สิงห์ เอสเตท เผยผลงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้แตะ 3,263 ล้าน กำไรสุทธิ 49 ล้าน โดยเป็นผลจากแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจรายได้ประจำ รวมถึงกลุ่มโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ที่เติบโตโดดเด่นจากอัตราเข้าพักที่เพิ่มสูงขึ้น 87% และ 89% ตามลำดับ พร้อมเดินหน้าต่อในการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง เพื่อรับดีมานด์การลงทุนต่างชาติที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,263 ล้านบาท บริษัทฯ ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2% สู่ระดับ 1,371 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 42% จาก 40% ในปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 935 ล้านบาท โดยมีอัตราการทำกำไร หรือ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 28.7% จาก 27.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ "S" เผยว่า “แม้เศรษฐกิจชะลอตัวและความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยกดดันการดำเนินธุรกิจ แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ที่เน้นสร้างฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ต่อเนื่อง มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่การบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยโครงสร้างธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่ม ยังช่วยเสริมเสถียรภาพการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 กลุ่มธุรกิจโรงแรม ยังเติบโตโดดเด่น โดยโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์รักษาอัตราการเข้าพักสูงที่ 87% และ 89% ตามลำดับ พร้อมปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ขึ้น 9% สู่ระดับ 13,951 บาท และ 18% สู่ระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ RevPAR เติบโต 8% สู่ระดับ 12,075 บาท และ 17% สู่ระดับ 473 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ นับเป็นสถิติ RevPAR สูงสุดใหม่ของไตรมาส 1 ในทั้งสองประเทศ ขณะที่ RevPAR เฉลี่ยทั้งพอร์ตเพิ่มขึ้นราว 3% มาอยู่ที่ระดับ 4,866 บาท สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 1 จากการทยอยเข้าใช้พื้นที่ของผู้เช่ารายใหญ่ ส่งผลให้อัตราการเช่าเฉลี่ยของอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ เพิ่มขึ้นเป็น 90% จาก 85% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อาคารเอส โอเอซิส ปรับเพิ่มเป็น 52% จาก 47% นอกจากนี้ อาคารเอส โอเอซิส ยังสามารถปิดดีลผู้เช่ารายใหญ่เพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2 พร้อมดันอัตราการเช่าถึง 60% เป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมการเติบโตของรายได้ของธุรกิจอาคารสำนักงานในปีนี้
ธุรกิจที่พักอาศัย มีแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาส 1 จากโครงการภายใต้แบรนด์สริน ณอน และคอนโด ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการ วัน ริเวอร์ พระราม 3 มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ล่าสุด ณ เดือนเมษายนที่ผ่านมา เหลือห้องรอการขายเพียง 1 ห้องสุดท้าย สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อศักยภาพโครงการและทำเล โดยปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 40% และคาดว่าจะทยอยส่งมอบโครงการได้ภายในปี 2570
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ในไตรมาส 1 บริษัทฯ ได้ลงนามซื้อขายที่ดินเพิ่มเติม 13 ไร่ ให้แก่ บริษัท โอเรียนทอล ยูหง จำกัด และได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ จะทยอยรับรู้รายได้จากรายการดังกล่าวในไตรมาส 2 ปี 2569 ต่อไป
“ช่วงที่เหลือของปี 2569 นอกเหนือจากความสามารถในการทำรายได้และกำไรจากธุรกิจต่อเนื่องอย่างธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานที่สร้างฐานกำไรที่แข็งแกร่งให้บริษัทแล้ว บริษัทยังมีปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ จากรายได้จากการขายที่ดินในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักยภาพที่มีความพร้อมในระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ สอดรับกับแนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมที่ดีต่อเนื่อง โดยบริษัทอยู่ในระหว่างการเจรจาขายพื้นที่ให้กับนักลงทุนรายใหญ่หลายราย และคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมในระยะถัดไป” ชัยรัตน์ กล่าวเสริม

ภาพ : สิงห์ เอสเตท
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เซ็นทรัล รีเทล” ไตรมาส 1/69 โตแกร่ง! กำไรนิวไฮ 2,888 ล้านบาท หลังขยาย-ต่อยอดธุรกิจทั้งไทยและเวียดนาม
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


