“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” โชว์ผลงานปี 2568 รายได้รวม 520,706 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท

“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” โชว์ผลงานปี 2568 รายได้รวม 520,706 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท

ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์ฟอร์มแกร่งปี 2568 กวาดรายได้รวม 520,706 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท ท่ามกลางเศรษฐกิจท้าทาย โดยได้แรงหนุนจากอาหารสด-Private Label โตต่อเนื่อง ฟู้ดเซอร์วิสขยายฐาน HoReCa ดันออนไลน์ “Makro PRO” และ “Lotus’s Smart App” พุ่ง 27.4% พร้อมเครือข่ายกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ


    บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ CPAXT) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส เผยผลประกอบการปี 2568 ด้วยรายได้รวม 520,706 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจาก

    - ยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารสด ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Label) ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและหนุนภาพรวมรายได้ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    - กลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากยอดขายสินค้าฟู้ดเซอร์วิส ที่บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นใน Renewed Hope Pte. Ltd. ในไตรมาส 3 ปี 2568 ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการฟูดเซอร์วิส

    - การเติบโตของรายได้จากการขายนอกร้าน เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัทฯ โดยมาจากการเพิ่มของยอดขายผ่านทีมขาย B2B โดยเฉพาะกลุ่ม HoReCa ที่ยังคงเติบโตได้ดี ในส่วนของยอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม “Makro PRO” และ “Lotus’s Smart App” เติบโตโดดเด่นถึง 27.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยล่าสุด “Makro PRO” ได้รับการจัดอันดับจาก Euromonitor International ให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอันดับ 1 และเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ด้านยอดขายแบบ First-party (1P) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

    - เดินหน้าขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจออนไลน์ด้วยเครือข่ายกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศที่ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายและจัดส่งสินค้า

    ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังรายงานด้วยว่า สำหรับปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นต้นจากการขายจำนวน 71,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 937 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเป็นร้อยละ 14.3 ของยอดขายรวม จากร้อยละ 14.4 ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มสินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารซึ่งปกติมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เนื่องจากลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศที่จำกัด กอปรกับมีการปรับกลยุทธ์ด้านราคาเป็นมาตรการชั่วคราวภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย

    สำหรับปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 9,356 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปีนี้กำไรสุทธินั้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 1.8 ของรายได้รวม เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อัตราร้อยละ 2.1 เป็นผลหลักมาจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ดี ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมาจากการบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ว่าหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงรักษาฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD to Equity) อยู่ที่ 0.33 เท่า สะท้อนความสามารถในการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย และรองรับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

    ธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน บนพื้นฐานของวินัยทางการเงินและการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนา “พื้นที่ความสุขของชุมชน” (Happy Mall) เร่งขยายการขายนอกร้าน โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ควบคู่การยกระดับการใช้เทคโนโลยีและข้อมูล ในการขับเคลื่อนองค์กร สู่เป้าหมายการเป็น Retail Tech ชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


    โดยในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

    1) การสร้างการเติบโตทุกช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะการขายนอกร้าน ผ่านทีมขาย (B2B) และการขายออนไลน์ควบคู่การขยายสาขาในรูปแบบที่หลากหลาย

    2) การเป็นผู้นำสินค้าอาหารสดและเพิ่มสัดส่วน Private Label พร้อมต่อยอดอาหารพร้อมปรุง และอาหารพร้อมทาน เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการในราคาที่คุ้มค่า

    3) การยกระดับศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าให้เป็น “พื้นที่ความสุขของชุมชน” เพื่อสร้างรายได้จากการบริหารพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

    4) การขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยต่อยอดศักยภาพตลาดมาเลเซีย และขยายการดำเนินงานในฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาว

    5) การนำเทคโนโลยี และ AI มาใช้ยกระดับการดำเนินงาน โดยผสานความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Retail Tech ชั้นนำของภูมิภาค

    นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 0.71 บาทต่อหุ้น เมื่อหักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น ที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้ว คงเหลือเป็นเงินปันผลที่จะจ่ายอีกในอัตรา 0.53 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 21 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569

    ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความยั่งยืนในทุกมิติตามแนวทาง ESG โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สร้างผลงานด้านความยั่งยืนโดดเด่นระดับโลก ได้รับการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) โดย S&P Global องค์กรผู้จัดทำดัชนี DJSI ด้วยคะแนนรวม 88 จาก 100 คะแนน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกในกลุ่ม Food & Staples Retailing รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ “AAA” และ MSCI ESG Rating ระดับ “A” ตอกย้ำผู้นำค้าส่งค้าปลีกไทยที่เติบโตควบคู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ



ภาพ: ซีพี แอ็กซ์ตร้า



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “ไมเนอร์” ปี 68 กำไร 9,700 ล้าน เติบโต 16% วางเป้า 3 ปีขยายโรงแรมสู่ 850 แห่ง ขยายร้านอาหารสู่ 4,150 สาขา

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine