Villa Le Corail, Gran Melia สวรรค์ริมทะเล “ญาจาง” ผสานความหรูหราสไตล์สเปน เข้ากับเสน่ห์แห่งเวียดนาม

Villa Le Corail, Gran Melia สวรรค์ริมทะเล “ญาจาง” ผสานความหรูหราสไตล์สเปน เข้ากับเสน่ห์แห่งเวียดนาม

จากเมืองชายฝั่งที่เคยเป็นเพียง “ทางผ่าน” วันนี้ “ญาจาง” กำลังกลายเป็นหนึ่งในเดสติเนชันลักชัวรี่ที่น่าจับตาที่สุดของเวียดนาม และท่ามกลางอ่าวส่วนตัวอันเงียบสงบ Villa Le Corail, a Gran Meliá Nha Trang กำลังนิยามการพักผ่อนริมทะเลในอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่ความหวือหวา แต่คือ “คุณภาพของประสบการณ์”


    ภายใต้ภูมิประเทศที่มีแนวชายฝั่งทอดยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร ส่งผลให้ “เวียดนาม” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางริมทะเลที่มาแรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    เดสติเนชันริมทะเลของที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อ่าวและหมู่เกาะกลางน้ำทะเลสีมรกตอย่าง Ha Long Bay ทางตอนเหนือ ไปจนถึงเกาะเขตร้อนทางตอนใต้อย่าง Phu Quoc ที่เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ส่วนในพื้นที่ตอนกลางของประเทศนั้น ถือเป็นโซนที่มีชายหาดทอดยาวที่สุด และมีเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่าง Da Nang รวมถึง Nha Trang หรือ “ญาจาง” นั่นเอง

    “ญาจาง” คือชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มกลายเป็นดาวเด่นในหมู่นักเดินทางที่มองหาความสงบควบคู่ไปกับความหรูหรา เมืองชายฝั่งแห่งนี้โดดเด่นด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายทอดยาว และอ่าวธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขา สร้างบรรยากาศที่ทั้งผ่อนคลายและน่าค้นหา เรียกได้ว่าญาจางมอบสมดุลระหว่างความงดงามตามธรรมชาติและประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักชัวรีได้อย่างลงตัว

    และนี่เองคือเหตุผลที่รีสอร์ตระดับโลกจากสเปนอย่างกลุ่ม Meliá เลือกปักหมุดอยู่บนอ่าวส่วนตัวในญาจาง เพื่อยกระดับการพักผ่อนริมทะเลให้เหนือไปอีกขั้น

    ในครั้งนี้ Forbes Thailand มีโอกาสเยือนญาจางเพื่อสัมผัสการพักผ่อนที่ Villa Le Corail A Gran Meliá Nha Trang เป็นครั้งแรก การเดินทางนั้นสะดวกสบายด้วยเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ ถึงสนามบินนานาชาติ Cam Ranh โดยใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง และเดินทางต่อด้วยรถยนต์บนเส้นทางเลียบชายหาดที่สลับระหว่างวิวภูเขาและตัวเมืองเพียง 1 ชั่วโมง ก็มาถึงรีสอร์ตแห่งนี้


    ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ที่นี่ให้ความรู้สึกต่างจากรีสอร์ตริมทะเลทั่วไปเล็กน้อย ด้วยโลเคชันที่ตั้งอยู่ในอ่าวส่วนตัว ห่างจากความคึกคักของตัวเมืองราว 15 นาที ทำให้บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างสงบ

    แม้ในช่วงที่ Forbes Thailand เดินทางไปเยือนจะตรงกับช่วง Golden Week ที่มีนักเดินทางหนาแน่น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก 3 อันดับแรกของโรงแรม ได้แก่ เกาหลีใต้ รัสเซีย และจีน แต่ถึงอย่างนั้น ตั้งแต่จังหวะแรกของการเช็กอินไปจนถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตภายในรีสอร์ต ทุกอย่างกลับดำเนินไปอย่างประณีตและไม่เร่งรีบ


    จุดเด่นของที่นี่คือรูปแบบการเข้าพักแบบ “พูลวิลล่า” โดยวิลล่าทั้ง 94 หลังตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวได้อย่างชัดเจน พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เพดานสูงโปร่ง ออกแบบให้เปิดรับวิวทะเลได้หลายมุมมอง โดยเฉพาะในช่วงเช้าและยามเย็น แสงธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนได้อย่างละเมียดละไม



    ในแง่ของกิจกรรม Gran Meliá Nha Trang วางตัวเป็นรีสอร์ตที่มอบทางเลือกมากกว่าการพักผ่อนแบบ Passive โดยมีกิจกรรมให้เลือกมากมาย ตั้งแต่การออกไปสัมผัสเสน่ห์ของทะเลญาจางผ่านการดำน้ำ ล่องเรือ หรือสำรวจเกาะใกล้เคียง


    หากต้องการใช้เวลาภายในรีสอร์ต ก็มีทั้งสระว่ายน้ำส่วนกลาง บริการออนเซ็น รวมถึงกิจกรรมสันทนาการบนชายหาดของรีสอร์ต ทั้งวอลเลย์บอลชายหาด พายเรือคายัค แพดเดิลบอร์ด หรือลองสัมผัสประสบการณ์การนั่ง “เรือกลม” แบบฉบับเวียดนามแท้ๆ รวมถึงการดำน้ำตื้นที่มีอุปกรณ์ให้ครบครัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสปา ฟิตเนส และ Sal คาเฟ่ริมหาดที่เพียงพอให้ใช้เวลาได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกจำเจ

    หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “การปลูกปะการัง” ซึ่ง Villa Le Corail Gran Meliá Nha Trang เริ่มต้นโครงการสำคัญเพื่อฟื้นฟูและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แนวปะการังในอ่าวญาจางอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับ Avatar บริษัทท่องเที่ยวเชิงการศึกษาเพื่อความยั่งยืนในญาจาง (ก่อตั้งโดย KDI Holdings เจ้าของรีสอร์ต)


    โครงการนี้มุ่งฟื้นฟูปะการังหลายพันตารางเมตรจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เคยทำให้แนวปะการังเสื่อมโทรม โดยทีมงานร่วมกันวางแผนฟื้นฟูที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เป้าหมายที่ 14 “ชีวิตใต้น้ำ” ผ่านวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทั้งการย้ายปลูก การเพาะเลี้ยง และการขยายพันธุ์

    ผู้เข้าพักจะได้เรียนรู้ระบบนิเวศทางทะเลก่อนจะลงมือปลูกปะการังอ่อนชิ้นน้อยๆ เข้ากับโครงเหล็ก ซึ่งทีมงานจะนำไปวางในจุดน้ำลึกระดับ 5 เมตร พร้อมมีการอัปเดตการเติบโตทุก 3-6 เดือน โดยผู้เข้าพักสามารถสแกน QR Code เพื่อติดตามการเติบโตของปะการังได้ด้วยตนเอง



    นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในเดือนมีนาคม 2023 ปัจจุบันมีการฟื้นฟูแนวปะการังไปแล้วกว่า 2,100 ตารางเมตรใน Avatar Coral Garden และอีก 2,000 ตารางเมตรสำหรับแหล่งเพาะเลี้ยง

    นอกจากนี้ยังมีการฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่งหน้ารีสอร์ตอีก 1,000 ตารางเมตร พร้อมติดตั้งปะการังอ่อนเพิ่มเติมภายในปีนี้ รวมถึงการสร้างแนวปะการังเทียมเพื่อปกป้องพื้นที่ ซึ่งนักชีววิทยาพบว่าปะการังเริ่มมีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ดึงดูดปลาเขตร้อนและเต่าทะเลให้กลับคืนมาสู่ระบบนิเวศอีกครั้ง

    สำหรับสายทำอาหาร ที่นี่ยังมี Cooking Class ที่เริ่มตั้งแต่พาไปเยือนหมู่บ้านชาวประมงใกล้เคียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดที่ขายอาหารทะเลสด ก่อนกลับมาเรียนรู้วัฒนธรรมการกินแบบสเปน ทั้งการทำเครื่องดื่ม Sangria ไวน์ผสมผลไม้รสสดชื่น และการทำอาหารประจำชาติอย่าง Paella หรือข้าวผัดสไตล์สเปนที่หลายคนต้องติดใจ

เมนู Paella


    อีกองค์ประกอบที่ช่วยยกระดับประสบการณ์คืออาหาร ที่นี่โดดเด่นด้วยห้องอาหาร Hispania ที่นำเสนออาหารสเปนในรูปแบบที่จริงจังมากขึ้น ทั้งเทคนิคและการเลือกใช้วัตถุดิบ สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ในการสร้าง Positioning ที่ต่างจากรีสอร์ตชายทะเลทั่วไป


ห้องอาหาร Hispania


    โดยนับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2023 เป็นต้นมา “Hispania” ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านอาหารที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม ภายใต้การดูแลของเชฟ Marcos ทายาทเชฟรุ่นที่ 5 ผู้เป็นเจ้าของร้านอาหารในยุโรปถึง 2 แห่ง รวมถึง Casa Gerardo ร้านระดับมิชลินสตาร์ในสเปน ห้องอาหารแห่งนี้สะท้อนจุดสูงสุดของศาสตร์อาหารสเปนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างโดดเด่น

    ผู้มาเยือนที่ Villa Le Corail Gran Meliá Nha Trang สามารถลิ้มลองเมนูซิกเนเจอร์ “100-Year” ซึ่งตั้งชื่อตามสูตรอาหารอายุกว่าศตวรรษที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนนำมาตีความใหม่ด้วยเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดใหม่ที่ปรุงในสไตล์ไอบีเรียแท้ๆ เนื้อคุณภาพพรีเมียมที่ย่างบนเตา Josper ซุปอันละเมียดละไม หรือเมนูข้าวรสชาติเข้มข้น ทุกจานถูกเสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลอันงดงาม กลายเป็นประสบการณ์ชั้นเลิศสำหรับผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งไฟน์ไดนิ่งอย่างแท้จริง

ห้องอาหาร Shibui


    นอกจากนี้ยังมีห้องอาหาร Natura ซึ่งนำเสนออาหารนานาชาติรวมถึงอาหารท้องถิ่นเวียดนาม รองรับตั้งแต่มื้อเช้า มื้อกลางวัน รวมถึงมื้อเย็น ขณะที่ห้องอาหาร Shibui นำเสนออาหารญี่ปุ่นในหลากหลายรูปแบบ จุดเด่นคือ ซูชิ และประสบการณ์แบบโอมากาเสะ

    สำหรับมุมเครื่องดื่มที่นี่มี Theia Bar ที่นำเสนอเครื่องดื่มหลากหลายแบบ ทั้งค็อกเทล, น้ำชายามบ่าย, การเวิร์กช็อปทำเครื่องดื่ม ไปจนถึงกาแฟสไตล์เวียดนามอย่าง Coconut Coffee และ Salted Coffee ด้วย

    โดยภาพรวม Villa Le Corail Gran Meliá Nha Trang อาจไม่ใช่รีสอร์ตที่เน้นความคึกคักหวือหวา แต่เลือกที่จะโฟกัสไปที่ “คุณภาพของประสบการณ์” ในรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ไปจนถึงจังหวะการบริการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของนักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสงบ ความเป็นส่วนตัว และการพักผ่อนที่มีความหมายมากขึ้น


    ท้ายที่สุดแล้วเสน่ห์ของ Villa Le Corail Gran Meliá Nha Trang คือการสร้างพื้นที่ตรงกลางที่ความร้อนแรงสไตล์สเปนมาบรรจบกับความละมุนในธรรมชาติของเวียดนามได้อย่างไร้รอยต่อ

    ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่คึกคักของญาจาง รีสอร์ตแห่งนี้จึงทำหน้าที่เป็นดั่งสถานพักพิงที่มอบทั้งความเป็นส่วนตัวและคุณภาพของประสบการณ์ในทุกรายละเอียด เป็นบทพิสูจน์ว่าความสุขของการพักผ่อนที่เหนือระดับ ไม่ได้วัดกันที่ความหวือหวา แต่คือจังหวะชีวิตที่ดำเนินไปอย่างละเมียดละไมและสงบงามเหนืออ่าวส่วนตัวแห่งนี้





เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Andaz One Bangkok ถ่ายทอดเสน่ห์ของย่าน + พลังสร้างสรรค์ท้องถิ่น ฉลองเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการ

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine