บรรดาแฟนคลับของวง BTS อาจจะตกใจและแปลกใจไม่น้อยที่ได้เห็นข่าวราคาหุ้นของค่ายเพลงดังอย่าง "Hybe" ที่ศิลปินของพวกเขารักและสังกัดอยู่ มีราคาร่วงดิ่งอย่างหนักกว่า 16% และยังต้องสูญเสียมูลค่าตลาดไปถึง 6.64 หมื่นล้านบาท ภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง โดยราคาหุ้นที่ร่วงลงเป็นผลมาจากกำไรของบริษัทต่ำกว่าที่เหล่านักลงทุนคาดการณ์ไว้ แม้ว่ารายได้จากการทัวร์คอนเสิร์ตของ BTS ในช่วงครึ่งแรกปีนี้จะหนุนการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 243% แต่บริษัทก็ต้องจ่ายค่าตัวให้กับศิลปินในวงแต่ละคนเป็นจำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน
แม้ว่าศิลปินวง BTS ที่แสนโด่งดังจะช่วยผลักดันให้ Hybe ค่ายเพลง K-pop ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ทำผลงานไตรมาส 2 ได้อย่างโดดเด่น แต่บริษัทกลับสูญเสียมูลค่าตลาด (market cap) ไปมากถึง 2.845 ล้านล้านวอน คิดเป็นเงินไทยราว 6.64 หมื่นล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง (อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน : 0.02334 บาทต่อ 1 วอน)
ราคาหุ้นของ Hybe ร่วงดิ่งลงถึง 16.09% ในวันอังคารที่่ผ่านมา (28 กรกฎาคม 2026) ถือเป็นการปรับตัวลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ก่อนจะร่วงลงมาอีกครั้งอยู่ที่ 16.31% ในวันพุธแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่ราคาหุ้นร่วงลงมาจาก อัตรากำไร (profit margin) ของ Hybe อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แม้ว่ารายได้และกำไรจากการดำเนินงานจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม โดยรายได้ที่เติบโตอย่างมากในไตรมาส 2 นี้ มาจาก รายได้คอนเสิร์ต เพิ่มขึ้น 243.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มสูงขึ้น 630% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะมีแรงหนุนสำคัญจาก ทัวร์ Arirang ของ BTS ที่เริ่มแสดงในเกาหลีใต้นับตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2026 ก่อนที่จะเดินสายทั่วโลกไปยัง 23 ประเทศ ครอบคลุม 34 เมือง มีการแสดงรวมทั้งหมดจำนวน 85 รอบ และจะสิ้นสุดการแสดงในวันที่ 14 มีนาคม 2027

กระแสจากนักวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจคอนเสิร์ตมีอัตรากำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ต้องแบ่งให้ศิลปินแต่ละคนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ Hybe มีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (operating margin) อยู่ที่ 11.8% ต่ำกว่าที่ SK Securities คาดไว้ที่ 12.7% และต่ำกว่าประมาณการของ Eugene Securities ที่ 12.2%
นักวิเคราะห์จาก SK Securities ระบุว่า สัดส่วนรายได้จากทัวร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการแบ่งรายได้ให้ศิลปินสูงขึ้น จึงกดดันความสามารถในการทำกำไร ขณะที่ IM Securities ก็มีมุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่าคอนเสิร์ตของศิลปินระดับแถวหน้าอย่าง BTS แม้จะสร้างรายได้เป็นมูลค่ามหาศาล แต่ในส่วนของอัตรากำไรที่มีนั้นค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ ตลาดนักลงทุนเองต่างคาดหวังว่ารายได้จะมาจาก การขายสินค้า (merchandise) มากกว่า ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูง โดยนักวิเคราะห์เคยประเมินว่า อัตรากำไรของสินค้าอาจสูงถึง 50%
อย่างไรก็ตาม Hybe ได้เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลักของปี 2026 บริษัทมีแผนจัดคอนเสิร์ตของศิลปินในสังกัดมากกว่า 200 รอบ หลังจากครึ่งปีแรกจัดไปแล้ว 119 รอบ ซึ่งหากทำได้จริงตามแผนที่วางไว้ นี่จะกลายเป็นจำนวนคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นสูงที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2021
และถึงแม้ราคาหุ้นบริษัทจะร่วงดิ่งอย่างแรง แต่นักวิเคราะห์จากทั้ง 5 โบรกเกอร์ที่สำนักข่าวของ CNBC ได้ทำการสำรวจยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ Hybe โดยคาดว่า ยอดขายสินค้าเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงการขยายทัวร์ของศิลปินหน้าใหม่อย่าง Cortis และ Katseye จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการและกำไรให้เติบโตมากขึ้นในอนาคต

แปลและเรียบเรียงจากบทความ : BTS’ concerts have been so successful, it’s now bad for its own agency’s shares
ภาพ : BTS
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "Lionel Messi" นักเตะระดับมหาเศรษฐี 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่แฟนๆ ต่างลุ้นครองแชมป์ "ฟุตบอลโลก 2026"
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


