ตอบโจทย์สายเฮลตี้! OpenAI ประกาศเปิดตัว ChatGPT Health พื้นที่พูดคุยเฉพาะเรื่องสุขภาพ

ตอบโจทย์สายเฮลตี้! OpenAI ประกาศเปิดตัว ChatGPT Health พื้นที่พูดคุยเฉพาะเรื่องสุขภาพ

FORBES THAILAND / ADMIN
12 Jan 2026 | 03:40 PM
READ 167

ฟีเจอร์ใหม่ เตรียมเปิดใช้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ OpenAI ประกาศเปิดตัว ChatGPT Health พื้นที่พุดคุยเฉพาะเรื่องสุขภาพ เผยตัวเลขผู้ใช้ Chat GPT สนทนาหัวข้อดังกล่าว มากถึง 230 ล้านคนต่อสัปดาห์! ยันข้อมูลส่วนตัวไม่รั่วไหล-ไม่นำประวัติพูดคุยไปพัฒนาโมเดลต่อ


    ปัจจุบันผู้คนใช้ ChatGPT เพื่อสอบถามเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว จากข้อมูลของ OpenAI ระบุว่ามีผู้คนกว่า 230 ล้านคนถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีบน ChatGPT ในทุกสัปดาห์ แต่สำหรับ ChatGPT Health จะแยกการสนทนาเหล่านี้ออกจากการสนทนาอื่นๆ ด้วยวิธีการดำเนินงานดังกล่าวทำให้บริบทเกี่ยวกับสุขภาพของผู้คนจะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยใน ChatGPT ส่วนข้อกำหนดด้านการใช้งาน ทางบริษัทเปิดเผยว่า ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาโรค และคาดว่าจะเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

    หากผู้คนเริ่มสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเขานอกเหนือจาก Health ระบบของ AI จะพยายามกระตุ้นให้ย้ายไปพูดคุยใน ChatGPT Health แทน ส่วนระบบของ AI นั้นจะอ้างอิงถึงสิ่งที่ผู้ใช้เคยพูดไว้จากการใช้งานปกติ เช่น หากขอความช่วยเหลือจาก ChatGPT ให้ช่วยวางแผนฝึกซ้อมวิ่งมาราธอน AI ก็จะรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นนักวิ่ง เมื่อเริ่มการพูดคุยเกี่ยวกับเป้าหมายด้านการออกกำลังกายใน Health นอกจากนี้ ChatGPT Health จะผสานข้อมูลส่วนบุคคลหรือบันทึกทางการแพทย์ของผู้ใช้จากแอปสุขภาพ เช่น Apple Health, Function และ MyFitnessPal ด้วย

    Fidji Simo ซีอีโอฝ่ายแอปพลิเคชันของ OpenAI เผยในบล็อกโพสต์ว่า “ChatGPT Health ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่มีอยู่ในระบบสาธารณสุข เช่น ค่าใช้จ่ายและอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ แพทย์มีภาระงานล้นมือ และการดูแลรักษาที่ขาดความต่อเนื่อง

    แม้ว่าระบบการดูแลสุขภาพจะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่การใช้แชทบอท AI เพื่อให้คำแนะนำทางการแพทย์ก็สร้างความท้าทายใหม่ๆ ขึ้นมากมาย โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) อย่าง ChatGPT อาศัยการทำงานโดยการทำนายคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดต่อการถูกถาม ซึ่งอาจไม่ใช่คำตอบถูกต้องที่สุด เนื่องจากโมเดล LLMs ไม่มีแนวคิดกับสิ่งที่จริงหรือไม่จริง รวมถึงโมเดล AI ยังมีแนวโน้มเกิดอาการหลอน (hallucinations) ได้ด้วย

    “ฉันไม่ตกใจเลยที่ได้ยินข่าวนี้Danielle Bitterman แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษา และหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของ Mass General Brigham Digital กล่าว พร้อมระบุว่า “สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านการดูแลสุขภาพที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองของผู้คน การเข้าพบแพทย์ทำได้ยากมาก ในปัจจุบันก็ยากที่จะหาข้อมูลทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ และน่าเสียดายที่ยังมีความไม่ไว้วางใจในระบบการแพทย์อยู่”


ข้อกังขาที่ผู้ใช้กังวลว่าข้อมูลส่วนตัวอาจรั่วไหล

    ตามที่ระบุไว้ในประกาศ เผยว่า OpenAI ได้ร่วมมือกับ b.well ซึ่งเป็นบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อข้อมูล เพื่อเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเวชระเบียนของตัวเองเข้ากับเครื่องมือนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยแท็บ Health จะมีการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงมีประวัติการสนทนาและฟีเจอร์ความจำแยกต่างหากจากแท็บอื่นๆ

    ทั้งนี้ OpenAI ระบุว่าบทสนทนาในส่วน Health จะไม่ถูกนำไปใช้ในการฝึกโมเดลพื้นฐานของบริษัท และข้อมูลด้านสุขภาพจะไม่ถูกนำไปใช้ต่อ นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถดูหรือลบข้อมูลความจำด้านสุขภาพได้ตลอดเวลา



แปลและเรียบเรียงจากบทความIs Giving ChatGPT Health Your Medical Records a Good Idea และ OpenAI unveils ChatGPT Health, says 230 million users ask about health each week


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดผลประกอบการ ‘NocNoc’ ย้อนหลัง 5 ปี พบขาดทุนสะสม 4.39 พันล้าน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine