"Musk" สารคดีใหม่เปิดอีกมุมชีวิตของมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลก Elon Musk ตั้งแต่เส้นทางสร้างความมั่งคั่ง อำนาจ ไปจนถึงบทบาททางการเมือง นักวิจารณ์มอง Musk เป็นมหาเศรษฐีผู้ “หลงใหลในอำนาจและความยิ่งใหญ่ของตัวเอง”
ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Musk” ผลงานของผู้กำกับดีกรีออสการ์ Alex Gibney ซึ่งใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 45 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวการก้าวขึ้นสู่มหาเศรษฐีของ Elon Musk รวมถึงเส้นทางธุรกิจและบทบาททางการเมืองของเขา สร้างเสียงฮือฮาในการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยนักวิจารณ์บางรายยกให้เป็นผลงานที่ “ทรงพลังและสร้างสรรค์อย่างยิ่ง” ขณะที่บางรายมองว่าเป็นสารคดีที่ตีแผ่ Musk อย่างรุนแรง
The Hollywood Reporter ระบุว่า สารคดีนำเสนอ Musk ในฐานะ “หลงใหลในอำนาจและความยิ่งใหญ่อย่างไม่คิดจะปิดบัง” (unabashed megalomaniac) พร้อมพาผู้ชมย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจ จนถึงช่วงที่เขาเข้าไปมีบทบาทในรัฐบาลของ Donald Trump
แม้ Musk จะไม่ได้เข้าร่วมการถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ แต่ผู้กำกับได้ใช้บทสัมภาษณ์จากบุคคลใกล้ชิดและผู้ที่เคยร่วมงานกับเขา เพื่อประกอบภาพชีวิตและบุคลิกของมหาเศรษฐีรายนี้ หนึ่งในบทสัมภาษณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ Ashley St. Clair อดีตคนรักของ Musk และแม่ของลูกคนแรกของเขา
St. Clair ปรากฏตัวในงานเปิดตัวสารคดีที่ Venice พร้อมกับ Gibney โดยผู้กำกับเปิดเผยว่า บุคคลจำนวนไม่น้อยที่ให้สัมภาษณ์ในสารคดีรู้สึกถึง “ความกลัวในระดับที่กระทบต่อการดำรงอยู่” จากการตัดสินใจเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ
St. Clair ยังเปิดเผยว่า เธอเคยปฏิเสธข้อเสนอข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) มูลค่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จาก Musk ซึ่งอาจทำให้เธอไม่สามารถเข้าร่วมสารคดีได้ โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการเลือก “ความสะดวกสบายทางวัตถุ” เหนือการพูดความจริง
นอกจาก St. Clair แล้ว สารคดียังมีบทสัมภาษณ์ Errol Musk บิดาของ Elon Musk รวมถึง Justine Musk อดีตภรรยา และอดีตเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน
David Rooney นักวิจารณ์จาก The Hollywood Reporter ยกให้ “Musk” เป็น “ผลงานที่สร้างสรรค์อย่างชาญฉลาด” โดยเฉพาะวิธีที่ Gibney รับมือกับการที่ Musk ไม่ได้เข้าร่วมสารคดี ด้วยการสร้างอวตารดิจิทัลของ Musk ขึ้นมา และให้ตัวละครดังกล่าวพูดกับกล้องผ่านคำพูดที่ Musk เคยกล่าวไว้จริง
Rooney ยอมรับว่า เนื้อหาบางส่วนอาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้ชมที่ติดตาม Musk มาโดยตลอด แต่สารคดีสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่ “โน้มน้าวใจอย่างมาก” และอาจทำให้ผู้ชมรู้สึกสะเทือนใจได้
ด้าน Matthew Carey นักวิจารณ์จาก Deadline มองว่า แม้สารคดีจะมีความยาวเกือบ 4 ชั่วโมง แต่ระยะเวลาดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการอธิบายอิทธิพลของ Musk ที่มีต่อโลกธุรกิจ การเมือง และสังคมร่วมสมัย พร้อมยกย่องว่าภาพยนตร์สามารถดึงผู้ชมเข้าสู่เรื่องราวได้ตั้งแต่ต้น
Carey มองว่า สารคดีนำเสนอ Musk ในฐานะบุคคลที่ ไร้ความปรานี กระหายอำนาจ และหลงตัวเอง ขณะเดียวกันยังพยายามเชื่อมโยงบุคลิกดังกล่าวเข้ากับความสัมพันธ์ระหว่าง Musk กับบิดาของเขา ซึ่งถูกบรรยายว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ห่างเหินและยากลำบาก
ด้าน Ryan Lattanzio จาก IndieWire ก็ให้ความสนใจกับบทสัมภาษณ์ Errol Musk โดยมองว่าสารคดีพยายามตั้งข้อสังเกตว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Musk กับ Trump อาจเป็นการสะท้อนปมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับบิดา
Musk เคยโจมตีสารคดีมาก่อน
Musk แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับสารคดีเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยโพสต์บน X เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 เรียกผลงานของ Gibney ว่าเป็น “hit piece” หรือผลงานที่จัดทำขึ้นเพื่อโจมตีและทำลายภาพลักษณ์ของเขา
ต่อมาในปีเดียวกัน Musk ยังโจมตีตัวผู้กำกับโดยตรงด้วยถ้อยคำหยาบคาย
หลังการเปิดตัวที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิส Musk ยังคงแสดงความไม่พอใจต่อกระแสข่าวเกี่ยวกับสารคดี โดยตั้งคำถามถึงนิตยสาร People หลังสำนักข่าวดังกล่าวเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ พร้อมกล่าวว่าเขาแทบไม่ได้เห็นนิตยสารฉบับดังกล่าวมานานกว่าทศวรรษแล้ว
ไม่ใช่หนังเรื่องเดียวที่หยิบ “มหาเศรษฐีเทคโนโลยี” มาขึ้นจอ
“Musk” มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เดือนตุลาคมนี้ หลังเปิดตัวที่ Venice ขณะที่ช่วงปลายปีนี้ยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่หยิบเรื่องราวของมหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลในวงการเทคโนโลยีมานำเสนอ
หนึ่งในนั้นคือ “Artificial” ผลงานกำกับของ Luca Guadagnino ซึ่งจะเปิดตัวที่ New York Film Festival ในเดือนตุลาคม ถ่ายทอดเหตุการณ์การปลด Sam Altman ออกจากตำแหน่งซีอีโอ OpenAI ชั่วคราว โดย Musk ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI จะปรากฏเป็นตัวละครในเรื่องและรับบทโดย Ike Barinholtz ขณะที่ Andrew Garfield รับบทเป็น Altman
ส่วน “The Social Reckoning” ภาคต่อของ “The Social Network” มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เดือนหน้า โดย Jeremy Strong รับบท Mark Zuckerberg ซีอีโอและมหาเศรษฐีจาก Meta
ขณะที่สารคดี “You Can See Everything” ซึ่งกำกับและแสดงโดยนักแสดงตลก Nathan Fielder ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีหลังเปิดตัวแบบเซอร์ไพรส์ที่ Telluride Film Festival โดยติดตามชีวิตของ Elizabeth Holmes อดีตมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Theranos ก่อนเข้าสู่เรือนจำจากคดีฉ้อโกงนักลงทุน โดยมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 16 ตุลาคม
ทั้งนี้ Forbes ประเมินว่า ณ เช้าวันอังคารที่ผ่านมา Elon Musk มีทรัพย์สินสุทธิ 9.42 แสนล้านเหรียญ ทำให้เขายังคงเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยทิ้งห่างมหาเศรษฐีรายอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านี้ Musk เคยก้าวขึ้นเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินแตะ 1 ล้านล้านเหรียญในเดือนมิถุนายน หลัง SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยปัจจุบัน Musk ถือหุ้นใน SpaceX ราว 38% และถือหุ้น Tesla ประมาณ 11%
แปลและเรียบเรียงจาก ‘Musk’ Documentary Portrays Tesla Billionaire As An ‘Unabashed Megalomaniac,’ First Reviews Say
ภาพ: AFP
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Nike สะดุดขาตัวเอง! หุ้นดิ่ง 78% หลุด S&P 100 เซ่นพิษกลยุทธ์ขายตรง ทิ้งคู่ค้าจนเสียส่วนแบ่งตลาด สู่โจทย์หินทวงคืนความเชื่อมั่นผู้บริโภคยุคใหม่
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


