THE WORLD’S TOP 5 “LUXURY BRANDED RESIDENCES” - Forbes Thailand

THE WORLD’S TOP 5 “LUXURY BRANDED RESIDENCES”

FORBES THAILAND / ADMIN
01 Dec 2022 | 08:00 PM
READ 2284

ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือบ้านพักตากอากาศ Branded Residence เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่กลุ่ม High-net-worth และ Ultra-high-net-worth ยินดีที่จะจ่ายแพงขึ้น 25-35% เมื่อเทียบกับโครงการที่ไม่มีแบรนด์บริหาร เพราะกลุ่มนี้ต้องการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ความหรูหรา สะดวกสบาย และไม่เหมือนใคร โดยหลายโครงการอยู่ในทำเลที่หาไม่ได้อีกแล้วในเมืองนั้น 


ซึ่ง Forbes Life ฉบับนี้ขอแนะนำสุดยอดโครงการ Branded Residence ในเมืองสำคัญที่พร้อมเข้าอยู่ในปี 2565-2567



THE OWO RESIDENCES BY RAFFLES

| LONDON (2565)

    Old War Office อาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีที่เป็นแลนด์มาร์กของย่าน Whitehall เขต Westminster ใจกลาง Central London เป็นอาคารที่มีเรื่องราวที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะเคยเป็นศูนย์บัญชาการของกองทัพอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มี Winston Churchill นั่งบัญชาการ และยังใช้เป็นฉากถ่ายภาพยนตร์เรื่อง James Bond และซีรีส์ The Crown อาคารแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดย Hinduja Group กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากอินเดียที่ทุ่มงบกว่า 1.2 พันล้านปอนด์เทกโอเวอร์และชุบชีวิตอาคารเก่าที่ถูกปิดมานาน โดยดึง Raffles เชนโรงแรมหรูสัญชาติสิงคโปร์เข้ามาบริหาร

    ตัวอาคารด้านนอกยังคงสถาปัตยกรรมบาโรกสมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเอาไว้ ส่วนภายในอาคารได้รับการออกแบบโดย Thierry Despont สถาปนิกชื่อดังจาก New York แบ่งเป็นส่วนของโรงแรมในชื่อ Raffles London at The OWO ที่มีห้องพัก 120 ห้อง ซึ่งถือเป็นโรงแรมแห่งแรกใน London ของ Raffles และส่วน Branded Residence ในชื่อ The OWO Residences ที่มีจำนวน 85 ห้อง ซึ่งบางห้องสามารถมองเห็นวิว Horse Guard Parade หรือลานสวนสนามทหารม้ารักษาพระองค์ ที่สำนักพระราชวังอังกฤษจัดงานขึ้นเป็นประจำทุกปี

    The OWO Residences เป็น Branded Residence แห่งแรกในยุโรปของ Raffles มีขนาดห้องเริ่มตั้งแต่สตูดิโอจนถึง 5 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 8-41 ล้านปอนด์ พร้อมเข้าอยู่ในปลายปีนี้ โดยเจ้าของยูนิตสามารถใช้บริการต่างๆ ภายในโรงแรม ซึ่งมีร้านอาหารและบาร์กว่า 10 แห่ง สระว่ายน้ำในร่มยาว 20 เมตร พร้อมสปาและเวลเนส ซึ่งใช้พื้นที่ถึง 4 ชั้น โดยมี Guerlain แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังจากฝรั่งเศสเป็นผู้ให้บริการ มีทั้งเวลเนสแบบองค์รวมและทรีตเมนต์ดูแลความงาม รวมทั้ง Health Club บริการดูแลสุขภาพและโภชนาการโดย PILLAR ผู้เชี่ยวชาญด้าน Movement และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันชื่อดังในอังกฤษ



MANDARIN ORIENTAL RESIDENCES, 

FIFTH AVENUE

| NEW YORK (2565)

    สำหรับผู้ที่มีเวลาเป็นเงินเป็นทอง ไม่ต้องการความยุ่งยากหรือเสียเวลากับการตกแต่งหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้เพื่อย้ายเข้าบ้านใหม่ใจกลางมหานครระดับโลก Mandarin Oriental Residences, Fifth Avenue อะพาร์ตเมนต์สุดหรูที่บริหารโดย Mandarin Oriental Hotel Group เชนโรงแรมจาก Hong Kong เตรียมไว้ให้หมดแล้วแม้กระทั่งแปรงสีฟัน

    โครงการนี้นับเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแห่งแรกของ New York ที่ผู้เป็นเจ้าของสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที และยังเป็นโครงการ Branded Residence ที่ไม่มีห้องพักโรงแรมรวมอยู่ด้วยแม้แต่เพียงห้องเดียว เจ้าของยูนิตสามารถรับบริการโรงแรมระดับ 5 ดาวโดยไม่มีแขกอื่นเข้ามาปะปนใช้บริการด้วย

    ห้องพักมีทั้งหมดเพียง 69 ยูนิต ราคา 2.5-15 ล้านเหรียญสหรัฐ ตกแต่งพร้อมอยู่ด้วยเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ ที่นอนของ Mandarin Oriental พร้อมผ้าปูลินินของ Frette ผลิตภัณฑ์ความงามของ Acqua di Parma ดรายเป่าผมของ Dyson หวีแปรงของ Mason Pearson ชุดครัวของ Molteni และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ Miele

    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารส่วนตัวที่ให้เฉพาะเจ้าของยูนิตเข้ารับบริการได้ รังสรรค์เมนูโดย Daniel Boulud เชฟดาวมิชลินระดับตำนานชื่อดังของ New York ที่พร้อมรอเสิร์ฟบนชั้นรูฟท็อป ชั้นที่มีสระว่ายน้ำ สปา ฟิตเนส และเลานจ์สำหรับนั่งจิบกาแฟชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าหรือกระดก Billionaire Vodka ข้างเตาผิงก่อนเข้านอนในยามค่ำ และยังมีบริการ Concierge ทำความสะอาด เทรนเนอร์ส่วนตัว พาสุนัขไปเดินเล่น รวมทั้งบริการไพรเวตชอปปิงที่มีห้างหรู Saks Fifth Avenue คอยให้บริการซื้อสินค้าและนำมาส่งให้ถึงที

    Mandarin Oriental Residences, Fifth Avenue เป็นอาคารเก่าเลขที่ 685 ซึ่งเคยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของ Gucci โดย SHVO ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีนำมาปรับโฉมใหม่ โครงการตั้งอยู่บน Fifth Avenue ถนนสายสำคัญของ Manhattan ซึ่งเป็นถนนสายชอปปิงแบรนด์เนมชื่อดังและร้านอาหารหรูหราที่ใครมา New York แล้วต้องแวะ



ASTON MARTIN RESIDENCES

| MIAMI (2565)

    ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์ เมื่อ Aston Martin กระโดดเข้ามาทำ Branded Residence จึงต้องแถมซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันให้ผู้ซื้อยูนิตไว้ครอบครอง

    จากจำนวนทั้งหมด 391 ยูนิต ที่มีพื้นที่ขนาด 65- 946 ตารางเมตร และมีราคาเริ่มต้นที่ 9.7 แสนเหรียญ ยูนิตที่ได้รับซูเปอร์คาร์เป็นของแถมเป็นยูนิตซิกเนเจอร์ที่มีเพียง 38 ยูนิต ราคา 5.3-7.7 ล้านเหรียญ และเพนต์เฮาส์จำนวน 7 ยูนิต ในราคาเริ่มต้นที่ 14 ล้านเหรียญ โดยของแถมมีให้เลือก 2 รุ่น คือ Aston Martin DB11 Riverwalk Edition และ DBX Riverwalk Edition ซึ่งเป็นรถ SUV ตัวแรกของค่ายรถหรูระดับตำนานสัญชาติอังกฤษแห่งนี้

    สำหรับยูนิตที่แพงที่สุดเป็นเพนต์เฮาส์ขนาด 3 ชั้น ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 2,500 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 63-65 ซึ่งเป็นชั้นยอดตึกของอาคาร โดยมีราคา 50 ล้านเหรียญ ผู้เป็นเจ้าของจะได้รับ Aston Martin Vulcan มูลค่า 2.3 ล้านเหรียญ ที่ทั่วโลกมีเพียง 24 คันเท่านั้นไปครอบครอง

    โครงการจัดเต็ม Facilities ให้ถึง 4 ชั้น บนชั้น 52-55 รวมพื้นที่เกือบ 4,000 ตารางเมตร มีทั้งสระว่ายน้ำ บาร์ ฟิตเนส สปา ห้องทรีตเมนต์ ห้องนั่งสมาธิ ร้านเสริมสวยทั้งหญิงและชาย รวมไปถึงอาร์ตแกลเลอรี นอกจากนี้ยังมีบริการ Butler ส่วนตัว Valet Parking ตลอด 24 ชั่วโมง และลิฟต์โดยสารส่วนตัวแบบซูเปอร์ไฮสปีดความเร็ว 365 เมตรต่อนาทีถึง 10 ตัว

    Aston Martin Residences เป็นคอนโดตากอากาศระดับซูเปอร์ลักชูรีพร้อมท่าจอดเรือยอชต์ส่วนตัว ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ Miami ที่ออกสู่อ่าว Biscayne ตัวอาคารเป็นอาคารกระจกทรงเรือใบสูง 66 ชั้น ซึ่งจะเป็นอาคารพักอาศัยที่สูงที่สุดทางตอนใต้ของ New York และจะเปลี่ยนโฉมหน้าสกายไลน์ของ Miami ทันทีเมื่ออาคารสร้างแล้วเสร็จ



AMAN RESIDENCES NISEKO

| NISEKO (2566)

    Hokkaido เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยทั้งในช่วงฤดูหนาวที่ทั้งเกาะปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมความงดงาม และในช่วงฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้สีสันต่างๆ Aman เชนโรงแรมหรูชื่อดังระดับโลกจึงเลือกปักหมุดที่ Niseko เมืองตากอากาศสกีรีสอร์ตสุดฮิตของเกาะ สำหรับพัฒนาโครงการที่ 4 ในประเทศญี่ปุ่น

    Aman Niseko อยู่บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ บริเวณทางสโลปของภูเขา Moiwa นับเป็นโครงการเดียวใน Niseko ที่ตั้งอยู่บนภูเขา และเป็นรีสอร์ตสปาแอนด์เวลเนสเต็มรูปแบบแห่งแรกในญี่ปุ่น ได้รับการออกแบบโดย Kerry Hill สถาปนิกชื่อดังชาวออสเตรเลียที่โดดเด่นด้านการออกแบบสไตล์ Modern Tropical สามารถผสานสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ด้วยกัน และยังเป็นผู้ออกแบบโรงแรมให้กับเครือ Aman มาแล้วมากมาย

    โครงการประกอบด้วยห้องพักที่เป็นรีสอร์ต 30 ห้อง และ Branded Residence 31 ยูนิต ซึ่งทุกยูนิตเป็นวิลล่าขนาด 2 ชั้น มีบริการต่างๆ ของโรงแรมที่เจ้าของยูนิตสามารถเข้าใช้บริการได้ ทั้งสระว่ายน้ำความยาว 25 เมตร บ่อออนเซ็นทั้งในและนอกอาคาร และโซนสำหรับเด็กๆ เช่น ลานโบว์ลิ่ง สนามบาสเก็ตบอล และสระว่ายน้ำในร่มสำหรับเด็ก สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ มีทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นและอิตาเลียน บาร์สาเก ไวน์เซลลาร์ เลานจ์วิสกี้และซิการ์ และล็อกเกอร์สำหรับผู้ที่เล่นสกี

    นอกจากนี้ยังมี Aman Spa ที่มีทรีตเมนต์ให้เลือกมากมาย ผสมผสานระหว่างสไตล์ญี่ปุ่นและยุโรป ทั้งการนวดและการออกกำลังกายในน้ำแบบ Watsu ห้องเซานาแบบฟินแลนด์ สระน้ำเย็น และสปาอาบน้ำแบบโมร็อกโก

    สำหรับขนาดของวิลล่าและราคายังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการจากโครงการ โดยโครงการมีกำหนดเปิดตัวในปีหน้า และยังเสนอ Amans Rental Programme ให้ผู้ซื้อสามารถปล่อยเช่าและรับผลตอบแทนโดยมี Aman เป็นผู้ดูแลและบริหารอีกด้วย



GUERNERÉS EXCLUSIVE LODGE

| SWITZERLAND (2567)

    สวิตเซอร์แลนด์เป็นอีกหนึ่งเมืองหนาวที่คนไทยนิยมเดินทางไปพักผ่อนเพื่อหลบร้อน ซึ่งในแถบเทือกเขา Swiss Alps มีหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ Grimentz เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก โดยยังคงความดั้งเดิมไว้ด้วยบ้านไม้สไตล์ลอดจ์ ทางเดินเล็กๆ ที่ทอดตัวไปตามบ้านแต่ละหลังเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้แวะเดินเที่ยวเล่น ซึ่งเป็นกิจกรรมไฮไลต์ของหมู่บ้านแห่งนี้นอกเหนือไปจากการเล่นสกีและสโนว์บอร์ด

    หนึ่งในเมืองสกีรีสอร์ตที่สวยที่สุดในยุโรปแห่งนี้มีบ้านพักตากอากาศโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2567 แม้ Guernere’s Exclusive Lodge จะไม่มีชื่อแบรนด์โรงแรมดังที่คุ้นหูคุ้นตา แต่เจ้าของยูนิตก็จะได้รับความสะดวกสบายและบริการต่างๆ ของโรงแรม ซึ่งให้บริการโดย Vallat บริษัทอสังหาริมทรัพย์จากฝรั่งเศสที่เน้นพัฒนาและบริหารรีสอร์ตพักอาศัยระดับไฮเอนด์หลายแห่งในแถบเทือกเขา Alps รวมทั้งดูแลเรื่องการบริการและการปล่อยเช่าให้กับเจ้าของยูนิตอีกด้วย

    บนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ Guerneres Exclusive Lodge มีอะพาร์ตเมนต์จำนวน 40 ยูนิต ขนาด 2-4 ห้องนอน ที่มีพื้นที่ใช้สอย 54-158 ตารางเมตร และบ้านสไตล์ชาเลต์อีก 16 หลัง ที่มีจำนวน 36 ยูนิต ขนาด 64-324 ตารางเมตร ซึ่งทุกหลังสามารถก้าวเท้าออกจากห้องแล้วเดินขึ้นลานสกีได้ทันที ยูนิตเปิดขายในราคา 637,500 ฟรังก์สวิสถึง 24 ล้านฟรังก์สวิส

    นอกจากบริการเวลเนส สปา และสระว่ายน้ำทั้งในร่มและกลางแจ้ง ทุกยูนิตยังสามารถใช้บริการ Concierge แม่บ้านทำความสะอาด พี่เลี้ยงดูแลเด็ก รวมทั้ง Ski Valet หรือบริการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์เล่นสกี ตั้งแต่อุ่นรองเท้าบู๊ต แวกซ์สกี และตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์เล่นสกีต่างๆ


เรื่อง: บุญธร ศิริสวาสด์

อ่านเพิ่มเติม:

>> ศึกของ Palmer Luckey เศรษฐีพันล้านผู้ร่วมก่อตั้ง Anduril

>> "5 หญิงแกร่ง" แห่งเอเชีย กับแนวทางสร้างสรรค์ธุรกิจและเทคโนโลยี


​คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Life (เล่มแถม ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2565)