ซีพี ดึง DOCOMO ร่วมทุน Ascend ถือหุ้น 20% รุกธุรกิจสะสมแต้มผ่าน Amaze ดันพอยท์ใช้แทนเงินสด พาแบรนด์ญี่ปุ่นบุกไทย ลุ้นอนาคตใช้แต้มข้ามประเทศได้

ซีพี ดึง DOCOMO ร่วมทุน Ascend ถือหุ้น 20% รุกธุรกิจสะสมแต้มผ่าน Amaze ดันพอยท์ใช้แทนเงินสด พาแบรนด์ญี่ปุ่นบุกไทย ลุ้นอนาคตใช้แต้มข้ามประเทศได้

เครือซีพี รุกธุรกิจ Loyalty Commerce เต็มสูบ ดึง NTT DOCOMO ยักษ์โทรคมนาคมญี่ปุ่น เข้าถือหุ้น 20% ใน Ascend Commerce พัฒนาระบบสะสมแต้มในแอปพลิเคชัน Amaze ดันพอยท์ใช้แทนเงินสด พร้อมนำสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นบุกไทยเดือนพฤษภาคมนี้ ปูทางสู่การใช้แต้มข้ามประเทศได้ในอนาคต


    บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด (Ascend Commerce) ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และ NTT DOCOMO GLOBAL ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากญี่ปุ่น ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมกันผลักดันการเติบโตด้าน Loyalty Commerce และขยายระบบสิทธิประโยชน์ผ่านการสะสมคะแนนในแอปพลิเคชัน Amaze พร้อมเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้านการตลาด

    โดยความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดัน Amaze ให้เติบโตเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Loyalty Commerce รายสำคัญของไทย พร้อมทั้งยกระดับความพึงพอใจ และความสะดวกสบายของผู้บริโภค

    NTT DOCOMO GLOBAL มีรากฐานทางธุรกิจที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น ผ่านฐานสมาชิก d POINT CLUB ที่มีจำนวนมากกว่า 100 ล้านราย ตลอดจนองค์ความรู้ด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขั้นสูง ซึ่งรวบรวมผ่านธุรกิจโซลูชันด้านการตลาด และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

    ในส่วนของ Amaze เป็นแพลตฟอร์ม Loyalty Commerce ของเครือซีพีที่เปิดให้บริการได้ 1 ปีแล้ว โดยมีสมาชิกประมาณ 4 ล้านราย แพลตฟอร์มดังกล่าวพัฒนาขึ้นในรูปแบบที่ผสานบริการอีคอมเมิร์ซผ่าน Amaze Mall เข้ากับระบบสะสมคะแนน Amaze Points ภายในแอปฯ เดียว

    โดยผู้ใช้งานสามารถนำคะแนนมาใช้แทนเงินสด แลกรับคูปองส่วนลดร้านอาหาร สินค้า บริการ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ได้ พร้อมเปิดให้เชื่อมและแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมจากธุรกิจต่างๆ ในเครือซีพ ครอบคลุมทั้งร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และบริการโทรคมนาคม ทำให้คะแนนจากหลายบริการสามารถนำมาใช้ต่อยอดการใช้จ่ายภายในระบบเดียว ปัจจุบัน เครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มประกอบด้วย 7-Eleven ราว 15,000 สาขา Lotus's ประมาณ 2,500 แห่ง และ True Corporation ซึ่งมีผู้ใช้งานราว 52 ล้านราย

    ทั้งนี้ NTT DOCOMO GLOBAL และ Ascend Commerce ได้บรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเงินทุนตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ก่อนลงนามสัญญาจองซื้อหุ้น และดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569



ซีพีมองไกล ปั้นแต้มไทยสู่โทเคนอาเซียน

    ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า Ascend Commerce ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Amaze มาแล้วระยะหนึ่ง ภายใต้กรอบธุรกิจ Loyalty Commerce ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่มุ่งสร้างสิทธิประโยชน์จากการสะสมคะแนนให้กับผู้บริโภค

    การร่วมมือในครั้งนี้ NTT DOCOMO ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านโทรคมนาคมระดับโลกเท่านั้น แต่ยังประสบความสำเร็จอย่างมากในธุรกิจระบบสะสมคะแนนในญี่ปุ่น โดยสามารถเชื่อมโยงผู้บริโภคไปสู่สินค้าและบริการที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ระบบดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ได้ว่าลูกค้ากลุ่มใดเหมาะกับร้านค้าประเภทใด ช่วงเวลาใด สถานที่ใด และควรได้รับสิทธิประโยชน์รูปแบบใด โดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน พร้อมระบุว่า “หากกล่าวถึงระบบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้าน Loyalty Commerce หนึ่งในนั้นคือ NTT DOCOMO”

    การร่วมทุนครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นและความร่วมมือระดับโลกระหว่างญี่ปุ่นและไทย ทั้งด้านเทคโนโลยีและสิทธิประโยชน์ โดยในอนาคตจะมีการนำสินค้าและบริการจากญี่ปุ่นมาสู่ผู้บริโภคชาวไทย รวมถึงนำสินค้าและบริการจากไทยไปนำเสนอในญี่ปุ่นด้วย

    “ในระยะต่อไป บริษัทมีเป้าหมายผลักดันให้โทเคนดังกล่าวเป็นหนึ่งในโทเคนสำคัญของไทยและเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ ก่อนขยายสู่ระดับอาเซียน ประเทศไทยจำเป็นต้องมี Loyalty Commerce ระดับภูมิภาค และความร่วมมือระหว่าง Amaze กับ NTT DOCOMO จะช่วยให้เป้าหมายดังกล่าวเป็นไปได้มากขึ้น” ศุภชัย กล่าว


เร่งต่อยอดธุรกิจ ใช้แต้มแทนเงินสด ดึงแบรนด์ญี่ปุ่นเข้าไทย

    ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะมุ่งเน้นการดำเนินโครงการทางธุรกิจใน 2 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การนำเสนอโซลูชันด้านการตลาดสำหรับองค์กรต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านการตลาดที่ DOCOMO สั่งสมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น ผนวกเข้ากับสินทรัพย์ของเครือซีพี อาทิ ฐานลูกค้าในประเทศไทย

    2. การนำองค์ความรู้ด้านการบูรณาการข้อมูลและความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ของ DOCOMO Group มาผสานเข้ากับ การดำเนินงานของแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของ Amaze ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยการใช้ข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งข้อมูลคุณลักษณะของสมาชิก และข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ จะช่วยพัฒนาและยกระดับกิจกรรมทางการตลาด ของแต่ละบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ในระยะแรกของโครงการ ทั้งสองบริษัทจะเปิดตัวบริการ “Amaze Survey” ในประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 โดยความโดดเด่นของโซลูชันนี้คือความสามารถในการทำแบบสำรวจที่เจาะจงไปยังกลุ่มสมาชิก Amaze โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการสำรวจแบบดั้งเดิมที่มักสุ่มกลุ่มเป้าหมายจากผู้บริโภคทั่วไป

    ธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิรซ์ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่มด้านอีคอมเมิรซ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ผู้ที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นน่าจะคุ้นเคยกับระบบ d POINT ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงการใช้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อรับแต้ม แต่ยังเชื่อมต่อกับร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ ทำให้ลูกค้าสามารถรับแต้มจากการซื้อสินค้า และนำแต้มกลับมาใช้จ่ายได้

    Amaze เริ่มต้นจากการรวมระบบแต้มของธุรกิจในเครือซีพี รวมถึงเชื่อมต่อกับบัตรเครดิตต่างๆ ก่อนขยายไปสู่การนำแต้มไปใช้ในร้านอาหาร ดังนั้นในมิติของ Loyalty Commerce บริษัทต้องการทำให้แต้มของลูกค้าสามารถใช้แทนเงินสดในร้านอาหารได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ NTT DOCOMO มีประสบการณ์และพัฒนาเทคโนโลยีนี้มาแล้ว

    นอกจากมุมผู้บริโภคแล้ว เป้าหมายในช่วงครึ่งปีหลังคือการให้บริการ CRM (Customer Relationship Management) สำหรับร้านอาหาร เพราะหากร้านดำเนินการเองอาจมีข้อจำกัด แต่เมื่อร่วมกับ Amaze จะช่วยให้ร้านสามารถทำการตลาดหรือโปรโมชั่นเข้าถึงฐานลูกค้าทั้งหมดของ Amaze ได้ทันที ซึ่งเป็นโมเดลที่ NTT DOCOMO ประสบความสำเร็จมาแล้วในญี่ปุ่น



    ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน Amaze มียอดดาวน์โหลดประมาณ 9 ล้านครั้ง มีผู้ใช้งานด้านการแลกแต้มราว 1 ล้านคน คิดเป็น 3 ล้านครั้ง โดยบริษัทตั้งเป้ายอดดาวน์โหลดเพิ่มเป็น 15 ล้านครั้งภายในปีนี้ ผ่านการทำตลาดเพิ่มเติม ขณะที่มีร้านอาหารพันธมิตรกว่า 150 ร้านค้า

    โดยโมเดลรายได้ของบริษัทจะมาจากการบริหารแต้ม เมื่อร้านอาหารเข้ามาอยู่ในอีโคซิสเต็มเพื่อเข้าถึงลูกค้า จะมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งต่ำกว่าค่าใช้จ่ายที่ร้านอาหารต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ในปัจจุบันที่ราว 30%

    นอกจากนี้ จากความร่วมมือกับ NTT DOCOMO จะมีการนำสินค้า official จากแบรนด์ญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่ายให้ลูกค้าชาวไทย โดยจะเริ่มในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ อาทิ MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION, SHARP เป็นต้น

    ในทางกลับกันบริษัทมีแผนให้ผู้ใช้งานสามารถนำแต้ม Amaze ไปใช้ในประเทศญี่ปุ่นได้ในอนาคต โดยในพื้นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยจำนวนมากมีเครือข่ายของ NTT DOCOMO รองรับอยู่แล้ว ทั้งในรูปแบบการซื้อสินค้าเพื่อรับแต้ม และการใช้แต้มซื้อสินค้า

    ทั้งนี้ NTT DOCOMO จะเข้าถือหุ้น 20% ใน Ascend Commerce โดยบริษัทมีโมเดลรายได้ 3 ด้าน ได้แก่ รายได้จากค่าคอมมิชชันการขายซึ่งต่ำกว่าผู้เล่นรายใหญ่เกือบครึ่งหนึ่ง รายได้จากเทคโนโลยี และรายได้จากการบริหารแต้ม

    “Loyalty Commerce อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การมีแต้มที่สามารถใช้เป็นเงินสดได้นั้นมีผลแน่นอน” ธรินทร์ กล่าว




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พาชมออฟฟิศใหม่ Agoda ที่ One Bangkok พื้นที่ 7 ชั้นที่ไม่ได้มีไว้แค่ทำงาน จัดเต็มสวัสดิการ รองรับพนักงาน 4,000 คน ปักหมุด Tech Hub ระดับโลกในไทย

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine