ส่องอนาคตยุค Humanoid ลงทุนเมกะเทรนด์ปฏิวัติโลก

ส่องอนาคตยุค Humanoid ลงทุนเมกะเทรนด์ปฏิวัติโลก

เมื่อพัฒนาการทางเทคโนโลยีและระบบแบตเตอรี่ผสมผสานกับการประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ได้สร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญให้หุ่นยนต์มนุษย์ หรือ humanoid robot ก้าวออกจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น ภาคอุตสาหกรรมการผลิต โลจิสติกส์และคลังสินค้า งานความปลอดภัย การดูแลสุขภาพ งานบริการและต้อนรับ รวมถึงงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง ซึ่งผลการวิจัยของ Barclays Research คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ่นยนต์ humanoid ทั่วโลกไว้มีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2578 จาก 2-3 พันล้านเหรียญในปัจจุบัน


    ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ แรงกดดันด้านประชากรศาสตร์และการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงต้นทุนการผลิตที่ลดลงจากความก้าวหน้าของซอฟต์แวร์ ความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพ และแบตเตอรี่ โดยเฉพาะ actuators ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ที่คิดเป็นต้นทุนประมาณ 50% ของการผลิต 
โดยยุโรปมีแนวโน้มได้เปรียบด้านการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานจากความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรม ความแม่นยำ และการผลิตรถยนต์ที่ซับซ้อนเช่นเดียวกับหุ่นยนต์ humanoid รวมไปถึงประเทศจีนที่ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ของหุ่นยนต์ humanoid รุ่นใหม่ และกำลังขยายฐานการผลิต พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว

    ดังนั้น ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ humanoid ที่กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่สำคัญในรอบทศวรรษจึงเป็นธีมการลงทุนที่น่าสนใจในการกระจายความเสี่ยงพอร์ตไปยังต่างประเทศในเมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก ด้วยการลงทุนผ่านกองทุนรวมดัชนี ETF หรือกองทุนรวมในไทยของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนประเทศไทยที่มีรายละเอียดนโยบายการลงทุนแตกต่างกัน

    ตัวอย่างเช่น กองทุนเปิดยูไนเต็ด โรโบติกส์ & อาร์ติฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อีทีเอฟ (UBOT) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Autonomous Technology & Robotics (ชนิดสะสมมูลค่า) (SCBAUTO(A)) กองทุนเปิดอีสท์สปริง Autonomous Technology and Robotics (ES-AUTOMATION) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลโรโบติกส์ 
(SCBROBOA) กองทุนเปิดแอล เอช โรโบติกส์-E ชนิดสะสมมูลค่า (LHROBOTE-A) กองทุนเปิดทิสโก้ โรโบติกส์ (TROBOTICS)

    ขณะที่ในเดือนเมษายนปีนี้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่เล็งเห็นโอกาสการลงทุนในธีม humanoid robotics
จำนวน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดแอล เอช ฮิวแมนนอยด์ (LH Humanoid Theme Fund) หรือ LHHUMANOID ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ตามด้วยกองทุนเปิดเอแทรคเกอร์ส โกลบอล ฮิวแมนนอยด์ (A-Trackers Global Humanoid Fund) หรือ A-HUMANOID ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด

    สำหรับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด มองภาพรวมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ humanoid robotics ว่า มีแนวโน้มการเติบโตสูงตามการประเมินของ Morgan Stanley ซึ่งคาดการณ์มูลค่าตลาดไว้ถึง 4.7 ล้านล้านเหรียญในปี 2593 เนื่องจากความตึงเครียดด้านห่วงโซ่อุปทานโลกทำให้บริษัทต้องลดการพึ่งพาแรงงานมนุษย์ในโรงงาน รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะภาคการผลิตและสาธารณสุข ซึ่งหลายบริษัททั่วโลกอย่าง Tesla, Figure, Boston Dynamics และ Apptronik ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์สำหรับนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

    กองทุนเปิดแอล เอช ฮิวแมนนอยด์ (LHHUMANOID) มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ Themes Humanoid Robotics ETF เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน และกลยุทธ์การลงทุนสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี Solactive Global Humanoid Robotics Index โดยสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มนุษย์ (humanoid robotics) ซึ่งครอบคลุมถึงหุ่นยนต์บริการ (service 
robotics) และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-driven automation technologies)

    ขณะเดียวกันกองทุนหลักยังมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทแถวหน้าด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ humanoid ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ AI สำหรับหุ่นยนต์ และผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่การผลิตจนถึงผู้ประกอบและจำหน่ายหุ่นยนต์สำเร็จรูป เช่น Yujin Robot, Neuromeka, Teradyne INC, Palladyne AI Corp, 
Rainbow Robotics พร้อมจัดสรรการลงทุนในต่างประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐอเมริกา เกาหลี ฮ่องกง แคนาดา

    นอกจากนั้น การลงทุนในกองทุนหลัก Themes Humanoid Robotics ETF เน้นการเติบโตเชิงโครงสร้าง หรือ Embodied AI ซึ่งกำลังก้าวสู่โลกกายภาพ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและสร้างดีมานด์ใหม่ในระดับโลก โดยกองทุนมีการคัดเลือกหุ้น Pure-play Humanoid อย่างเข้มข้นด้วยการใช้ดัชนี Solactive คัดบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ humanoid และมีศักยภาพเติบโตสูง รวมถึงการลงทุนครอบคลุม value chain จากสมองสู่ร่างกายตั้งแต่ AI หรือชิป NVIDIA เซนเซอร์ จนถึงผู้ผลิตหุ่นยนต์ เช่น Tesla, UBTECH และสุดท้ายผลการดำเนินงานของกองทุนหลักมีความโดดเด่น โดยสามารถสะท้อนศักยภาพการเติบโตของธีม humanoid ช่วงเร่งตัวการใช้งานจริง

    ด้านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส 
จำกัด เล็งเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มนุษย์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกเทคโนโลยีในทุกอุตสาหกรรม ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก AI และแมชชีนเลิร์นนิ่งที่ช่วยลดเวลาการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ให้น้อยลง รวมถึงวิกฤตขาดแคลนแรงงานที่คาดการณ์จำนวน 85 ล้านคนในปี 2573 พร้อมทั้งต้นทุนการผลิตที่ลดลง และนโยบายสนับสนุนของภาครัฐใน 4 ภูมิภาคหลักทั่วโลกตลอดจนการลงทุนมหาศาลจากบริษัทเทคโนโลยีและ VC มากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญในปี 2567

    ขณะที่กองทุนเปิดเอแทรคเกอร์ส โกลบอล ฮิวแมนนอยด์ (A-HUMANOID) มีนโยบายการลงทุนในกองทุน KraneShares Global Humanoid and Embodied Intelligence Index ETF สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 
The Nasdaq Stock Market LLC (NASDAQ) โดยมี Krane Funds Advisors, LLC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุน (investment adviser) ซึ่งรับผิดชอบในการบริหารการลงทุนของกองทุน และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) โดยเป็นสมาชิกของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) 

    นอกจากนั้น กองทุนยังมีวัตถุประสงค์การสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนี MerQube Global Humanoid and Embodied Intelligence Index โดยดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดผลการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี humanoid และ embodied intelligence หรือบริษัทที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ
ดังกล่าว รวมถึงไม่มีการลงทุนใน derivative เพื่อบริหารพอร์ตให้มัประสิทธิภาพ

    สำหรับตัวอย่างทรัพย์สินที่กองทุนหลักลงทุน ได้แก่ Rainbow Robotics, Doosan CO LTD, Lynas Rare Earths Limited, Legal Rexnord Corp, Renesas Electronics Corp, THK CO LTD, China Northern Rare Earth-A, MOOG INC-CLASS A, Nabtesco Corp, Teledyne Technologies INC โดยเน้นการลงทุนในประเทศที่มีเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี

    อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมมีความเสี่ยงเงินลงทุนที่ไม่ได้รับความคุ้มครองหรือประกัน รวมถึงความเสี่ยงหลักอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และราคาซื้อขายของกองทุน เช่น ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบติดตามดัชนี ความเสี่ยงจากการบริหารจัดการ ความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนของผลตอบแทน ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านการประเมินมูลค่า และความเสี่ยงจากเทคโนโลยี humanoid และ embodied intelligence ทั้งค่าใช้จ่ายการวิจัยและเงินลงทุนสูง การแข่งขัน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบ นโยบายทางการเมือง ผลิตภัณฑ์หรือบริการไม่ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : David Hoffmann กู้วิกฤตสื่อ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของอเมริกา

​อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine