พาชมออฟฟิศใหม่ Agoda ที่ One Bangkok พื้นที่ 7 ชั้นที่ไม่ได้มีไว้แค่ทำงาน จัดเต็มสวัสดิการ รองรับพนักงาน 4,000 คน ปักหมุด Tech Hub ระดับโลกในไทย

พาชมออฟฟิศใหม่ Agoda ที่ One Bangkok พื้นที่ 7 ชั้นที่ไม่ได้มีไว้แค่ทำงาน จัดเต็มสวัสดิการ รองรับพนักงาน 4,000 คน ปักหมุด Tech Hub ระดับโลกในไทย

พาชมออฟฟิศใหม่ของ “Agoda” ที่โครงการ One Bangkok จัดเต็มทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและสวัสดิการ ศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลกพื้นที่กว่า 26,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 7 ชั้น ถูกออกแบบให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันทั้งระบบ และรองรับพนักงานกว่า 4,000 คน


    ถ้าพูดถึงบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด เชื่อว่าชื่อของ Agoda ต้องติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกแต่การันตีด้วยอันดับที่ 5 จากรางวัล TOP 50 Companies in Thailand 2026 สะท้อนความแข็งแกร่งและน่าสนใจขององค์กรในสายตาคนทำงานรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน

    หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเลือกที่ทำงานยุคนี้ คือ “ออฟฟิศ” ซึ่งต้องไม่ใช่แค่สถานที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป และต้อง “อวดได้” แบบไม่อายใครด้วย


    โดย Agoda เพิ่งย้ายสำนักงานใหม่ในประเทศไทยเข้าสู่โครงการ One Bangkok อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการย้ายครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ภายใต้แนวคิดการลงทุนระยะยาวในประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก

    สำนักงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ที่ Tower 5 ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 27-33 รวมทั้งหมด 7 ชั้น บนพื้นที่กว่า 26,000 ตารางเมตร และรองรับพนักงานที่ประจำอยู่ในประเทศไทยได้เกือบ 4,000 คนไว้ โดยการออกแบบทั้งหมดมาในรูปแบบ “แคมปัส” ที่เน้นพื้นที่เปิด รองรับการทำงานร่วมกัน และเชื่อมต่อทั้งระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เบื้องหลังของดีไซน์นี้ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับการทำงานของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ตั้งแต่การพัฒนาระบบ ไปจนถึงการดูแลเครือข่ายที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่งทั่วโลก รวมถึงเส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมอีกมากกว่า 300,000 รายการบนแพลตฟอร์ม ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและทีมงานที่ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ


    ภายในออฟฟิศจึงมีทั้งโซน Network Operations Center (NOC) สำหรับติดตามระบบแบบเรียลไทม์ และ War Room ที่อยู่ใกล้กันสำหรับรับมือเหตุการณ์เร่งด่วน รวมถึงห้องสตูดิโอและห้องอัดเสียงสำหรับงานด้านคอนเทนต์ ทำให้ที่นี่เป็นทั้ง Tech hub และ Content hub ในเวลาเดียวกัน

    “การย้ายมาสู่ One Bangkok สะท้อนถึงความตั้งใจของอโกด้าในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับพนักงาน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความเป็นอยู่ที่ดี และการทำงานร่วมกัน สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยของ One Bangkok จึงเหมาะสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก” Omri Morgenshtern ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อโกด้า กล่าว


7 ชั้น 7 คอนเซ็ปต์ สะท้อนตัวตนและความคิดสร้างสรรค์

    ในมุมของดีไซน์ ออฟฟิศแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น 7 คอนเซ็ปต์ ที่เล่าเรื่องราวของ “ความมหัศจรรย์ วัฒนธรรม และการผจญภัย” ผ่านพื้นที่ทำงานอย่างมีเอกลักษณ์ โดยสามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมดทุกชั้นด้วยบันไดตรงกลางและลิฟต์หน้าทางเข้า เริ่มด้วยชั้น 27 มาในธีมสิ่งมหัศจรรย์ในยุคโบราณ (Wonder | Ancient) ที่ใช้วัสดุและโทนสีอบอุ่นให้ความรู้สึกสงบและโฟกัสกับงานได้ดีขึ้น

    ชั้น 28 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคสมัยใหม่ (Wonder | Modern Masterpieces) โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง

    ชั้น 29 ความเป็นสากลในยุคสมัยใหม่ (Cosmopolitan | Modern City)ถูกออกแบบเป็นพื้นที่ต้อนรับซึ่งออกแบบมาให้สะท้อนถึงพลังของมหานครยุคใหม่ และเปิดรับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม


    ชั้น 30 วัฒนธรรมที่ถูกรังสรรค์ผ่านงานฝีมือ (Culture | Craftsman) ตกแต่งโดยเน้นงานฝีมือและรายละเอียดที่สะท้อนความประณีต


    ชั้น 31 วัฒนธรรมที่รังสรรค์ลวดลายบนผืนผ้า (Culture | Textile & Color) โดดเด่นด้วยสีสันและลวดลายจากแรงบันดาลใจของงานผ้าทั่วโลก

    ชั้น 32 การผจญภัยในป่าเขตร้อน (Adventure | Tropical Forest) พื้นที่นี้จะพาเอาธรรมชาติเข้ามาอยู่ในออฟฟิศด้วยโทนสีเขียวและวัสดุธรรมชาติ


    ปิดท้ายที่ชั้น 33 การผจญภัยท่ามกลางภูเขาหิมะ (Adventure | Snowy Mountain) ซึ่งให้บรรยากาศเรียบง่าย โปร่ง โล่ง และสงบ



    อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ออฟฟิศนี้มีชีวิตชีวา คือ “งานศิลปะ” ที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ตั้งแต่ผลงานของสตูดิโองานคราฟต์ในกรุงเทพฯ ไปจนถึงศิลปินไทยและระดับสากล ซึ่งแต่ละชิ้นสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับวัฒนธรรม การทำงานร่วมกัน และตัวตนของอโกด้าในฐานะองค์กรระดับโลกที่มีความหลากหลาย

    ขณะเดียวกัน สิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ชีวิตพนักงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น Agoda Bridge Cafe ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของออฟฟิศบนชั้น 29, ห้องประชุมที่รองรับการทำงานร่วมกันเต็มรูปแบบ, ห้องออกกำลังกาย, ห้องเกม, ห้องพักผ่อน Wellness Pods ไปจนถึงห้องสวดมนต์และปฏิบัติพิธีกรรมสำหรับพนักงานทุกศาสนา รวมถึงบริการนวดโดยผู้พิการทางสายตาที่มีให้ถึง 3 จุดทั่วทั้งสำนักงาน ซึ่งสะท้อนความใส่ใจทั้งด้านสุขภาพและความเท่าเทียมในองค์กร

    การย้ายออฟฟิศในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แต่คือการประกาศบทบาทใหม่ของอโกด้าในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลกที่ปักหมุดอยู่ในประเทศไทย อีกทั้งในวันที่คนรุ่นใหม่เลือกงานจากทั้งโอกาส การเติบโต และ “คุณภาพชีวิตในที่ทำงาน” ออฟฟิศแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งคำตอบว่าทำไมอโกด้าถึงยังเป็นหนึ่งในองค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Microsoft ประกาศทุ่มทุน 3.3 หมื่นล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI ในไทย

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine