ผลสำรวจ AWS เผยองค์กรไทยใช้ AI แล้วกว่า 220,000 แห่ง หรือเพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อนหน้า และ 71% บอกว่ารายได้เพิ่มขึ้น แต่โจทย์ใหม่คือมีเพียง 9% เท่านั้นที่ใช้ AI ขั้นสูงหรือระบบที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับองค์กร โดยส่วนมากยังใช่แค่แชตบอต เครื่องมือสำเร็จรูป และการเพิ่มประสิทธิภาพแบบเล็กๆ น้อยๆ
Amazon Web Services (อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส) หรือ AWS เปิดเผยผลการศึกษา “Unlocking Thailand’s AI Potential 2026” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ของการนำ AI มาใช้ จากเดิมที่องค์กรให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นใช้งาน มาสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม
โดยการใช้งาน AI ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความท้าทายในระยะต่อไปคือการยกระดับการใช้งานจากระดับพื้นฐานไปสู่การผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานหลักขององค์กร
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเด็นสำคัญขององค์กรไม่ได้อยู่เพียงแค่การเริ่มต้นใช้งาน AI แต่คือการนำ AI ไปต่อยอดในระดับที่ลึกขึ้น เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ ยกระดับการให้บริการ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
ผลการศึกษาซึ่งจัดทำร่วมกับ Strand Partners เป็นปีที่ 2 ได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้บริหารองค์กรธุรกิจ 1,000 แห่ง และประชาชนอีก 1,000 คน รวม 2,000 ตัวอย่าง พบว่า ปัจจุบัน 43% ขององค์กรไทยมีการใช้ AI อย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นจาก 32% ในปีที่ผ่านมา หรือเติบโต 34% เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นองค์กรกว่า 220,000 แห่งที่เริ่มนำ AI มาใช้ในช่วงปีที่ผ่านมา
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรไทยเริ่มก้าวจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การใช้งานจริงมากขึ้น โดย 84% ของธุรกิจที่ใช้ AI ระบุว่าประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ 71% มีรายได้เพิ่มขึ้น และ 64% ระบุว่าสามารถเร่งการสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้การใช้งาน AI จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับพื้นฐาน โดย 74% ขององค์กรยังใช้ AI ในลักษณะของแชตบอต เครื่องมือสำเร็จรูป หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในบางขั้นตอน โดยที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่ก้าวไปสู่การใช้งาน AI ขั้นสูง เช่น ระบบ AI ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะองค์กร การใช้โมเดล AI หลายรูปแบบร่วมกัน หรือ Agentic AI และ Autonomous AI
วัตสัน กล่าวว่า องค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองจากการใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับค้นหาข้อมูลหรือช่วยตอบคำถาม ไปสู่การผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงาน (workflow) และระบบงานหลักขององค์กร เพื่อให้ AI สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้มากขึ้น
โดยรายงานยังระบุว่า ความพร้อมในการก้าวสู่ AI ยุคใหม่ยังอยู่ในระดับจำกัด มีเพียง 19% ขององค์กรที่มีความพร้อมในระดับสูงหรือพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการนำเทคโนโลยี AI แห่งอนาคตมาใช้ ขณะที่องค์กรส่วนใหญ่ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญหลายด้าน
อุปสรรคอันดับหนึ่งยังคงเป็นการขาดแคลนบุคลากรและทักษะด้าน AI โดย 56% ขององค์กรระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถขยายการใช้งาน AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ รองลงมาคือข้อจำกัดด้านงบประมาณภายในองค์กร 48% และความไม่ชัดเจนของกฎหมายและกฎระเบียบด้าน AI และดิจิทัลอีก 41%
“แม้องค์กรส่วนใหญ่ต้องการนำ AI มาใช้ แต่หลายแห่งยังประสบปัญหาในการหาบุคลากรที่มีความสามารถด้าน AI ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี” วัตสัน กล่าว

ไม่ได้มีแค่ฝ่ายไอที ที่ใช้ AI
ผลการศึกษายังพบว่า การใช้งาน AI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฝ่ายเทคโนโลยีอีกต่อไป โดย 71% ขององค์กรระบุว่ากรณีการใช้งาน AI ในปัจจุบันเริ่มต้นจากหน่วยงานธุรกิจหรือพนักงานที่ไม่ได้อยู่ในสายงานด้านเทคนิค และ 70% ระบุว่าพนักงานกลุ่มดังกล่าวใช้ AI เป็นประจำ สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือในการทำงานของฝ่ายการตลาด ทรัพยากรบุคคล การเงิน และหน่วยงานธุรกิจอื่นๆ มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลยังตามไม่ทันการใช้งาน โดยมีเพียง 19% ขององค์กรเท่านั้นที่มีนโยบายกำกับดูแลการใช้ AI ครอบคลุมพนักงานที่ไม่ใช่สายงานด้านเทคนิค
วัตสัน กล่าวว่า เมื่อผู้ใช้งาน AI ขยายจากทีมไอทีไปสู่พนักงานทั้งองค์กร การกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และการกำกับดูแลจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการนำข้อมูลขององค์กรไปใช้งานกับ AI สาธารณะโดยไม่เหมาะสม หรือที่เรียกว่า Shadow AI ซึ่งเกิดจากการที่พนักงานนำบัญชี AI ส่วนตัวมาใช้กับข้อมูลขององค์กรโดยไม่มีการกำกับดูแล
อีกประเด็นสำคัญคือทักษะของบุคลากรในการทำงานร่วมกับ AI โดย 61% ขององค์กรเห็นว่าความสามารถในการตีความ ตรวจสอบความถูกต้อง และตั้งคำถามกับผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น จะเป็นทักษะสำคัญในอนาคต ขณะที่ 52% ระบุว่าพนักงานยังมีความมั่นใจเพียงบางส่วนหรือไม่มั่นใจเลยว่าจะตัดสินใจได้ว่าเมื่อใดควรเชื่อถือผลลัพธ์จาก AI และเมื่อใดควรตรวจสอบเพิ่มเติม
ทั้งนี้ แม้ AI จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกับโจทย์ที่มีความซับซ้อน จึงยังจำเป็นต้องมีมนุษย์เข้ามาตรวจสอบ ใช้วิจารณญาณ และตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ หรือแนวคิด human in the loop เพื่อให้การนำ AI ไปใช้งานเกิดความถูกต้องและน่าเชื่อถือ
รายงานยังพบว่า 51% ของธุรกิจไทยมองว่าการขาดแคลนทักษะด้าน AI และดิจิทัลเป็นอุปสรรคต่อการนำ AI มาใช้หรือขยายการใช้งาน เพิ่มขึ้นจาก 47% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ 72% ขององค์กรที่ใช้ AI ระบุว่าการยกระดับทักษะและพัฒนาทักษะใหม่ (reskilling) ให้แก่พนักงานปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ด้าน AI สะท้อนว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งาน AI มากขึ้น
ภาคธุรกิจควรใช้ AI อย่างไร
ผลการศึกษายังเสนอแนวทางที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อก้าวจากการทดลองใช้งาน AI ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจในวงกว้าง โดยแนะนำให้องค์กรกำหนดกลยุทธ์ด้าน AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ ผ่านการระบุกรณีการใช้งาน (use cases) ที่มีมูลค่าสูง กำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จสำหรับโครงการที่สามารถต่อยอดจากขั้นทดลอง (pilots) ไปสู่การใช้งานจริง (production) ได้
ขณะเดียวกัน องค์กรควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้ครอบคลุมทั้งบุคลากรสายเทคนิคและพนักงานทั่วไป ผ่านการฝึกอบรมด้านความรู้ความเข้าใจเรื่องข้อมูล (data literacy) การออกแบบคำสั่ง (prompt design) การตรวจสอบและประเมินผลลัพธ์จาก AI รวมถึงการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ
รายงานยังแนะนำให้ภาคธุรกิจจัดทำแนวทางกำกับดูแลการใช้ AI ในการทำงานประจำวันอย่างชัดเจน โดยกำหนดนโยบายการใช้งาน AI สำหรับพนักงาน ระบุกรณีที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบโดยมนุษย์ และกำหนดช่องทางการรายงานหรือส่งต่อการตัดสินใจที่ได้รับการสนับสนุนจาก AI อย่างชัดเจน
องค์กรควรยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและคลาวด์ให้พร้อมรองรับการขยายการใช้งาน AI ซึ่งต้องอาศัยการเข้าถึงข้อมูล พลังการประมวลผล และเครื่องมือที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่อรองรับการใช้งาน AI ขั้นสูงที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ การนำ AI ขั้นสูงมาใช้งาน ควรเริ่มทดลองใช้ Agentic AI ในกระบวนการทำงานที่สามารถควบคุมได้ โดยเริ่มจากกรณีการใช้งานที่มีขอบเขตชัดเจน มีการกำกับดูแลโดยมนุษย์ และสามารถวัดผลลัพธ์ได้ ก่อนขยายการใช้งานไปยังส่วนงานอื่นขององค์กร
ภาพ : AWS
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สแกนหลบไป “แตะจ่าย” มาแล้ว! ทรูมันนี่พลิกโฉมคนไทยไร้บัตร ใช้มือถือแตะจ่ายได้ทั่วโลก พร้อมลุยแตะเข้า MRT ไตรมาส 4 นี้
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


