CPN โตแกร่งทำนิวไฮ 3 ปีซ้อน! โชว์ผลงานปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 53,000 ล้าน กำไรสุทธิสูงถึง 18,841 ล้าน

CPN โตแกร่งทำนิวไฮ 3 ปีซ้อน! โชว์ผลงานปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 53,000 ล้าน กำไรสุทธิสูงถึง 18,841 ล้าน

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด มหาชน หรือ CPN โตแกร่ง ทำนิวไฮ 3 ปีซ้อน! เฉพาะปี 68 รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิกโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เห็นได้จากตัวเลขรายได้พุ่งทะลุ 53,009 ล้านบาท กำไรสุทธิสูงถึง 18,841 ล้านบาท เล็งปันผลสูงสุดหุ้นละ 2.40 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายปันผลที่ 57%


    บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ประกาศผลประกอบการปี 2568 โตแกร่งทั้งรายได้ กำไรสุทธิ ปันผล และทราฟฟิก แตะนิวไฮ 3 ปีซ้อน โดย วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ผลประกอบการปี 2568 ที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น สะท้อนชัดเจนว่าโมเดล Retail-Led Mixed-Use Development คือรากฐานสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจค้าปลีก ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจอื่นๆ เชื่อมโยงที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม เป็น ‘The Ecosystem for All’ ที่มั่นคงและยั่งยืน สร้างคุณค่าและการเติบโตร่วมกันให้กับทุกภาคส่วน"



    นอกจากนี้ การเปิดศูนย์การค้าใหม่อย่างเซ็นทรัล พาร์ค แลนด์มาร์กระดับโลก รวมถึงเซ็นทรัล กระบี่ มิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัด ต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนแห่งแรกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ยังช่วยเสริมศักยภาพของพอร์ตธุรกิจค้าปลีก และตอกย้ำบทบาทเซ็นทรัลพัฒนาในการเป็นแพลตฟอร์มการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง และโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ผลประกอบการใน ปี 2568 ของบริษัทฯ เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งศูนย์การค้า โครงการที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ บริษัทฯ ได้รายงานงบการเงินปี 2568 มีรายได้รวมที่ 53,009 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18,841 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนหน้า สร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น พร้อมประกาศจ่ายปันผลสูงสุดหุ้นละ 2.40 บาทต่อหุ้น* หรือคิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายปันผลที่ 57%"



    ทั้งนี้ บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และยังคงเดินหน้าลงทุนตามแผนเพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้วินัยทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับ Stakeholders ทุกฝ่าย” (*ตัวเลขเพื่อนำเสนอและรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น)


เติบโต New High ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ขับเคลื่อนโดย Retail-Led Mixed-Use Development

    Retail หัวใจสำคัญและความเชี่ยวชาญหลัก ได้รับการยอมรับเป็นผู้นำอันดับ 1 ในวงการค้าปลีก ด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปี สร้าง Impact ด้วยปรากฏการณ์ระดับโลกในทุกมิติ ทั้งการรวบรวมพันธมิตรชั้นนำมากกว่า 18,000 ร้านค้า โดยกว่า 80% ของแบรนด์ระดับโลก ที่ขยายตลาดครั้งแรกในไทย เลือกเปิดสาขา First Time in Thailand กับเซ็นทรัลพัฒนา และสามารถสร้างยอดขายในระดับ Top Rank ได้อย่างต่อเนื่อง 

    ขณะเดียวกัน การเปิดศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่งในปีนี้ ได้แก่ เซ็นทรัล พาร์คซึ่งสามารถดึงดูดทราฟฟิกสูงถึง 70,000 คนต่อวันในวันทำงาน และพุ่งสูงแตะ 100,000 คนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่ เซ็นทรัล กระบี่ท็อปฟอร์มระดับประเทศ ต้อนรับนายกรัฐมนตรีร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ กวาดทราฟฟิกเฉพาะวันแรกถึง 40,000 คน ด้านโครงการ Transformation ทั้ง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต กระแสตอบรับถล่มทลาย ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าบนทำเลศักยภาพสูงของไทย และสร้างสถิติจำนวนผู้มาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศกว่า 650 ล้านครั้งต่อปี พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนสูงถึง 70 ล้านครั้งต่อปี


ธุรกิจอื่นๆ ใน Ecosystem เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจศูนย์การค้า ประกอบด้วย ธุรกิจที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน, โรงแรม:

    Residence เติบโต: ที่อยู่อาศัยติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้รับความนิยมสูง ยอดขายคอนโดมิเนียม Escent นครสวรรค์ กว่า 80% และนครปฐม กว่า 95% 

    Office ทำเลศักยภาพสูง: ออฟฟิศติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ Grade A ตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบวงจรที่สุด และ 11 อาคารรอบกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนทำเล Prime Area


    Hotel เดินเกมรุกตลาดโรงแรมคุณภาพ ราคาจับต้องได้ : นำโดย GO Hotel ที่เดินหน้าขยายต่อเนื่อง ตั้งเป้ามี 25 แห่ง ภายใน 5 ปี พร้อมสาขาใหม่ล่าสุด GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โรงแรมแฟล็กชิพแห่งใหม่และใหญ่ที่สุดของแบรนด์ รวมถึง Hilton Garden Inn Rayong แบรนด์ใหม่ล่าสุดที่ประสบความสำเร็จ ได้รับกระแสตอบรับดีจากทั้งกลุ่มลูกค้า Corporate และนักท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์


    ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยซึ่งกลับมาขยายตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 หลังจากชะลอตัวลงในไตรมาส 3/2568 อันเป็นผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ 

    ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-15 ธันวาคม 2568 ควบคู่กับการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วยโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งเป็นมาตรการร่วมจ่าย และมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ครอบคลุมทั้งค่าที่พักและร้านอาหาร รวมถึงร้านอาหารนอกโรงแรม 

    สำหรับ 2569 บริษัทฯ มุ่งขยายการลงทุนระยะยาวตามแผนยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต ด้วยการเปิดศูนย์การค้าใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรร้านค้าอย่างล้นหลาม ได้แก่ ศูนย์การค้าแฟล็กชิพแห่งอนาคต ‘The Central พหลโยธิน’ เมกะโปรเจกต์แห่งปี, มิกซ์ยูสใหม่ของจังหวัดขอนแก่น ‘Central Khonkaen Campus’ และโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี ‘Central Northville’ และการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของ Market Place ทองหล่อ Community Hub ใจกลางทองหล่อ รวมถึง ธุรกิจ Hotel และ ธุรกิจ Residence เดินหน้าขยายโครงการต่อเนื่อง 

    นอกจากนี้ CPNREIT เดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวและยกระดับศักยภาพพอร์ตสินทรัพย์ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ซึ่งไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ใหม่แต่ยังช่วย ดันจำนวน Traffic เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานรวมของกองทรัสต์ ส่งผลให้ CPNREIT ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าและพันธมิตรผู้ค้า สร้างความเชื่อมั่นต่อการขยายธุรกิจในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าขยาย ขนาดสินทรัพย์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2575 (2032) เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ ต่อไปในอนาคต


    อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนา จะมีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 44 โครงการ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 41 แห่ง - ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 17 โครงการ ต่างจังหวัด 24 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ; ศูนย์การค้าเอสพละนาด และศูนย์การค้าเมกา บางนา) คอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงาน 11 อาคาร โรงแรม 11 แห่ง และโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวสูงและแนวราบรวม 51 โครงการ 


ภาพ : CPN





เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “ซีพี แอ็กซ์ตร้า” โชว์ผลงานปี 2568 รายได้รวม 520,706 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine