หลังผ่านจุดตรวจความปลอดภัยสนามบิน ด่านต่อไปสำหรับ Caryn Seidman Becker เศรษฐีพันล้าน CEO ของ Clear คือการนำข้อมูลชีวมาตรมาใช้อำนวยความสะดวกในการนัดหมายแพทย์ เข้าชมการแข่งขันเบสบอล และเรื่องอื่นๆ ในชีวิต
ณ Newark International Airport เช้าวันอังคาร เวลา 06.00 น. นักเดินทางเพื่อธุรกิจนับสิบๆ คนตัดแถวตรวจความปลอดภัยของ TSA ที่ปกติต้องใช้เวลาถึง 15 นาที โดยใช้แอป Clear ที่มีกล้องอันล้ำสมัยสแกนใบหน้าและประมวลผลข้อมูลชีวมาตรเพื่อยืนยันตัวตน ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูกขากรรไกร ความลึกของเบ้าตา และความโค้งของริมฝีปาก เพียงไม่กี่วินาทีพวกเขาผ่านจุดตรวจความปลอดภัย (อย่างน้อยก็ในส่วนของการตรวจเอกสารประจำตัว) มุ่งหน้าสู่จุดวางกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าหิ้วเพื่อตรวจหาระเบิดและของเหลวต้องห้าม
ด้วยค่าบริการเพียงปีละ 209 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนับว่าเล็กน้อยมากๆ สำหรับนักเดินทางขาประจำ Clear ช่วยให้กระบวนการในสนามบินเร็วขึ้นเล็กน้อย ลดความยุ่งยากลงสักหน่อย และอาจทำให้คนต่อแถวที่ช้ากว่าบ่นอุบเอาได้ แต่สมาชิก Clear ทั้ง 8.2 ล้านคนถูกใจเอามากๆ บริษัทวัย 16 ปีแห่งนี้เคยต้องดิ้นรนอย่างหนักในช่วงแรก แต่เวลานี้พวกเขาเป็นผู้เล่นรายสำคัญที่ทำกำไรได้ในอาคารผู้โดยสาร ด้วยรายได้ 900 ล้านเหรียญ คิดเป็นกำไรสุทธิ 168 ล้านเหรียญในปี 2025
“ฉันคิดว่าหลายคนยังประเมินความยุ่งยากในการเดินทางและความต้องการการอำนวยความสะดวกของนักเดินทางต่ำเกินไป” Caryn Seidman Becker CEO วัย 53 ปี ผู้เข้าซื้อสินทรัพย์ของบริษัทในภาวะล้มละลาย พร้อมด้วยลายนิ้วมือ 190,000 คนมาในราคา 6 ล้านเหรียญในช่วงวิกฤตการเงินกล่าว
Clear บริษัทจากนคร New York จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2021 ปัจจุบันให้บริการในสนามบิน 60 แห่งทั่วสหรัฐฯ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 7.8 พันล้านเหรียญ คิดเป็นผลตอบแทนให้กับ Caryn และผู้ลงทุนรายแรกๆ กว่า 1,000% ทั้งนี้หุ้น 14.5% ของเธอมีมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านเหรียญได้ส่งให้เธอเกาะกลุ่มเศรษฐีพันล้านหญิงที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตนเอง 44 คนของสหรัฐฯ
แต่ใช่ว่า Clear จะไร้ข้อจำกัด ในสหรัฐฯ มีคนเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่เดินทางบ่อยมากพอที่จะคุ้มค่ากับการจ่ายค่าบริการ ในปี 2025 Clear มีสมาชิกที่ยังคงใช้งานสนามบินเพิ่มขึ้นเพียง 6% อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่บนความไร้สมรรถนะของรัฐบาลเป็นสำคัญ หาก TSA แปรสภาพเป็นบริษัทเอกชน หรือระบายแถวผู้โดยสารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (อย่าเลย!)
“หากกระบวนการของรัฐบาลมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์ขึ้นมาเมื่อไรย่อมกระทบต่อธุรกิจของ Clear อย่างแน่นอน” Justin Oberman CEO ของ Airspace Data น้องใหม่ประจำอุตสาหกรรมการบินที่มีบทบาทในการจัดตั้ง TSA หลังเหตุการณ์ 9/11 กล่าว “โดยพื้นฐานแล้วบริการที่ได้ก็แค่ลัดคิว”
นอกจากนี้ Clear ยังต้องพึ่งพา American Express กล่าวคือ ผู้ถือบัตร Platinum ที่ยอมจ่ายเงินปีละ 900 เหรียญจะได้รับบริการ Clear เป็นของแถม บรรดานักวิเคราะห์ประเมินว่า สมาชิก Clear มาจากบัตร AmEx ถึงเกือบครึ่งหนึ่ง แม้ว่าฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา Clear จะเพิ่งต่อสัญญากับ AmEx ไปอีกหลายปี แต่ Caryn ต้องมีช่องทางการเติบโตใหม่ๆ หนึ่งคือ การรับสมัครสมาชิกประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าสหรัฐฯ อีกด้านหนึ่งคือ การให้บริการยกสัมภาระแก่ผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
นอกจากนี้ เธอยังทำเงินจากสมาชิกบริการ TSA PreCheck แม้ไอเดียของเธอจะดีไม่มีที่ติ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ Caryn จึงตั้งใจจะเปิดให้บริการแก่อุตสาหกรรมที่ต้องใช้กระบวนการยืนยันตัวตน ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มขนาดใหญ่อย่างนึกไม่ถึง Grand View Research บริษัทที่ปรึกษาจากเมือง San Francisco ประเมินว่า ตลาดเฉพาะกลุ่มนี้จะสามารถสร้างรายได้ถึง 3.4 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2030
เวลานี้บริการของ Clear สามารถใช้เข้าชมการแข่งขันที่ Yankee Stadium และสนามกีฬาอีก 8 แห่งทั่วประเทศ ใช้ยืนยันตัวตนในการเข้าใช้ Docusign, LinkedIn หรือ Uber และเช่าเครื่องแย็กหรือรถกระบะจาก Home Depot ซึ่ง Caryn ดำรงตำแหน่งกรรมการอยู่ด้วย “เราอยากให้คนใช้ Clear เพิ่มขึ้น จาก 12 ครั้งต่อปีเป็น 12 ครั้งต่อวัน”
เป้าหมายใหม่ที่ใหญ่ที่สุดคือ อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ กลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในรัฐ Georgia, New York, New Jersey และ Louisiana ต่างทำสัญญาใช้บริการ Clear โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการสถานพยาบาล เข้ารับการผ่าตัด หรือรับการบำบัดด้วยคีโม
Hackensack Meridian อาณาจักรโรงพยาบาลในรัฐ New Jersey ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาล 18 แห่งใช้ Clear เพื่อกู้คืนรหัสผ่านบัญชี MyChart ของผู้ป่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น Wellstar หนึ่งในระบบสุขภาพขนาดใหญ่ที่สุดแห่งรัฐ Georgia โดยให้บริการแก่ผู้ป่วย 1.3 ล้านคน ได้บรรจุเทคโนโลยียืนยันตัวตนของ Clear ไว้ในตู้เช็กอินอัตโนมัติประจำแผนกต่างๆ และคลินิกรวมกัน 264 แห่ง ช่วยประหยัดเวลาการทำงานของพนักงานต้อนรับได้นับพันๆ ชั่วโมง พร้อมลบข้อมูลสุขภาพที่ซ้ำซ้อนกันออกไปได้นับร้อยๆ รายการ ซึ่งปกติแล้วแต่ละรายการต้องใช้เวลาสะสางหลายชั่วโมง
Wellstar กำลังขยายบริการ Clear ไปยังโรงพยาบาลทุกแห่งที่ตนเป็นเจ้าของ โดยที่ Clear ตระหนักดีว่า ประเด็นความวิตกกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลในแวดวงการดูแลสุขภาพนั้นอาจสำคัญยิ่งกว่าที่สนามบินหรือ Home Depot เสียอีกพวกเขาจึงไม่เคยขายข้อมูลใดๆ ให้กับใครเลย
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Clear คว้าสัญญามูลค่า 6 ล้านเหรียญกับ Medicare ช่วยให้ผู้ป่วยใหม่สามารถลงชื่อเข้าใช้งานบัญชีด้วยภาพเซลฟีแทนรหัสผ่าน “ถ้าคุณสามารถใช้แค่ใบหน้าและระบบรับรู้ได้ว่าเป็นคุณจะทำให้มันง่ายขึ้นมาก” Amy Gleason ที่ปรึกษาพิเศษประจำ Centers for Medicare and Medicaid Services (CMS) กล่าว
นับเป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญต่อ Clear เป็นอย่างยิ่ง เพราะ Medicare รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลถึง 1 ใน 5 ของค่ารักษาพยาบาลทั้งประเทศ Bob Garrett ซึ่งเป็น CEO ของ Hackensack Meridian บอกว่า การอนุมัติของ Medicare อาจ “เปิดประตูให้เทคโนโลยีดังกล่าวกลายเป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบบริการดูแลรักษาสุขภาพทั่วประเทศ”
กว่าทศวรรษแล้วที่ Caryn พูดถึง Clear ในฐานะบริษัทอัตลักษณ์ดิจิทัลมาโดยตลอด ในการประชุมพนักงานเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ณ สำนักงาน Clear ใน Manhattan เธอเผยสไลด์นำเสนอผลงานยุคแรกสุดชุดหนึ่งในปี 2010 เพื่อตอกย้ำว่า เธอมองว่า Clear เป็นมากกว่าเพียงบริษัทในสนามบิน
เธอบอกว่า “ฉันเป็นนักสะสมข้อมูลดิจิทัล” น้อยคนนักที่จะรับฟังสิ่งที่เธอพูดจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ “เมื่อก่อนแนวทางต่างๆ มากมายที่คิดไปไกลกว่าการเดินทางมันไม่ได้ผล” Wyatt Swanson นักวิเคราะห์ประจำ D.A. Davidson กล่าว “ผมมองว่าต่อให้สัญญากับ CMS จะยังสร้างรายได้ก้อนโตไม่ได้ในปี 2026 แต่มันก็น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้”
การฉ้อโกงอัตลักษณ์บุคคลที่ระบาดอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี AI เป็นเครื่องมือ ประกอบกับการทำงานที่บ้าน กลายเป็นโอกาสสำหรับ Clear ที่นอกเหนือไปจากแวดวงการดูแลสุขภาพ ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องตรวจสอบว่าพนักงานที่จ้างมาไม่ใช่มิจฉาชีพ และคนที่ลงชื่อเข้าใช้ระบบการทำงานเป็นพนักงานตัวจริง เช่น T-Mobile ใช้บริการ Clear เพื่อยืนยันตัวตนพนักงาน 75,000 คน “คุณต้องปักหลักรออยู่ใต้แป้นนานๆ ซึ่งในเรื่องนี้พวกเรามาถูกทางแล้ว”
ธุรกิจนอกสนามบินของ Clear ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ในการจัดทำงบดุลบริษัทยังไม่ทันได้แยกตัวเลขทางการเงินส่วนเล็กๆ นี้ออกมาด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามธุรกิจในส่วนนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2025 บริษัทมีผู้ใช้บริการ 41 ล้านคนทั้งลูกค้าสนามบินและลูกค้าองค์กร เติบโตถึง 31% ในรอบ 1 ปี โดยมียอดจองของลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น 5 เท่า ตลาดเองก็ชอบฟังเรื่องเล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ AmEx ไม่ทอดทิ้ง Clear หลายต่อหลายปีที่หุ้น Clear วนเวียนอยู่แถวๆ ราคาเพียงครึ่งหนึ่งของราคาปิด ณ วัน IPO เมื่อปี 2021 ที่ 40.43 เหรียญ แต่ในปีนี้หุ้นของพวกเขาเติบโตถึง 70% แล้ว เมื่อเทียบกับ Nasdaq ที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 13%
Caryn เกิดที่รัฐ Maryland โดยมีพ่อแม่เป็นข้าราชการทั้งคู่ เธอศึกษาด้านรัฐศาสตร์ที่ University of Michigan ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในสายการเก็งกำไรโดยมีความเสี่ยง (risk arbitrage) ในปี 2002 ขณะที่กำลังตั้งครรภ์ในวัย 29 ปี เธอรวบรวมเงินได้ 60 ล้านเหรียญเพื่อจัดตั้งกองทุนป้องกันความเสี่ยงที่มีชื่อเรียกว่า Arience Capital
ยังไม่ทันพ้นปี 2007 สินทรัพย์ภายใต้การจัดการของ Arience เติบโตขึ้นแตะ 1.5 พันล้านเหรียญ ให้ผลตอบแทนสุทธิต่อปีประมาณ 12% แต่แล้วก็เกิดวิกฤตการเงินจนส่งผลให้ผลตอบแทนลดลง 18% ด้วยความหวั่นใจกับทิศทางของตลาด Caryn ตัดสินใจชำระบัญชีกองทุนเกือบทั้งหมด พร้อมกับคืนเงินให้นักลงทุน
ขณะเดียวกัน Clear ซึ่งก่อตั้งโดย Steven Brill ผู้ก่อตั้ง Court TV หลังเหตุการณ์ 9/11 กำลังล้มครืนภายใต้กองหนี้สิน เขาถูกนักลงทุนบีบให้ต้องทิ้งบริษัท อย่างไรก็ตาม Caryn กลับเชื่อมั่นในศักยภาพและตัดสินใจเข้าซื้อ Clear ขณะที่อดีตพนักงานกลุ่มหนึ่งก็ต้องการซื้อบริษัทเช่นกัน Caryn ซุกตัวอยู่ในสำนักงานของบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่งที่ Midtown Manhattan เธอเพิ่งจะค้นพบระหว่างการเจรจาว่าคู่แข่งของเธอไม่มีเงินทุน “ฉันได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ในโถงทางเดิน พวกเขากำลังโทรศัพท์และหาทางระดมทุน” เธอจึงยื่นข้อเสนอสุดท้ายที่ดีที่สุดคือเงินสด 6 ล้านเหรียญ และคว้าชัยชนะ “คืนนั้นเหมือนเรากลับบ้านพร้อมกับลูกน้อยเพิ่งคลอด เราไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่”
Clear กลับมาเปิดตัวอีกครั้งที่เมือง Orlando และ Denver ในปี 2010 พวกเขาใช้เวลา 6 ปีต่อมาเข้าทำสัญญากับสนามบินอีก 16 แห่ง โอกาสมาถึงในปี 2016 เมื่อสายการบิน Delta เสนอบริการ Clear ให้ลูกค้าประจำใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังเข้าซื้อหุ้นบริษัท 5% ต่อมาในปี 2019 American Express เซ็นสัญญาเข้าเป็นพันธมิตร Clear เติบโตอย่างฉุดไม่อยู่จนกระทั่งชะลอตัวจากการระบาดของโรคโควิด-19 Caryn เปิดตัวฟีเจอร์ยืนยันการรับวัคซีนในแอป Clear จนกระทั่งการเดินทางเริ่มฟื้นตัว
ปี 2022 Clear ปล่อยให้ผู้โดยสารคนหนึ่งที่ใช้เอกสารปลอมเล็ดลอดผ่านจุดตรวจไปได้ ซึ่ง Caryn กล่าวโทษว่าเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ มีการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และในที่สุด TSA จึงออกกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้คิวต่อแถวของ Clear ยาวขึ้น พร้อมกับปัญหาชวนปวดหัวให้กับบริษัท จนกระทั่งระเบียบดังกล่าวค่อยๆ คลี่คลายเป็นปกติ แต่ความท้าทายไม่ได้มีเฉพาะในธุรกิจ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง Marc Becker สามีของ Caryn ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าร่วมส่วนงานการลงทุนเพื่อสังคมของ Apollo เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อนในวัย 51 ปี
ในขณะที่ Caryn พยายามเดินหมากครั้งใหญ่นอกธุรกิจการเดินทาง เธอต้องเผชิญหน้ากับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง LexisNexis Risk Solutions (รายได้ปี 2025 ของ RELX บริษัทแม่อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านเหรียญ) และ Experian (รายได้ปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 7.5 พันล้านเหรียญ) ผู้ครองตลาดธุรกิจยืนยันตัวตนด้านสุขภาพในปัจจุบัน แต่ที่น่ากังวลที่สุดน่าจะเป็น Apple และ Google ซึ่งมีโครงการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลและความสัมพันธ์อันยาวนานในสายการดูแลสุขภาพ
แม้ว่าในสนามบิน Clear จะครองความได้เปรียบที่เหนือกว่ามาก แต่ไม่ใช่ในธุรกิจนอกสนามบิน Caryn ประสบความสำเร็จที่ Wall Street แต่เห็นได้ชัดว่า เธอสามารถรักษาและขยายธุรกิจเฉพาะกลุ่มเมื่อได้รับการปกป้องจากการแข่งขันโดยตรง เวลานี้ต้องรอดูกันต่อไปว่าในการเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัวกับคู่แข่งขันที่ยากที่สุดในสายเทคโนโลยีจะเป็นอย่างไร
เรื่อง: Katharine Schwab เรียบเรียง: รัน-รัน
ภาพ: Guerin Blask
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Gloria Moncrief นักขุดเจาะน้ำมันผู้กล้าหาญ



