มหาเศรษฐี Jeff Bezos เสนอ “คนอเมริกันครึ่งล่างไม่ต้องเสียภาษี” ชี้รัฐไม่ควรเก็บเงินจากคนรายได้น้อย

มหาเศรษฐี Jeff Bezos เสนอ “คนอเมริกันครึ่งล่างไม่ต้องเสียภาษี” ชี้รัฐไม่ควรเก็บเงินจากคนรายได้น้อย

มหาเศรษฐี “Jeff Bezos” ออกมาหนุนแนวคิดให้คนอเมริกันครึ่งล่าง “ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้” พร้อมชี้ว่า รัฐบาลไม่ควรเก็บเงินจากคนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงและความกดดันทางเศรษฐกิจ โดยเขาระบุว่า ภาษีจากคนกลุ่มนี้แทบไม่มีนัยสำคัญต่อรายได้ของรัฐ แต่กลับกระทบชีวิตผู้มีรายได้น้อยโดยตรง


    Jeff Bezos ประธานกรรมการบริหารของ Amazon กล่าวว่า เขาสนับสนุนให้ “ยกเลิกภาษีเงินได้ของรัฐบาลกลาง” สำหรับประชาชนครึ่งล่างของประเทศที่มีรายได้ต่ำที่สุด

    Bezos ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในรายการ “Squawk Box” ว่า ปัจจุบันผู้เสียภาษีกลุ่มบนสุด 1% ของประเทศ จ่ายภาษีคิดเป็นราว 40% ของรายได้ภาษีทั้งหมด ขณะที่ประชาชนครึ่งล่างจ่ายเพียง 3%

    “ผมไม่คิดว่าควรเป็น 3% ด้วยซ้ำ” Bezos กล่าว “ผมคิดว่ามันควรเป็นศูนย์”

    ข้อมูลจาก Tax Foundation อ้างอิงสถิติของ IRS ระบุว่า ในปี 2023 ผู้เสียภาษีครึ่งล่างของประเทศมีรายได้เฉลี่ยหลังหักปรับปรุงประมาณ 54,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ขณะที่กลุ่มบนสุด 1% มีรายได้อย่างน้อย 676,000 เหรียญต่อปี

    Bezos มองว่า ภาษีที่เก็บจากคนรายได้น้อย “เป็นเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับรัฐบาล” พร้อมยกตัวอย่างพยาบาลคนหนึ่งในเขตควีนส์ของนิวยอร์ก ที่มีรายได้ปีละ 75,000 เหรียญ

    “เราไม่ควรให้พยาบาลคนนี้ต้องส่งเงินไปวอชิงตัน” เขากล่าว “รัฐบาลต่างหากที่ควรส่งคำขอโทษให้เธอ มันไม่มีเหตุผลเลย”

    อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่า แนวคิดดังกล่าวจะถูกผลักดันเป็นกฎหมายได้อย่างไร

    ปัจจุบัน Bezos เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลกตามการจัดอันดับของ Forbes ซึ่งประเมินว่ามีทรัพย์สินสุทธิราว 269,000 ล้านเหรียญ


ประเด็นภาระภาษีของคนรายได้น้อย

    ความคิดเห็นของ Bezos เกิดขึ้นในช่วงที่หลายรัฐซึ่งบริหารโดยพรรคเดโมแครตกำลังพิจารณาขึ้นภาษีกลุ่มคนรวย ขณะเดียวกัน นักการเมืองระดับประเทศบางส่วนก็เริ่มเสนอแนวคิดลดภาษีให้ผู้มีรายได้น้อยเช่นกัน

    หนึ่งในนั้นคือ Cory Booker สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่เสนอร่างกฎหมาย “Keep Your Pay Act” ซึ่งต้องการให้รายได้ 75,000 เหรียญแรกของครอบครัวที่ยื่นภาษีร่วมกัน “ปลอดภาษี” และลดหย่อนตามสัดส่วนสำหรับผู้ยื่นภาษีประเภทอื่น

    Booker กล่าวว่า “การยกเว้นภาษีสำหรับรายได้ 75,000 เหรียญแรก จะเปลี่ยนชีวิตคนทำงานอย่างมาก เพราะช่วยให้มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวัน เหตุฉุกเฉิน หรือการวางแผนอนาคต”

    ข้อมูลของ Tax Foundation ระบุว่า อัตราภาษีเงินได้เฉลี่ยของชาวอเมริกันในปี 2023 อยู่ที่ 14.1% โดยกลุ่มบนสุด 1% จ่ายเฉลี่ย 26.3% สูงกว่ากลุ่มครึ่งล่างที่จ่ายเฉลี่ย 3.7% ถึง 7 เท่า

    ครัวเรือนกว่า 76 ล้านครัวเรือนในกลุ่มครึ่งล่าง จ่ายภาษีเงินได้รัฐบาลกลางเฉลี่ยเพียง 913 เหรียญต่อปี

    อย่างไรก็ตาม Erica York รองประธานฝ่ายนโยบายภาษีของ Tax Foundation ระบุว่า หากนับรวมเครดิตภาษีแบบขอคืนได้ (refundable tax credits) แล้ว คนอเมริกัน 40% ล่างสุด “แทบไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้เลย”


“เศรษฐกิจสองโลก”

    แม้คนรายได้น้อยจะมีภาระภาษีน้อยกว่า แต่พวกเขากลับได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพมากกว่า

    นักเศรษฐศาสตร์เรียกสถานการณ์นี้ว่า “K-shaped economy” หรือเศรษฐกิจรูปตัว K ซึ่งสะท้อนว่า คนรายได้สูงยังได้ประโยชน์จากตลาดหุ้นและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ชนชั้นกลางและรายได้น้อยเผชิญต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นและความตึงตัวทางการเงิน

    งานวิจัยของ Federal Reserve Bank of New York ชี้ว่า หลังมาตรการช่วยเหลือช่วงโควิดสิ้นสุดลงในปี 2023 ช่องว่างดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้น และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่านยิ่งกระทบคนรายได้น้อย เพราะพวกเขาใช้สัดส่วนรายได้กับค่าน้ำมันมากกว่าคนรวย

    Bezos กล่าวว่า “ตอนนี้เหมือนมีเศรษฐกิจอยู่สองแบบ คนกลุ่มหนึ่งกำลังไปได้ดีมาก แต่ก็มีอีกจำนวนมากที่กำลังลำบาก”


คนรวยจ่ายภาษีในระดับที่ “ยุติธรรม” แล้วหรือยัง?

    ประเด็นว่าคนรวยจ่ายภาษีอย่างเป็นธรรมหรือไม่นั้น เป็นหัวข้อถกเถียงในสหรัฐฯ มายาวนาน

    ฝ่ายที่คัดค้านการขึ้นภาษีคนรวยมักชี้ว่า ระบบภาษีของสหรัฐฯ เป็นแบบก้าวหน้า (progressive tax system) อยู่แล้ว เพราะกลุ่มบนสุด 1% มีรายได้รวมประมาณ 21% ของประเทศ แต่กลับจ่ายภาษีเงินได้ถึง 38% ของทั้งระบบ

    ขณะที่ประชาชนครึ่งล่างมีรายได้รวม 12% ของประเทศ แต่จ่ายภาษีเพียง 3%

    Thomas Savidge นักวิจัยจาก American Institute for Economic Research มองว่า หากเก็บภาษีคนรวยมากขึ้น อาจทำให้เงินออมและการลงทุนลดลง ซึ่งกระทบต่อการสร้างธุรกิจและนวัตกรรมในระบบเศรษฐกิจ

    แต่รายงานของ Yale University Budget Lab ระบุว่า คนรายได้สูงมักใช้ “ช่องซับซ้อนในกฎหมายภาษี” เพื่อลดภาระภาษีจริง ทำให้อัตราภาษีที่จ่ายจริงต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก

    รายงานดังกล่าวพบว่า แม้จะอยู่ในกลุ่มบนสุด 1% เหมือนกัน แต่บางคนจ่ายภาษีจริงเพียง 3% ขณะที่บางคนอาจจ่ายสูงถึง 45%

    นักวิเคราะห์บางส่วนยังชี้ว่า หากมองรวมภาษีทุกประเภท ทั้งภาษีเงินได้ ภาษีประกันสังคม และภาษีการขาย ระบบภาษีสหรัฐฯ อาจไม่ได้ “ก้าวหน้า” เท่าที่เห็น

    ตัวอย่างเช่น ภาษีประกันสังคมของสหรัฐฯ จะเก็บเฉพาะรายได้ไม่เกิน 184,500 เหรียญต่อปี หมายความว่าคนรายได้หลักล้านเหรียญ “หยุดจ่าย” ภาษีส่วนนี้เร็วกว่าคนทั่วไปมาก

    นอกจากนี้ คนรายได้น้อยยังต้องใช้สัดส่วนรายได้กับภาษีการขายของรัฐและท้องถิ่นสูงกว่าคนรวยอีกด้วย

    เมื่อรวมภาษีทุกประเภทแล้ว กลุ่มบนสุด 1% สร้างรายได้ภาษีประมาณ 24% ของทั้งประเทศ ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนรายได้รวมของพวกเขาที่ 20% เพียงเล็กน้อย

    อย่างไรก็ตาม การคำนวณดังกล่าวยังไม่รวม “กำไรจากสินทรัพย์ที่ยังไม่ขาย” เช่น หุ้น ซึ่งยังไม่ถูกเก็บภาษี และเป็นทรัพย์สินที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนรวยจำนวนมาก



Photo by MIGUEL J. RODRIGUEZ CARRILLO / AFP



แปลและเรียบเรียงจาก Jeff Bezos says bottom half of earners should pay zero in income taxes