จากนักวิเคราะห์สาววัย 24 ปีบน Wall Street สู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อโทรศัพท์จากพ่อชวนให้กลับบ้าน Mariana Zobel de Ayala กลายเป็นหนึ่งในผู้นำรุ่นใหม่ของ Ayala กลุ่มธุรกิจอายุเกือบสองศตวรรษของฟิลิปปินส์ และกำลังรับบทหนักในการพา Ayala Land ฝ่าความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด และความคาดหวังมหาศาลจากทั้งครอบครัวและผู้ถือหุ้น ด้วยแผนลงทุนครั้งประวัติศาสตร์
Mariana Beatriz Zobel de Ayala ได้รับโทรศัพท์จาก Jaime Augusto พ่อของเธอขณะยังเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์วัย 24 ปี ณ Wall Street เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ประธานกรรมการ Ayala Corp กลุ่มธุรกิจเก่าแก่ที่สุดของฟิลิปปินส์เกลี้ยกล่อมให้ลูกสาวคนโตกลับบ้าน “พ่อพูดถึงโอกาสต่างๆ ในฟิลิปปินส์” Mariana รำลึกความหลังพลางย้ำว่า ไม่เคยรู้สึกถูกกดดัน แถมพ่อยังเปิดโอกาสให้กลับไป New York ได้ทุกเมื่ออีกด้วย แต่ถึงที่สุดแล้วความสำนึกในหน้าที่ได้ทำให้เธอยอมลาออกจากงานที่ JPMorgan “ฉันทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”
หลังใช้เวลา 12 ปี เรียนรู้งานหน้าที่ต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจอายุ 191 ปีที่ครอบคลุมตั้งแต่ธนาคารไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ และแล้วในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Mariana วัย 36 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการ Ayala Corp รับหน้าที่รื้อพอร์ตเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ของบริษัทที่มีทั้งห้างสรรพสินค้าที่มีอายุยาวนาน อาคารสำนักงาน และโรงแรม ซึ่งเป็นก้อนธุรกิจอยู่ภายใต้ Ayala Corp แล้วต่อมาก็แตกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังขยายตัวออกมาเป็นบริษัทภายใต้ชื่อ Ayala Land ในปี 1988 และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอีก 3 ปีถัดมา
ในเวลาเดียวกันกับที่ Mariana ได้ตำแหน่งใหม่ Jaime Alfonso น้องชายวัย 34 ปี และ Jaime Urquijo ลูกพี่ลูกน้องวัย 37 ปี ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการบริหารเช่นกัน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Ayala Corp วางตัวผู้นำรุ่นใหม่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตแล้ว

“เราจะเดินเครื่องเต็มสูบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้” Mariana ให้สัมภาษณ์กับ Forbes Asia ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของ Ayala Triangle Gardens Tower 2 อาคารสูง 39 ชั้นในย่าน Makati City ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของ Ayala Corp และบริษัทชั้นนำอื่นๆ ของฟิลิปปินส์อย่าง Monde Nissin ผู้ผลิตบะหมี่ และบริษัทโทรคมนาคม PLDT ย่านศูนย์กลางการเงินที่เฟื่องฟูแห่งนี้คือ โครงการพัฒนาอสังหาฯ แห่งแรกของตระกูล ซึ่งก่อร่างขึ้นจากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่ได้มาตั้งแต่สมัยฟิลิปปินส์ยังเป็นอาณานิคมของสเปน
ในฐานะผู้สืบทอดตำนานความยิ่งใหญ่ของบริษัท และมีบิดานั่งทำงานอยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ บัณฑิตจาก Harvard และ Insead คนนี้ไม่ได้มองภารกิจในมือเป็นเรื่องง่าย “เราเห็นแล้วว่าคนรุ่นก่อนๆ บุกเบิกธุรกิจเอาไว้อย่างไร” เธอกล่าว “นั่นคือสิ่งที่เราหวังจะสานต่อ”

ระหว่างที่น้องชายได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจและการจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในฐานะ CEO ของ AC Mobility ส่วนลูกพี่ลูกน้อง Jaime Urquijo ได้รับหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความยั่งยืนและความเสี่ยงของ Ayala Corp เพื่อดูแลรับผิดชอบด้านความยั่งยืน ส่วน Mariana เองมีภารกิจท้าทายรออยู่ที่ Ayala Land บริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่อันดับ 2 ของฟิลิปปินส์ (มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ)
Mariana ทำงานกับ Anna Ma. Margarita B. Dy กรรมการผู้จัดการใหญ่และ CEO ของ Ayala Land ขณะที่กลุ่มมีการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งด้วยงบประมาณ 2.5 พันล้านเหรียญเพื่อขยายกิจการของ Ayala Land ไปทั่วประเทศภายในเวลา 5 ปี “งานนี้ไม่ใช่แค่คนในครอบครัวของเราเท่านั้นที่ถือหุ้นอยู่ แต่ยังมีผู้ถือหุ้นทั่วไปอีกด้วย” Mariana กล่าว “นี่คือความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่”

แผนธุรกิจอลังการนี้ประกอบไปด้วยการปรับโฉมพื้นที่ค้าปลีกด้วยงบ 1.5 พันล้านเหรียญ ทั้งการปรับปรุงห้างสรรพสินค้า 8 จากทั้งหมด 34 แห่ง และเปิดห้างใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เช่า (GLA) อีก 700,000 ตารางเมตรภายในปี 2028 จากเดิมที่มีอยู่ 2.2 ล้านตารางเมตร
ส่วนโรงแรมและรีสอร์ตหลายแห่งภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองอย่าง Seda Hotels และ El Nido Resorts ก็อยู่ในแผนที่จะได้รับการปรับปรุงใหม่ ควบคู่ไปกับการมองหาพันธมิตรระดับโลกใหม่ๆ และในปี 2025 Ayala Land จะเปิดตัวอาคาร “technohub” 2 แห่งแรก ที่มุ่งรองรับบริษัทด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะ
“ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน และโรงแรมของเราทำรายได้อย่างสม่ำเสมอซึ่งเอื้อต่อธรรมชาติของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่หยุดนิ่ง” Dy กล่าวผ่านทางอีเมล “ภายใต้การบริหารงานของ Mariana เราไม่ได้แค่ปรับปรุงพื้นที่ แต่กำลังสร้างภาพลักษณ์ขึ้นมาใหม่ ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้สอดรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของคนรุ่นใหม่ด้วย”
Ayala Land ไม่ใช่บริษัทที่คร่ำครึเลยแม้แต่น้อย ในปี 2024 บริษัทเพิ่งจะทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.81 แสนล้านเปโซ เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2023 แต่ Benjamin Garcia หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ AP Securities ใน Manila มองว่า การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตนั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดการพึ่งพายอดขายที่อยู่อาศัยอันผันผวนซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทในปัจจุบัน และนอกจากนี้ ยังต้องสู้กับบรรดาคู่แข่งทุนหนาทั้งหลายอีกด้วย

ยกตัวอย่างเช่น SM Prime ผู้พัฒนาห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีห้าง 88 แห่ง และพื้นที่ให้เช่า 10 ล้านตารางเมตร ซึ่งเป็นของพี่น้องตระกูล Sy (ครองอันดับ 1 ของทำเนียบผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในฟิลิปปินส์ 50 อันดับ) กำลังทุ่มงบ 1 หมื่นล้านเปโซเพิ่มจำนวนโรงแรมใหม่ 7 แห่งมาเสริมในพอร์ตธุรกิจโรงแรมของตัวเอง
ส่วน Robinson Land ของ Lance Gokongwei และครอบครัว (ครองอันดับ 14) นำห้างสรรพสินค้า 9 จาก 56 แห่งไปจดทะเบียนเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพื่อระดมทุนหนุนแผนขยายธุรกิจในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในขณะที่ Megaworld บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของ Andrew Tan เศรษฐีพันล้านผู้ร่ำรวยจากธุรกิจที่ดินถึงธุรกิจสุรา (ครองอันดับ 15) ก็กำลังสร้างรีสอร์ตแห่งใหม่นอก Metro Manila และเพิ่งจะจับมือกับเครือโรงแรม Accor จากฝรั่งเศสไปหมาดๆ
ตั้งแต่เริ่มจับธุรกิจ Ayala Land ในปี 2015 หลังทำงานในทีมวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจของบริษัทแม่นาน 2 ปี Mariana ได้รู้ซึ้งถึงอันตรายของการประเมินคู่แข่งต่ำจนเกินไป เธอเริ่มเส้นทางนี้ด้วยการเป็นผู้จัดการโครงการ The 30th Corporate Center อาคารแบบผสมผสานสูง 19 ชั้น ทางตะวันออกของ Manila และก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทั่วไปของห้างสรรพสินค้าที่นี่เมื่อเปิดทำการในอีก 2 ปีต่อมา ซึ่งแม้ว่าอาคารสำนักงานจะมีผู้เช่าเกือบเต็ม แต่ห้างสรรพสินค้ากลับมีอัตราการเช่าเพียง 80% ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทซึ่งตั้งไว้ที่ 95% อยู่มาก

เมื่อมองย้อนกลับไป Mariana บอกว่า เธอและทีมพลาดที่คิดว่า ด้วยแบรนด์ Ayala “ถ้าสร้างห้างคนก็จะตามมาเอง” นอกจากนี้ พวกเขายังมองข้ามประเด็นที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างจาก SM Megamall ของตระกูล Sy เพียงประมาณ 1 กิโลเมตร “ประสบการณ์ในตอนนั้นทำให้เธอเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้งตั้งแต่รากฐาน” Dy กล่าว
งบประมาณ 1.8 หมื่นล้านเปโซที่ตั้งไว้ใช้เริ่มยกเครื่องห้างสรรพ-สินค้าหลัก 4 แห่งในปี 2025 ที่ประกอบไปด้วย 3 แห่งใน Metro Manila และอีก 1 แห่งใน Cebu จะต้องถูกนำไปใช้สอยอย่างชาญฉลาด “ฉันต้องการให้ห้างสรรพสินค้าของเราไม่ได้เป็นแค่ห้างของคนแถวๆ นั้น แต่ต้องมีอะไรดึงดูดให้คนจากที่อื่นๆ อยากจะแวะเวียนเข้ามาใช้บริการด้วย” Mariana อธิบาย “ห้างสรรพสินค้าแต่ละแห่งควรมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง”

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ Greenbelt 1 ใจกลางย่าน Makati ซึ่งเป็นศูนย์การค้าเก่าแก่ที่สุดของทางกลุ่ม สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ก่อนจะรื้อถอนไปเมื่อปี 2024 เพื่อพัฒนาเป็นโครงการแบบผสมผสานแห่งใหม่ที่ออกแบบโดย Gensler บริษัทสถาปนิกชื่อดังสัญชาติอเมริกัน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานรูปลักษณ์อันเป็นสากลเข้ากับเอกลักษณ์ท้องถิ่น (ผลงานหนึ่งคือ การแปลงโฉมอาคารขนส่งสินค้าที่ Hudson Square ใน New York ให้กลายเป็นสำนักงานของ Google) พร้อมลูกเล่นที่น่าสนใจอย่างระบบกักเก็บน้ำฝนสำหรับสวนขนาด 3 เฮกตาร์ “นี่จะเป็นโครงการที่พรีเมียมที่สุดของเราแห่งหนึ่ง” Mariana กล่าว

เธอกำลังคัดเลือกร้านค้าแบรนด์หรูมากมายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดทำการอีกครั้งในปี 2028 ซึ่งปัจจุบัน Ayala Land มีแบรนด์ไฮเอนด์อย่าง Balenciaga, Hermès และ Louis Vuitton เป็นผู้เช่าอยู่แล้ว
เรื่องนี้ Raffy Mendoza นักวิเคราะห์จาก Maybank Securities ที่ Manila มองว่า “แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์จากตลาดระดับพรีเมียมซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบริษัทมาโดยตลอด” ช่วงหลังมานี้ทางบริษัทกำลังปรับแต่งตัวเลือกร้านค้าปลีกในห้าง โดยเสริมทัพด้วยแบรนด์ใหม่ๆ อย่าง Love, Bonito เชนแฟชั่นสัญชาติสิงคโปร์, Le Labo ผู้ผลิตน้ำหอมจาก New York และ Anko แบรนด์ของใช้ในบ้านและไลฟ์สไตล์จากออสเตรเลีย
แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกออนไลน์จะรุกตลาดเข้ามามากขึ้น แต่ Mariana ยังคงเชื่อมั่นในธุรกิจค้าปลีกแบบหน้าร้าน “เพราะฟิลิปปินส์ไม่ค่อยมีสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้าจึงเป็นสถานที่รวมตัวกันของบรรดาเพื่อนฝูงและครอบครัว” เธอให้เหตุผล แม้ว่าในปี 2024 ธุรกิจห้างสรรพสินค้าจะทำรายได้ถึง 2.3 หมื่นล้านเปโซ หรือ 13% ของรายได้ทั้งหมดของ Ayala Land
แต่ยอดขายส่วนใหญ่ยังคงมาจากโครงการที่อยู่อาศัย แม้ว่าการเติบโตในภาคส่วนนี้ชะลอตัวลงในไตรมาสแรกของปี 2025 ก็ตาม Jelline Gaza นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ใน Manila ระบุไว้ในรายงานการวิจัยว่า ความซบเซานี้เป็นผลมาจากคอนโดมิเนียมที่ล้นตลาดในเขตเมืองหลวง
นอกจากนี้ พื้นที่สำนักงานให้เช่าในเมืองหลวงก็ถูกปล่อยว่างมากขึ้นเช่นกัน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทั่วโลกที่ทำให้ดอกเบี้ยและต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงขึ้น (หนี้สินของบริษัทเพิ่มขึ้น 9% เป็น 2.82 แสนล้านเปโซเมื่อปี 2024) หุ้นของ Ayala Land จึงได้รับผลกระทบ โดยร่วงลงเกือบ 20% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
อัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานใน Metro Manila อยู่ที่ 18% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เนื่องจากมีผู้เช่าย้ายออกไปประมาณ 470,000 ตารางเมตร ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ Leechiu Property Consultants ที่ได้ระบุไว้
แม้อุปทานจะล้นตลาด แต่ Ayala Land ยังมีแผนทุ่มทุน 2.86 หมื่นล้านเปโซเพื่อขยายพื้นที่สำนักงานให้เช่า Mariana มองว่า ความต้องการเช่าสำนักงานในทำเลดีๆ ยังมีอีกมาก โดยมีปัจจัยสำคัญคือ เรื่องความสะดวกสบาย ทางบริษัทระบุว่า ในอาคารสำนักงานทั้งหมดมีสัดส่วนที่ว่างอยู่เฉลี่ย 9% รวมถึงที่ One Ayala โครงการค้าปลีกและสำนักงานแบบผสมผสานที่มีทางเชื่อมตรงไปยังรถไฟฟ้าและสถานีรถโดยสาร
Mariana ยังมีส่วนร่วมปรับปรุงอาคาร Ayala Triangle Gardens Tower 1 ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1996 โดยเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างศูนย์รับเลี้ยงเด็กและยิมออกกำลังกายเข้าไปซื้อใจผู้เช่า ส่วนอีกฟากฝั่งของ Ayala Avenue ถนนสายหลักใจกลางย่านธุรกิจนี้

ทางบริษัทกำลังก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Bank of the Philippine Islands (BPI) อีกหนึ่งธุรกิจหลักของ Ayala Corp อาคารสำนักงานสูง 45 ชั้นของธนาคารที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศแห่งนี้ มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2029 ที่จะนำมาซึ่งโฉมหน้าใหม่ของอาคารระฟ้าใน Makati ซึ่งเมื่อโครงการพัฒนาศูนย์กลางทางเทคโนโลยีในจังหวัด Laguna ทางตอนใต้ของ Manila และในจังหวัด Iloilo ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์แล้วเสร็จ พื้นที่สำนักงานให้เช่าของบริษัทจะเพิ่มขึ้น 26% เป็นประมาณ 1.8 ล้านตารางเมตร
อีกด้านหนึ่ง Ayala Land เดินหน้าขยายธุรกิจการบริการอย่างเต็มกำลัง โดยลงเดิมพันกับการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต ทางบริษัทจะทุ่มงบ 500 ล้านเหรียญปรับปรุงและสร้างโรงแรมใหม่เพื่อเพิ่มจำนวนห้องพักให้ได้เกือบเท่าตัว เป็น 8,000 ห้องภายในปี 2030
หลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเพิ่งจะเข้าซื้อกิจการโรงแรมขนาด 578 ห้องอย่าง New World Makati จากบริษัท New World Development ในฮ่องกงอันมีหนี้สินล้นพ้น ซึ่งมี Henry Cheng และครอบครัวเป็นเจ้าของ แต่ราคาซื้อขายไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนแต่อย่างใด
แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเกือบ 9% เป็น 5.4 ล้านคนในปี 2024 แต่ตัวเลขนี้ยังไปไม่ถึงสถิติสูงสุดที่ 8.3 ล้านคนในปี 2019 ตามข้อมูลของรัฐบาลก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19
ข้อมูลของ Ayala Land ชี้ว่า รายได้จากธุรกิจโรงแรมและการบริการเพิ่มขึ้น 10% เป็น 2.6 พันล้านเปโซในไตรมาสแรกของปี 2025 ต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้น 11% เป็น 9.7 พันล้านเปโซตลอดปี 2024 “โรงแรมของเรากำลังไปได้สวยมากๆ” Mariana กล่าวพร้อมเสริมว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาค่าห้องพักเฉลี่ยที่ El Nido รีสอร์ตหรูใน Palawan เพิ่มขึ้นเกือบ 80% จากปี 2024 ด้วยความต้องการที่พักบนเกาะทำให้ราคาอาจพุ่งสูงทะลุคืนละ 1,000 เหรียญ
นอกจากการขยายกิจการของ Seda กลุ่มธุรกิจโรงแรมซึ่งบริหารห้องพักร่วม 3,300 ห้องใน 12 โรงแรมและรีสอร์ตแล้ว ทางบริษัทกำลังเตรียมคลอดแบรนด์ท้องถิ่นอีก 2 แบรนด์ เพื่อมอบประสบการณ์การบริการอย่างฟิลิปปินส์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส
“เราหารือกับบริษัทโรงแรมต่างชาติอยู่เรื่อยๆ เพื่อเสาะแสวงหาโอกาสทำธุรกิจร่วมกัน” เธอกล่าวเสริม โดยปี 2026 Ayala Land มีกำหนดเปิดโรงแรม Mandarin Oriental ขนาด 276 ห้องที่ Makati คอมเพล็กซ์
ส่วนโครงการล่าสุดคือ โรงแรม Moxy ในเครือ Marriott ขนาด 260 ห้อง ซึ่งจะเปิดช่วงปลายปี 2026 ภายในโครงการแบบผสมผสานของ Ayala ปลายสุดของย่าน Makati นอกจากนี้ ทางบริษัทยังเป็นเจ้าของโรงแรมอีก 3 แห่งที่บริหารงานโดย Fairmont, Holiday Inn และ Raffles อีกด้วย “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องกระจายแหล่งรายได้ออกจากธุรกิจที่อยู่อาศัย และธุรกิจโรงแรมดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว” Garcia จาก AP Securities กล่าว
ช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา Jaime Augusto และ Fernando Zobel de Ayala อาของ Mariana นำพา Ayala Corp ขยายธุรกิจจากธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ไปสู่กลุ่มโทรคมนาคมและสาธารณูปโภค กระทั่งล่าสุดรุกตลาดการศึกษาและการดูแลสุขภาพ แต่ BPI และ Ayala Land ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของทางกลุ่ม ซึ่งทำเงินได้ในสัดส่วนประมาณ 95% ของกำไรสุทธิหลักรวม 4.5 หมื่นล้านเปโซในปี 2024
ปี 2024 Ayala Corp เปลี่ยนชื่อบริษัทลูกในธุรกิจยานยนต์อย่าง AC Motors เป็น AC Mobility ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น Honda และ Isuzu Motors รายใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ (ตามจำนวนตัวแทนจำหน่าย) ภายใต้การดูแลของ Jaime Alfonso ทางบริษัทกำลังขยับขยายการจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD จากจีน และยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 226 แห่งทั่วประเทศ

พร้อมมีแผนจะขยายให้ได้กว่า 700 แห่งภายในสิ้นปี 2025 ขณะเดียวกันภายใต้การบริหารงานของ Jaime Urquijo เมื่อปี 2023 กลุ่มบริษัท Ayala Corp ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับปี 2021 และกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2050
Mariana กล่าวว่า แก่นธุรกิจใหญ่ของพ่อเธอก็คือ สร้างกิจการที่พุ่งเป้าไปยังผู้บริโภคมากขึ้นซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของเธอเอง “ฉันชอบคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ตื่นเต้น” เธอเล่า และแม้ว่าจะรู้สึกดีที่ได้คำแนะนำจากพ่อ แต่เธอกลับบอกว่า ได้เรียนรู้มากที่สุดจากการสังเกตวิธีการตัดสินใจของเขา “พ่อมั่นคงในคุณค่าที่ตัวเองยึดถืออยู่เสมอไม่ว่าจะต้องฝ่าฝันอุปสรรคหนักหนาก็ตาม”
“ประเทศนี้ยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอีกมาก เพียงลงทุนเพิ่มอีกเล็กน้อยจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มหาศาล”
ตระกูลผู้บุกเบิก
รากเหง้าแห่ง Ayala Corp มีที่มาอันเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1834 เมื่อ Antonio de Ayala และ Domingo Roxas สร้างโรงกลั่นสุราเพื่อผลิตเหล้าจินกลิ่นจูนิเปอร์ที่ใช้ชื่อว่า Ginebra San Miguel (ต่อมากลายเป็นบริษัทผลิตจินของเศรษฐีพันล้าน Ramon Ang ที่มีปริมาณการผลิตมากที่สุดในปัจจุบัน) Antonio ซึ่งลูกสาวแต่งงานกับคนในตระกูล Zobel ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการธนาคารแห่งแรกของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ Bank of the Philippine Islands ในปัจจุบัน
ช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 ตระกูลนี้เริ่มหันมาพัฒนาที่ดิน Hacienda Makati ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ ก่อนจะถูกอเมริกันใช้เป็นฐานทัพอากาศช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย Joseph McMicking นายทหารยศพันเอกที่แต่งงานกับ Mercedes Zobel de Ayala ทายาทรุ่นที่ 5 เป็นผู้ลงมือร่างพิมพ์เขียวที่ในอนาคตจะเปลี่ยนทุ่งหญ้ารกร้างให้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินของประเทศ

Jaime Zobel de Ayala วัย 91 ปี ปู่ของ Mariana ผู้ทำให้ตระกูลนี้มีทรัพย์สิน 3.4 พันล้านเหรียญ จนติดอันดับ 7 ในทำเนียบมั่งคั่งที่สุดของฟิลิปปินส์ได้เข้ามาบริหารงานในปี 1983 หลังจาก Enrique Zobel (เสียชีวิตในปี 2004) ลูกพี่ลูกน้องของเขาวางมือ ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งนำไปสู่การโค่นอำนาจ Ferdinand Marcos Sr. อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับ
Jaime เข้ามากอบกู้สถานการณ์และนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้าจดทะเบียนในชื่อ Ayala Land ซึ่งเมื่อลูกชายของเขาคือ Jaime Augusto และ Fernando ได้ก้าวขึ้นเป็นรองประธานกรรมการร่วมในช่วงกลางทศวรรษ 1990 กลุ่มธุรกิจนี้ก็พร้อมเติบโต โดยมีสองพี่น้องพากันบุกตลาดธุรกิจใหม่ๆ และได้ Jaime Augusto เข้ามารับช่วงต่อในตำแหน่งประธานกรรมการกลุ่มหลังพ่อวางมือจากการเกษียณเมื่อปี 2006 -J.B.
เรื่อง JONATHAN BURGOS และ IAN SAYSON
เรียบเรียง วินิจฐา จิตร์กรี
ภาพ GERIC CRUZ


