Shayne Coplan เจ้าชายแห่งการพยากรณ์ "Polymarket"

Shayne Coplan เจ้าชายแห่งการพยากรณ์ "Polymarket"

FORBES THAILAND / ADMIN
21 Apr 2026 | 09:00 AM
READ 117

Shayne Coplan ผู้ก่อตั้ง Polymarket พิสูจน์ให้เห็นว่าวิธีทำนายอนาคตที่ดีที่สุดก็คือ การลงมือสร้างขึ้นเอง แนวคิดนี้ไม่เพียงผลักดันให้มีรายชื่อในทำเนียบ 30 Under 30 ของ Forbes แต่ยังพาเขาก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในเศรษฐีพันล้านที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก


    เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Jeffrey Sprecher เศรษฐีพันล้านวัย 70 ปี CEO ของ Intercontinental Exchange บริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange นั่งอยู่ในร้านอาหาร Manhatta ใจกลางย่านการเงินของ New York ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองได้อย่างกว้างไกล ในขณะที่พนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์เดินวนไปมาระหว่างโต๊ะเพื่อรินไวน์อย่างคล่องแคล่ว Shayne Coplan ก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ในมือถือขวดน้ำพลาสติกและถุงกระดาษใส่เบเกิลที่เขาแวะซื้อมาระหว่างทาง

    Sprecher หัวเราะเบาๆ เมื่อนึกย้อนถึงการพบกันครั้งนั้น “ชายแก่หัวล้านที่ทำงานในตลาดหลักทรัพย์ NYSE ซึ่งมีกฎว่าให้ทุกคนใส่สูทผูกไทนั่งคุยอยู่กับหนุ่มหัวยุ่งวัย 27 ปีในชุดเสื้อยืด” อย่างไรก็ตาม Sprecher กลับรู้สึกทึ่งกับ Polymarket แพลตฟอร์มทำนายอนาคตบนเทคโนโลยีบล็อกเชนของ Coplan อย่างยิ่ง และเมื่อมื้อค่ำจบลงเขาก็ไม่รอช้า “ผมถาม Shayne ตรงๆ ว่า สนใจจะขายบริษัทไหม?”

    ตลาดพยากรณ์อย่าง Polymarket เสนอช่องทางให้ผู้คนวางเดิมพันกับเหตุการณ์ในอนาคต ตั้งแต่อัตราการว่างงานไปจนถึงช่วงเวลาที่ Bitcoin จะทำสถิติสูงสุดใหม่ หากพิจารณาในภาพรวมตลาดลักษณะนี้เปรียบเสมือน “ลูกแก้วพยากรณ์” โดยความแม่นยำมาจากหลักการของปัญญาจากฝูงชนซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีความแม่นยำกว่านักวิเคราะห์ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 ที่ตลาด Polymarket เทน้ำหนักว่า Donald Trump จะเป็นผู้คว้าชัย ในขณะที่กูรูด้านการเมืองส่วนใหญ่ฟันธงว่า Kamala Harris จะเป็นฝ่ายชนะ

    ในช่วงแรก Coplan ปฏิเสธข้อเสนอเข้าซื้อกิจการของ Sprecher แต่การพูดคุยยังคงดำเนินต่อไป และในที่สุดลงเอยด้วยข้อตกลง เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Intercontinental Exchange ลงทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 25% ขณะเดียวกัน Coplan ยังประกาศการร่วมลงทุนจากเศรษฐีพันล้านอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Dylan Field แห่ง Figma, Mark Pincus จาก Zynga, Travis Kalanick ผู้ร่วมก่อตั้ง Uber และ Glenn Dubin ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ นอกจากนี้ Coplan ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของ Red Hot Chili Peppers ยังชักชวน Anthony Kiedis นักร้องนำของวงให้เข้าร่วมลงทุนด้วยตัวเอง

    มูลค่าประเมินกิจการของ Polymarket พุ่งทะยานสู่ระดับ 9 พันล้านเหรียญได้หนุนให้ Coplan หนึ่งในผู้ติดทำเนียบ 30 Under 30 ของ Forbes ปี 2025 กลายเป็นเศรษฐีพันล้านที่สร้างฐานะด้วยตัวเองที่อายุน้อยที่สุดในโลกจากการถือหุ้นประมาณ 11% ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 1 พันล้านเหรียญ ตำแหน่งนี้อยู่กับเขาได้เพียง 20 วัน ก่อนถูกโค่นโดย 3 ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ AI ที่ชื่อ Mercor ด้วยวัย 22 ปี 

    เหล่าผู้ประกอบการรุ่นใหม่สร้างความมั่งคั่งระดับพันล้านเหรียญได้รวดเร็วกว่าที่เคย นอกจากทีมผู้ก่อตั้ง Mercor และ Coplan แล้ว ยังมีผู้นำรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปีที่เคยติดทำเนียบของ Forbes อีก 12 รายที่ก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีพันล้านในปีนี้ ซึ่งรวมถึง Lucy Guo ผู้ร่วมก่อตั้ง ScaleAI, Steve Huffman จาก Reddit และผู้ร่วมก่อตั้ง Cursor ขณะที่ Alexandr Wang ผู้ร่วมก่อตั้ง Guo และ Vlad Tenev จาก Robinhood (ทั้งคู่เคยติดอันดับ Under 30 มาก่อน) ต่างทวงคืนสถานะเศรษฐีพันล้านกลับมาได้อีกครั้งหลังจากหลุดโผไปก่อนหน้านี้ 

    Coplan มีความหลงใหลในกลไกตลาดมาอย่างยาวนาน เมื่ออายุ 14 ปีเขาส่งอีเมลไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประจำภูมิภาคเพื่อสอบถามวิธีการสร้างตลาดซื้อขาย “ผมไม่เคยได้รับคำตอบกลับมา แต่มองย้อนกลับไปมันก็เป็นอีเมลที่ตลกดี” เขากล่าว “ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความหลงใหลบางอย่างต้องใช้นับทศวรรษกว่าจะตกผลึก”

    Coplan เคยศึกษาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัย New York ก่อนตัดสินใจลาออกในปี 2017 และก่อตั้ง Polymarket ในอีก 3 ปีถัดมา แพลตฟอร์มซื้อขายแรกของบริษัทเปิดให้ผู้ใช้งานเดิมพันว่า New York จะกลับมาเปิดเมืองอีกครั้งเมื่อใด ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทว่าไม่นานหลังจากนั้นปัญหากับหน่วยงานกำกับดูแลก็เริ่มขึ้น 

    ในเดือนมกราคม ปี 2022 บริษัทถูกปรับ 1.4 ล้านเหรียญจากคณะกรรมการ Commodity Futures Trading Commission ฐานเปิดตลาดซื้อขายโดยไม่ได้จดทะเบียน นอกจากนี้ ยังได้รับคำสั่งห้ามให้บริการผู้ใช้งานในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามกิจกรรมบนแพลตฟอร์มกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งมีมูลค่าเดิมพันรวมกว่า 3.6 พันล้านเหรียญ จนในสัปดาห์ถัดมาเจ้าหน้าที่ FBI เข้าตรวจค้นอะพาร์ตเมนต์ของ Coplan และยึดอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลง

    การสืบสวนยุติลงในเดือนกรกฎาคม Polymarket ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนกันยายน เพียงไม่กี่วันหลังจาก Donald Trump Jr. เข้าร่วมเป็นกคณะกรรมการที่ปรึกษาของบริษัท แม้แพลตฟอร์มจะยังไม่เปิดให้ใช้งานในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ Polymarket ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นธุรกิจผิดกฎหมายและโดนนำเปรียบเทียบกับการพนันนอกระบบกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

    ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบริษัทจับมือกับพันธมิตรระดับโลกหลายรายอย่าง National Hockey League และ Google ขณะที่ Intercontinental เตรียมนำข้อมูลจาก Polymarket ไปให้บริการลูกค้าสถาบันในอนาคตอันใกล้ เมื่อถูกถามว่า บริษัทที่ยังไม่มีกำไรจะสร้างรายได้อย่างไร Coplan เพียงยักไหล่ก่อนตอบว่า “การทุ่มสุดตัวแล้วผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวังก็ยังดีกว่าการใช้ชีวิตอยู่กับคำว่า รู้งี้”


เรื่อง: POLYMARKET โดย ALICIA PARK กับ NINA BAMBYSHEVA




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Enki Tan ล้อหมุนสู่เป้าหมาย ผู้ผลิตยางรถยนต์ไฟฟ้าระดับหัวแถว

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมีนาคม 2569 ในรูปแบบ e-magazine