Forbes จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีสิงคโปร์ ประจำปี 2026 ความมั่งคั่งรวมกัน 2.39 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ “Eduardo Saverin” ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ยังครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ สิงคโปร์ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งเสถียรภาพ เศรษฐกิจของนครรัฐแห่งนี้ขยายตัว 6.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และวิศวกรรมความแม่นยำ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของธุรกิจและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI
อย่างไรก็ตาม แม้การจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีสิงคโปร์ ประจำปี 2026 โดย Forbes จะมีกว่า 35 รายที่ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ทรัพย์สินรวมของทั้ง 50 อันดับยังคงทรงตัวที่ 2.39 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยได้รับผลกระทบจากความมั่งคั่งที่ลดลงในกลุ่มทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยี
สำหรับมหาเศรษฐีที่มีความมั่งคั่งสูงสุดยังคงเป็น Eduardo Saverin ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ซึ่งพำนักในสิงคโปร์มาอย่างยาวนาน โดยครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
ความมั่งคั่งของ Saverin ในปีนี้ลดลง 1.01 หมื่นล้านเหรียญ ทำให้ทรัพย์สินรวมของเขาอยู่ที่ 3.29 หมื่นล้านเหรียญ เนื่องจากหุ้นของ Meta บริษัทแม่ของ Facebook ปรับตัวลดลง 25% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา หลังบริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ลดลง 14% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่พุ่งสูงขึ้น แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น 28% ก็ตาม
ด้าน Kwek Leng Beng เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ ยังคงครองอันดับ 2 โดยความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 1.8 พันล้านเหรียญ ส่งผลให้ทรัพย์สินของเขาและครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.61 หมื่นล้านเหรียญ
โดย City Developments บริษัทเรือธงของครอบครัวได้ทยอยขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักตลอดช่วงปีที่ผ่านมา และมุ่งเน้นธุรกิจที่อยู่อาศัยรวมถึงธุรกิจโรงแรมมากขึ้น เช่น ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อโรงแรม Holiday Inn ในกรุง London มูลค่า 370 ล้านเหรียญ และยังคงเดินหน้าซื้อที่ดินทำเลทองเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสองพี่น้อง Robert และ Philip Ng ยังคงอยู่ในอันดับ 3 ด้วยความมั่งคั่งรวมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.43 หมื่นล้านเหรียญ โดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Far East Orchard ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ได้ประกาศแผนในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจภายในปี 2030 ให้เป็นเครือข่ายระดับโลกแบบครบวงจร ทั้งดำเนินธุรกิจทั้งโรงแรมและที่พักสำหรับนักศึกษา พร้อมบริหารกองทุนที่จะเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ใหม่
ด้านตระกูล Lee ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ด้วยทรัพย์สินรวม 1.38 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นถึง 78% มากที่สุดในลิสต์ครั้งนี้ทั้งในแง่จำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์ โดยความมั่งคั่งส่วนใหญ่มาจากการถือหุ้นใน Oversea-Chinese Banking (OCBC)
ทั้งนี้ ราคาหุ้น OCBC เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของธนาคารที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ธนาคารคาดว่าจะเสร็จสิ้นการเข้าซื้อธุรกิจธนาคารรายย่อยและบริหารความมั่งคั่งของ HSBC ในอินโดนีเซียในปี 2027
อีกหนึ่งรายที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นคือ Lim Hock Chee ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Sheng Siong Group ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีรายได้เป็นอันดับ 2 ของสิงคโปร์ โดยหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้น 54% ท่ามกลางการขยายสาขา ส่งผลให้ความมั่งคั่งของครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 พันล้านเหรียญ
ด้าน Forrest Li (อันดับ 10), Gang Ye (อันดับ 14) และ David Chen (อันดับ 44) ผู้ร่วมก่อตั้ง Sea บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีทรัพย์สินลดลงรวมกันกว่า 5.85 พันล้านเหรียญ เนื่องจากราคาหุ้นของ Sea ร่วงลงเกือบหนึ่งในสามจากปีก่อน ด้วยอัตรากำไรของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ถูกกดดัน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งอย่าง TikTok Shop
สำหรับผู้ที่กลับเข้าสู่ลิสต์ในปีนี้อีกครั้ง ได้แก่ คู่สามีภรรยา Gordon และ Celine Tang ในอันดับ 49 หลังหายไป 2 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากราคาหุ้นของ Suntec REIT หนึ่งในสินทรัพย์หลักที่ทั้งคู่ถือครอง ซึ่งเพิ่มขึ้น 20%
ขณะที่สามพี่น้อง Charles, Keith และ Kelvin Wong เจ้าของและผู้บริหาร Charles & Keith แบรนด์รองเท้าและเครื่องประดับแฟชั่นที่ก่อตั้งในสิงคโปร์ กลับเข้าสู่การจัดอันดับอีกครั้งหลังหายไป 1 ปี ในอันดับที่ 50
สำหรับมหาเศรษฐีหน้าใหม่ในปีนี้มีเพียง 1 คนเท่านั้น ได้แก่ Quek Leng Chye ในอันดับที่ 48 ด้วยความมั่งคั่ง 1.2 พันล้านเหรียญ เขาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ Hong Leong Holdings ธุรกิจพัฒนาและลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของ Hong Leong Group ทั้งนี้เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของ Kwek Leng Beng และเป็นพี่น้องกับ Quek Leng Chan หนึ่งในมหาเศรษฐีชาวมาเลเซีย

หมายเหตุ: การจัดอันดับนี้จัดทำจากข้อมูลการถือหุ้นและข้อมูลทางการเงินจากครอบครัว บุคคล ตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ โดยรวมความมั่งคั่งของครอบครัวและทรัพย์สินที่ถือร่วมกันในครอบครัวขยายและลูกพี่ลูกน้อง สำหรับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอ้างอิงราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน ณ ราคาปิดตลาดวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ส่วนบริษัทเอกชนประเมินจากบริษัทที่มีลักษณะใกล้เคียงกันและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
การจัดอันดับรวมชาวต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงด้านธุรกิจ การพำนัก หรือด้านอื่น ๆ กับสิงคโปร์ รวมถึงชาวสิงคโปร์ที่ไม่ได้พำนักในประเทศ แต่มีความเชื่อมโยงกับสิงคโปร์อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เกณฑ์ความมั่งคั่งขั้นต่ำสำหรับการติดอันดับในปีนี้อยู่ที่ 1 พันล้านเหรียญ ซึ่งเท่ากับปีก่อน
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


