ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบต่อคาราบาวกรุ๊ป ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังของไทย ซึ่งแม้จะมีการวางจำหน่ายสินค้าในกว่า 40 ประเทศ แต่รายได้จากการส่งออกถึงเกือบ 40% มาจากกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)
ในปี 2025 บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2.3 พันล้านบาท (70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ลดลง 18% จากยอดขายที่ปรับตัวลดลง 3% เหลือ 1.18 หมื่นล้านบาท โดยหลักแล้วมาจากการส่งออกที่หดตัว และยังคงหดตัวต่อเนื่องจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้
คาราบาวตัดสินใจเปิดเกมรุกการตลาดในประเทศไทยเพื่อชดเชยการส่งออก พร้อมกับเปิดโรงงานแห่งใหม่ในเมียนมาเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา และเข้าเป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลอาชีพในเวียดนามโดยหวังดึงดูดผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้าน
เวทิต ตั้งจินดากุล นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวในรายงานฉบับเดือนพฤษภาคมว่า "ฝ่ายบริหารกำลังพยายามฟื้นฟูการเติบโตของผลกำไรหลังสูญเสียยอดขายในกัมพูชา แต่กำไรในระยะสั้นยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน (อลูมิเนียมและก๊าซ) ที่เพิ่มขึ้น"
อย่างไรก็ตามแม้ว่าหุ้นของบริษัทจะลดลง 23% ในปีที่ผ่านมา แต่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของสองผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง เสถียร เสถียรธรรมะ และ ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ กลับเพิ่มขึ้น 8% และ 6% ตามลำดับ
อานิสงส์จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของอาณาจักร CJ Express ที่มีการขยายสาขา อีกทั้งยังนำ AI มาใช้จัดการห่วงโซ่อุปทาน - Anuradha Raghunathan
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 5 มหาเศรษฐีไทยที่รวยที่สุด ทรัพย์สินเปลี่ยนแปลงแค่ไหน ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา



