Forbes เผยแพร่การจัดอันดับ มหาเศรษฐีโลก ประจำปี 2026 เรียกได้ว่าไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่การเป็นมหาเศรษฐีจะดีเท่านี้มาก่อน จากแรงหนุนของการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ตลาดการเงินที่ร้อนแรง และนโยบายการคลังที่เอื้ออำนวย ทำให้ในปีนี้มีผู้ประกอบการ นักลงทุน และทายาทมหาเศรษฐีรวม 3,428 คนที่ติดอันดับ World’s Billionaires ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้น 400 คนจากปี 2025 โดย Elon Musk ยังคงครองตำแหน่งมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งที่สุดในโลก
ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนมาก่อนที่เหล่ามหาเศรษฐีจะมีอิทธิพลต่อโลกอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ พวกเขามีบทบาททั้งในการขับเคลื่อนการเมือง นโยบายรัฐ ตลาดทุน รวมถึงกระแสความตื่นตัวด้าน AI ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ยิ่งผลักดันให้ความมั่งคั่งของคนที่รวยที่สุดในโลกพุ่งขึ้นสู่ระดับที่ยากจะจินตนาการได้เมื่อไม่กี่ปีก่อน
ในปีนี้ รายชื่อ World’s Billionaires มีผู้ประกอบการ นักลงทุน และทายาทมหาเศรษฐีรวม 3,428 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่มีการจัดอันดับของ Forbes โดยเพิ่มขึ้น 400 คนจากปี 2025 หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โลกได้เพิ่มมหาเศรษฐีใหม่มากกว่าวันละ 1 คน
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ มูลค่าความมั่งคั่งโดยรวมของกลุ่มมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากปีก่อน ทำให้ทรัพย์สินรวมของพวกเขาอยู่ที่ 20.1 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน
ค่าเฉลี่ยความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีต่อคนอยู่ที่ 5.8 พันล้านเหรียญ เพิ่มจาก 5.3 พันล้านเหรียญในปี 2025 โดย Forbes ใช้ราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2026 เป็นฐานในการจัดอันดับปีนี้
อิทธิพลของมหาเศรษฐีเห็นได้ชัดที่สุดใน “สหรัฐอเมริกา” ซึ่งประเทศนี้มีผู้นำที่เป็นมหาเศรษฐี และยังเป็นที่พำนักของ 15 ใน 20 คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
ในกลุ่มนี้มีบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอย่าง Elon Musk ซึ่งยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่น
ตลอดปีที่ผ่านมา Musk สร้างสถิติความมั่งคั่งต่อเนื่อง จากการที่หุ้น Tesla ปรับตัวขึ้น และการผลักดัน SpaceX ผ่านดีลต่างๆ ที่ประเมินมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ
เขากลายเป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทรัพย์สินแตะ 500,000 ล้านเหรียญในเดือนตุลาคม ก่อนจะทะลุ 600,000 ล้านเหรียญ และ 700,000 ล้านเหรียญ ภายในเวลาเพียง 4 วันในเดือนธันวาคม และแตะ 800,000 ล้านเหรียญในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้
โดยรวมแล้ว ความมั่งคั่งของ Musk เพิ่มขึ้นประมาณ 497,000 ล้านเหรียญภายในปีเดียว ปีนี้เขาครองอันดับ 1 ด้วยทรัพย์สินสูงถึง 839,000 ล้านเหรียญ ซึ่งทำให้เขาเข้าใกล้การเป็น “มหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ (trillionaire)” มากกว่าที่จะเสียตำแหน่งคนที่รวยที่สุดในโลก
ความมั่งคั่งของเขามากกว่าคู่แข่งอันดับถัดไปมากกว่า 3 เท่า ได้แก่
-อันดับ 2 Larry Page มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 257,000 ล้านเหรียญ
-อันดับ 3 Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้ง Google มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 237,000 ล้านเหรียญ
ทั้งสองคนมีความมั่งคั่งรวมกันเพิ่มขึ้น 212,000 ล้านเหรียญจากปีที่แล้ว และขยับอันดับสูงกว่าที่เคย โดยแซงหน้า Jeff Bezos ของ Amazon, Larry Ellison ของ Oracle และ Mark Zuckerberg ของ Meta
สำหรับ 10 อันดับมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ประจำปี 2026 มีดังต่อไปนี้

อันดับ 1 Elon Musk
อายุ: 54 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 8.39 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Tesla, SpaceX

อันดับ 2 Larry Page
อายุ: 52 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2.57 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Google

อันดับ 3 Sergey Brin
อายุ: 52 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2.37 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Google

อันดับ 4 Jeff Bezos
อายุ: 62 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Amazon

อันดับ 5 Mark Zuckerberg
อายุ: 41 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2.22 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Meta

อันดับ 6 Larry Ellison
อายุ: 81 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.90 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Oracle

อันดับ 7 Bernard Arnault และครอบครัว
อายุ: 77 ปี
ถิ่นพำนัก: ฝรั่งเศส
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: LVMH

อันดับ 8 Jensen Huang
อายุ: 63 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.54 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Nvidia

อันดับ 9 Warren Buffett
อายุ: 95 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.49 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Berkshire Hathaway

อันดับ 10 Amancio Ortega
อายุ: 89 ปี
ถิ่นพำนัก: สหรัฐอเมริกา
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 1.48 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
แหล่งที่มา: Zara
ที่มา: การจัดอันดับมหาเศรษฐีโลก ปี 2026 โดย Forbes
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 10 อันดับมหาเศรษฐีโลก ประจำปี 2025
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

