ศิลปินไทย "โอ-ธีรวัฒน์" เปรียบผลงานตนเองเสมือน "น้ำ" เน้นดีไซน์ให้สอดคล้อง กลมกลืน กับคอนเซ็ปต์ของทุกแบรนด์ในระดับสากล

ศิลปินไทย "โอ-ธีรวัฒน์" เปรียบผลงานตนเองเสมือน "น้ำ" เน้นดีไซน์ให้สอดคล้อง กลมกลืน กับคอนเซ็ปต์ของทุกแบรนด์ในระดับสากล

"โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์" ศิลปินด้าน "อิลลัสเตรเตอร์และกราฟิกดีไซเนอร์" ชาวไทย ที่ร่วมสร้างผลงานให้แก่เหล่าแบรนด์ดังระดับไฮเอนด์มาแล้วหลากหลาย อาทิ การออกแบบวินโดว์ ดิสเพลย์ ให้แก่ร้านแฟล็กชิปสโตร์ของแบรนด์ HERMÈS ณ ห้าง Central Embassy หรือ ล่าสุดกับการออกแบบขวดน้ำหอมเพื่อจัดแสดงโชว์ในนิทรรศการของแบรนด์ความงามอย่าง Guerlain เขาเปรียบผลงานของตนเองเสมือน "น้ำ" ที่พร้อมดีไซน์ใส่ลงไปในทุกภาชนะได้อย่างกลมกลืนตามแต่ละคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ พร้อมบอกว่าที่ศิลปินคนรุ่นใหม่ "อย่าหยุดความฝันไว้กลางทาง! ทุ่มเทแต่ละงานให้เต็มที่ วันนี้คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น แต่ความตั้งใจของเราจะเป็นประโยชน์ในอนาคตได้แน่นอน"


    ด้วยฝีไม้ลายมือของ "โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์" อิลลัสเตรเตอร์และกราฟิกดีไซเนอร์ชาวไทย ที่เคยไปสร้างชื่อสร้างผลงานในเวทีระดับโลก จากการประกวดออกแบบผ้าพันคอให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ อย่าง HERMÈS ในปี 2563 ในรายการ LE GRAND PRIX DU CARRÉ HERMÈโดยโอ-ธีรวัฒน์ สามารถคว้ารางวัลที่ 2 มาได้ ร่วมกับนักออกแบบชาวฮ่องกง Kin Fan Lo ขณะที่รางวัลชนะเลิศเป็นของดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น Kohei Kyomori 

    ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา โอ-ธีรวัฒน์ ยังได้ร่วมงานกับทางแบรนด์ HERMÈS มาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผลงานในปี 2568 กับการดีไซน์ออกแบบ "วินโดว์ ดิสเพลย์" ตู้โชว์สินค้าหน้าร้านของแฟลกชิปสโตร์ HERMÈS ณ ห้าง Central Embassy 




    นอกจากนี้ ล่าสุด โอ-ธีรวัฒน์ ยังได้ร่วมงานกับแบรนด์ความงามและน้ำหอมระดับลักชัวรี อย่าง Guerlain ในการออกแบบผลงาน Guerlinade Queens ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "Bee Bottle" ขวดน้ำหอมระดับไอคอนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Maison Guerlain มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยผลงานชิ้นนี้จะจัดแสดงโชว์ผ่านนิทรรศการ "GUERLAIN, PERFUMER VISIONARY SINCE 1828" ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 24-28 มิ.ย. 2569 ณ One Bangkok




    "กว่าเราจะเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ผมไม่เคยหยุดที่จะทำงานที่ผมรักเลยครับ" โอ ธีรวัฒน์ บอกกับทีมงาน Forbes Thailand และยังฝากย้ำไปถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินสร้างสรรค์งานศิลป์จนกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงสามารถทำเงินได้จริงว่า "น้องๆ ที่มีความฝันอยากจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินรุ่นใหม่ๆ ต้องอย่าท้อ บางคนอาจจะเห็นว่างานที่เราทำอยู่ ก็มีคนอื่นๆ ทำออกมามากมาย วันนี้อาจจะยังไม่มีคนเห็นหรือให้คุณค่าในผลงานของเราก็เลยล้มเลิกทิ้งความฝันไว้กลางทาง ดังนั้นเราควรจะต้องสู้มากกว่าเดิมอีกนิดนึง ทุ่มเทจริงจังกับคอนเซ็ปต์งานที่เราวางไว้อย่างต่อเนื่องให้เต็มที่ ถ้าวันหนึ่งเราทำเต็มที่แล้วก็ต้องย้อนกลับมาดูด้วยว่ามันยังไปต่อได้ไหม ถ้าไปต่อไม่ได้ก็ควรจะปรับไปทางไหนต่อดี เพราะอย่างน้อยๆ สิ่งที่เราตั้งใจทำเต็มที่สักวันหนึ่งจะต้องมีประโยชน์ต่อเราในอนาคตได้อย่างแน่นอน"

    แม้ปัจจุบันเทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการศิลปะแขนงต่างๆ มากขึ้น แต่ศิลปินชาวไทยรายนี้ ยังให้ความเห็นด้วยว่า เทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนมีข้อดีข้อเสียขึ้นอยู่กับว่าใครจะนำไปใช้ในรูปแบบไหน ยกตัวอย่าง เช่น ในด้านของศิลปะที่มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อลดต้นทุน ทำให้การผลิตผลงานออกมาได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น "ทุกวันนี้คนทั่วไปก็มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ออกแบบงานต่างๆ ให้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น แต่เมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาเร็วเกินไป สุดท้ายคนก็จะกลับมาโหยหาความงามของศิลปะที่เกิดจากผลงานมนุษย์ที่สร้างสรรค์ขึ้นเองจริงๆ คนจะอยากไปสัมผัสผลงานผ่านความรู้สึกของเหล่าศิลปินที่จัดแสดงโชว์อยู่ในแกลอรี หรือสัมผัสผลงานที่เป็น 3 มิติมากขึ้นกว่าการเลือกเสพผลงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล" 




    สำหรับหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานให้แก่เหล่าแบรนด์ดังระดับโลก โอ-ธีรวัฒน์ บอกว่า เขาเปรียบผลงานดีไซน์ของตนเองเสมือน "น้ำ" ที่สามารถแปรผันไปตามแต่ละภาชนะที่ใส่ ซึ่งก็คือการออกแบบผลงานให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ต่างๆ โดยหลอมรวมอยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน และในส่วนของการเติมเต็มจินตนาการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเองนั้น เขาบอกว่าสามารถหาได้จากสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัว

    "ผมมีแรงบันดาลใจในการทำงานมาจากสิ่งรอบตัวที่เราเห็นในทุกๆ วัน อย่างล่าสุดตอนนี้ก็จะโฟกัสความชอบ ความสนใจไปที่เรื่องของอาหาร ผมก็จะวาดรูปเกี่ยวกับอาหารชนิดต่างๆ บ่อยขึ้น เพราะอะไรที่มันอยู่ใกล้ๆ รอบตัว เราก็จะเห็นมุมมองต่างๆ ของมันได้ง่ายและทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ง่ายกว่าสิ่งที่อยู่ไกลตัว ซึ่งที่ผ่านมา ผมก็ยังสนุกกับการทำงานอยู่เสมอและยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะหมดไฟเลยสักวัน" นี่คือสิ่งที่ โอ-ธีรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย 



ภาพ : HERMÈS, Guerlain และ IG@oterawat 




​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ยงยุทธ "Scope" แนะคนรุ่นใหม่ "ทำเลที่ตั้ง" สำคัญสุดในการซื้ออสังหาฯ ชีวิตคนเกิดมาไม่เท่ากัน Work Hard ก่อน เดี๋ยว Life Balance จะตามมา

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine