AI ขุมทรัพย์ใหม่แดนมังกร

AI ขุมทรัพย์ใหม่แดนมังกร

FORBES THAILAND / ADMIN
29 May 2026 | 09:01 AM
READ 175

ธุรกิจ AI ในประเทศจีนกลายเป็นตัวผลิตเงิน สร้างความมั่งคั่งระดับพันล้านเหรียญ ท่ามกลางนักลงทุนที่ต่างแย่งชิงพื้นที่ในอุตสาหกรรมนี้อย่างดุเดือด


    เวลาผ่านมาเพียงปีเศษๆ นับตั้งแต่ DeepSeek สตาร์ทอัพสัญชาติจีนเปิดตัว R1 โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ราคาย่อมเยาที่ถูกวางตำแหน่งไว้ให้เป็นผู้ท้าชิงของ ChatGPT จากค่าย OpenAI จนสั่นสะเทือนบรรดายักษ์ใหญ่สายเทคโนโลยีมาแล้วทั่วโลก นับแต่นั้นเป็นต้นมา Liang Wenfeng นักเทรดสายควอนต์ผู้ก่อตั้งบริษัทเอกชน DeepSeek ก็ได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบเศรษฐีพันล้านด้วยทรัพย์สินมูลค่าราว 1.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ตัวเลขความมั่งคั่งนี้ซึ่งส่วนใหญ่คิดคำนวณจากการถือหุ้นในบริษัทแห่งนี้

    ขณะที่จีนเร่งผลักดันการพัฒนา AI ทั้งการมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและทุนสนับสนุนจากรัฐบาล อีกด้านหนึ่งบรรดานักลงทุนต่างต้องการจับจองส่วนแบ่งการลงทุน จนสามารถสร้างความมั่งคั่งมูลค่ามหาศาล ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมาการเสนอขายหุ้น IPO ที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้สร้างเศรษฐีพันล้านชาวจีนหน้าใหม่ได้แล้วถึง 7 คน ขณะที่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้สามารถระดมทุนรวมกันได้ 2.9 พันล้านเหรียญ ท่ามกลางความพยายามของจีนที่ต้องการสร้างคู่แข่งสัญชาติจีนไว้ต่อกรกับ NVIDIA และ OpenAI

    ในบรรดาเศรษฐีพันล้านป้ายแดงนั้นมีทั้งกลุ่มผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตชิป AI ไม่ว่าจะเป็น MetaX Integrated Circuits และ Moore Threads Technology สองผู้ท้าชิงของ NVIDIA รวมถึง MiniMax Group และ Knowledge Atlas Technology (หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ Zhipu) สองว่าที่ OpenAI รายต่อไป แม้ว่าจะยังไม่มีใครสามารถทำกำไรได้ อีกทั้งยังมีผลขาดทุนสะสมด้วยซ้ำ แต่หุ้นของพวกเขามีมูลค่าทะยาน 95-400% นับตั้งแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

    "นักลงทุนให้ความสำคัญกับศักยภาพมากกว่า" Charlie Chai นักวิเคราะห์จากเซี่ยงไฮ้บริษัทวิจัย 86Research กล่าว เขาบอกด้วยว่า เวลานี้นักลงทุนวางเดิมพันไว้ทั่วกระดาน เพราะยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ผู้ชนะตัวจริง

    ข้อมูลจาก Morgan Stanley ระบุว่า ตลาด AI ของจีน ซึ่งรวมถึงบริการ generative AI รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องนั้นน่าจะทำยอดขายได้มากถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญภายในปี 2030 นับเป็นการเติบโตอันน่าตื่นตะลึงมากถึง 400 เท่าตัวจากปี 2024 ซึ่งในเวลานั้น อุตสาหกรรม AI ของประเทศมีมูลค่า 3.2 พันล้านเหรียญ

    ขณะที่ Xin-Yao Ng ผู้อำนวยการด้านการลงทุนจากสิงคโปร์ประจำ Aberdeen Group มองว่านักลงทุนมั่นใจในศักยภาพของสตาร์ทอัพ AI จากจีนว่า จะสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดโลกได้ เช่นที่ Brad Smith กรรมการผู้จัดการใหญ่ Microsoft ตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่า บริษัท AI จากจีนกำลังครองใจผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ

    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า สตาร์ทอัพที่ยังมีผลขาดทุนดังกล่าวกลับมีการซื้อขายกันด้วยมูลค่าที่ไม่ยั่งยืน "ราคาสูงเกินไปมากจากความต้องการมหาศาลของนักลงทุนที่ต้องการเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว" Alex Platt นักวิเคราะห์วิจัยอาวุโส บริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน D.A. Davidson จาก Portland กล่าว "แต่เมื่อมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น นักลงทุนจะเริ่มตั้งใจเลือกมากกว่านี้"

    ขณะเดียวกันกระแส IPO ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Baidu เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่จาก Beijing ประกาศข้อเสนอแยกกิจการ และจดทะเบียน Kunlunxin หน่วยธุรกิจชิปของตนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ขณะที่ Axera Semiconductor ผู้ออกแบบชิปสัญชาติจีนต้องการระดมทุนให้ได้ 3 พันล้านเหรียญฮ่องกง (379 ล้านเหรียญ) จากการทำ IPO ในอนาคตอันใกล้


เรื่อง: Yue Wang เรียบเรียง: รัน-รัน ภาพประกอบ: Hidayat




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Sam Altman นักเล่นแร่แปรธาตุแห่ง AI

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนเมษายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine