าง Influence Media Partners ไปในราคาประมาณ 50 ล้านเหรียญ

Reed เป็นคนแรกที่ชี้ช่องทางทำเงินจากชื่อเสียงของ Shelton เขาเคยบอกกล่าวกับเขาว่า “คุณควรมองตัวเองในฐานะแบรนด์” ทั้งคู่ลงขันกันทำธุรกิจหลังจากที่ Shelton หย่าขาดจากนักร้องเพลงคันทรี่อย่าง Miranda Lambert ในปี 2015 โดยซื้อร้านเสื้อผ้าหรูของเธอใน Tishomingo และเปลี่ยนเป็นร้านอาหารและบาร์ที่มีชื่อตามหนึ่งในเพลงดังประจำตัวของเขาอย่าง “Ole Red”
Shelton ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก Ryman Hospitality ได้เปิดร้าน Ole Red เพิ่มอีก 5 แห่ง ซึ่งรวมถึงสาขาใน Nashville, Orlando และ Las Vegas โดย Forbes คาดว่า การจัดการดังกล่าวนี้ทำเงินให้เขาได้ราว 400,000 เหรียญเป็นค่าลิขสิทธิ์ในแต่ละปี โดยเขาจะได้รับเงินเพิ่มทุกครั้งที่หุ้นส่วนเปิดร้านสาขาเพิ่มในเมืองใหม่
Reed กล่าวว่า เขาเฝ้าติดตามความก้าวหน้าในอาชีพการงานของ Shelton โดยดูจากยานพาหนะที่ใช้เดินทางมาทริปล่าสัตว์ที่ Mississippi โดยเมื่อ 20 ปีก่อน Shelton ใช้รถกระบะสุดโทรมแต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเครื่องบินเจ็ต Gulfstream G450
อย่างไรก็ดีชื่อเสียงที่ทวีขึ้นของ Shelton ก็มีราคาที่ต้องจ่าย กับตารางงานอันเต็มเหยียดซึ่งบังคับให้เขาต้องพยายามอัดเพลงในห้องบันทึกเสียงให้แล้วเสร็จ บวกกับการจัดทัวร์คอนเสิร์ตในช่วงเดือนที่ว่างเว้นจากการถ่ายทำรายการครั้งละ 8 สัปดาห์ ปีละ 2 รอบใน Los Angeles ซึ่งห่างไกลจาก Oklahoma จนผลาญทั้งแรงกายและแรงใจ
Shelton กล่าวว่า ตัวเขาเคยพบเจอกับภาวะหมดไฟครั้งใหญ่ เขายุติบทบาทใน The Voice ในปี 2023 และในค่ายเพลงที่ทำงานร่วมกันมายาวนานอย่าง Warner Music Nashville ในปีถัดมา และใช้เวลาเกือบ 2 ปีไปกับการหยุดพักอยู่เฉยๆ
“ผมแค่หยุดทุกสิ่งทุกอย่างและกลับบ้าน ผมคิดว่าไม่มีใครเชื่อหรอกตอนที่ผมบอกว่าจะกลับไปอยู่ฟาร์ม และจะอยู่แค่ที่ฟาร์มเท่านั้น แต่สุดท้ายนั่นคือสิ่งที่ผมทำจริงๆ” Shelton กล่าว
โทรศัพท์จาก Post Malone ในปี 2024 คือสิ่งที่เรียกเขากลับคืนสู่วงการเพลงอีกครั้ง ไฟในตัวศิลปินรุ่นน้องและการร่วมงานกันผ่านบทเพลง “Pour Me a Drink” ซึ่งปัจจุบันมียอดสตรีมกว่า 250 ล้านครั้งบน Spotify สร้างแรงบันดาลใจให้เขาหวนกลับมาสร้างสรรค์ผลงานเพลงอีกครั้ง เขาตกลงเซ็นสัญญาทำเพลงฉบับใหม่กับ BBR Music Group ในเดือนกันยายน ปี 2024 และออกอัลบั้มในปีที่ผ่านมา โดยซิงเกิล “Texas” พาเขากลับขึ้นแท่นศิลปินเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 อีกครั้ง
Shelton ยังหวนคืนวงการโทรทัศน์ในแบบของตัวเองด้วย เขาร่วมกับอดีตโปรดิวเซอร์รายการ The Voice อย่าง Lee Metzger ก่อตั้ง Lucky Horseshoe Productions และตั้งใจจะรังสรรค์สิ่งที่ Metzger เรียกว่า “รายการสำหรับรัฐไกลปืนเที่ยง” ผลงานชิ้นแรกของพวกเขาคือ รายการประกวดเพลงคันทรี่ที่มีชื่อว่า The Road ซึ่งร่วมสร้างกับ Taylor Sheridan ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Yellowstone และ Landman พวกเขายังวางแผนจะผลิตรายการทั้งแบบมีสคริปต์และไม่มีสคริปต์อีก 5-6 รายการ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนารูปแบบรายการอีกด้วย
แม้ว่าการแสดงประจำที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ที่ Caesars Palace ใน Las Vegas อาจดูเหมือนเป็นการละทิ้งชีวิตแบบเนิบช้าที่เขาโหยหา แต่ Shelton กล่าวว่า เขาสามารถเข้าถึงผู้ชมได้ลึกซึ้งมากกว่าในสถานที่จัดแสดงขนาดเล็กกว่า หรืออย่างน้อยก็เล็กกว่าโชว์ของศรีภรรยาซึ่งจัดขึ้นที่ The Sphere ในย่าน Las Vegas
เมื่อถามถึงอนาคต Shelton กล่าวว่า เขาเริ่มลังเลที่จะรับงานหรือธุรกิจใหม่ๆ จนเหมือนเป็นการจับปลาหลายมือ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่กระตือรือร้น Shelton กล่าวว่า เขาต้องการเปิด Ole Red สาขาใหม่ และสร้างโชว์สุดฮิตเพิ่มขึ้น หรือทำให้ธุรกิจเหล่านี้ “เติบโตที่สุดเท่าที่ทำได้”
“ทุกวันนี้ผมดำเนินชีวิตมาจนถึงจุดที่คิดว่า ถ้าผมต้องเสียสละเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตใน Oklahoma เพื่อแลกกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นจะต้องมีความหมายจริงๆ” Shelton กล่าว

เรื่อง : MATT CRAIG เรียบเรียง : ริศา
ภาพ : ETHAN PINES
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Rick Workman “ทันตแพทย์พันล้าน” ผู้เปลี่ยนคลินิกห้องใต้ดิน สู่เครือข่ายทำฟันเบอร์ 1 ของอเมริกา


