รายได้โต แม้เด็กเกิดน้อย! รู้จัก “BabyLovett” แบรนด์เสื้อผ้าเด็กไทย 200 ล้าน ถักทอคุณภาพ ครองใจพ่อแม่ยุคใหม่

รายได้โต แม้เด็กเกิดน้อย! รู้จัก “BabyLovett” แบรนด์เสื้อผ้าเด็กไทย 200 ล้าน ถักทอคุณภาพ ครองใจพ่อแม่ยุคใหม่

FORBES THAILAND / ADMIN
11 Mar 2026 | 10:16 AM
READ 144

​​​​​​รู้จัก “BabyLovett” เสื้อผ้าเด็กสัญชาติไทย จากสองพี่น้อง “ดิลกอัศวโรจน์” ต่อยอดธุรกิจครอบครัว ถักทอคุณภาพ รุกตลาดออนไลน์ ตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่ สู่แบรนด์รายได้ 200 ล้าน ท่ามกลางสภาวะเด็กเกิดน้อย


    ในวันที่พ่อแม่ไม่ได้มองหาแค่ “เสื้อผ้าเด็ก” แต่กำลังมองหาความสบายใจ ความปลอดภัย และคุณค่าที่อยากส่งต่อให้ลูกตั้งแต่วันแรกของการเติบโต ตลาดเสื้อผ้าเด็กจึงเปลี่ยนจากสมรภูมิราคาไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ และประสบการณ์ที่แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงวันที่ลูกสวมใส่ 

    พฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่สะท้อนชัดว่าคุณภาพกลายเป็นปัจจัยแรกที่ถูกนำมาพิจารณา สอดรับกับเทรนด์ Premiumization โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครอง Gen Y ที่พร้อมจ่ายมากขึ้น เพื่อแลกกับสินค้าที่มั่นใจว่าดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

    หนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กของไทยที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างชัดเจนท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่เข้มข้น และตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่ได้ คือ BabyLovett (เบบี้โลเว็ต) ที่สามารถสร้างยอดขายรวมแตะระดับ 200 ล้านบาทได้ พร้อมทั้งสร้างปรากฏการณ์คอลเล็กชั่นลิมิเต็ดหลายพันชิ้นภายขายหมดในไม่กี่นาที



ไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า แต่ขาย “ความสบายใจของพ่อแม่”

    ย้อนกลับไปราว 7 ปีก่อน ในวันที่ตลาดเสื้อผ้าเด็กของไทยถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ระหว่างแบรนด์หรูระดับพรีเมียมที่ราคาสูงและเสื้อผ้าราคาย่อมเยาแต่คุณภาพอาจจะยังไม่ตอบโจทย์นัก

    ลภัสนันท์ และ ธัญลักษณ์ ดิลกอัศวโรจน์ สองพี่น้องผู้ร่วมก่อตั้ง BabyLovett ภายใต้ บริษัท อัศวโรจน์ จำกัด จึงได้มองเห็นช่องว่างในตลาด พร้อมนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากธุรกิจครอบครัวที่อยู่ในวงการเสื้อผ้าเด็กนานกว่า 40 ปี มาปรับใช้ให้ตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ 

    ทั้งคู่สร้างแบรนด์ด้วยแนวคิดที่ชัดเจน นั่นคือ การรวมคำว่า “คุณภาพ” และ “ราคาที่จริงใจ” เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมใช้ Storytelling ในการสร้างความผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่อย่างยั่งยืน จาก SME รายเล็กๆ BabyLovett จึงค่อยๆ เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กแถวหน้า

    ด้วยประสบการณ์จากธุรกิจครอบครัวที่สะสมมานานหลายทศวรรษ ทำให้ ลภัสนันท์ และ ธัญลักษณ์ รู้ถึงหัวใจของเสื้อผ้าเด็กอ่อน ตั้งแต่การคัดสรรชนิดผ้า การปักที่ไม่ระคายเคืองผิว ไปจนถึงเทคนิคการพิมพ์และการเย็บที่ประณีตในทุกฝีเข็ม 

    สิ่งเหล่านี้เองเป็นที่มาของชื่อแบรนด์สุดอบอุ่นอย่าง BabyLovett ที่เพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “Baby Loves it” เพื่อสื่อถึงความตั้งใจว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นไม่เพียงแต่พ่อแม่จะเห็นแล้วชื่นชอบเท่านั้น แต่ต้องเป็นสิ่งที่ลูกน้อยสวมใส่แล้วสบายตัวที่สุด

    สำหรับ BabyLovett เสื้อผ้าเด็กไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่คือผลงานดีไซน์ที่มีชีวิตและเรื่องราวซ่อนอยู่ในทุกตะเข็บ ทุกลวดลาย ทำให้ทุกคอลเล็กชั่นมีความหมาย มีธีมชัดเจน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสร้างความรู้สึกร่วมให้กับกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ อาทิ Disney Frozen, Halloween 2025 และ Santa’s Christmas in Space เป็นต้น

    “เราไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้าเด็ก แต่เราขายความสบายใจให้คนเป็นพ่อแม่ นี่คือคำมั่นสัญญาที่เป็นหัวใจสำคัญของ BabyLovett จุดแข็งที่ทำให้เราครองใจคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่คือความใส่ใจในมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด แบรนด์พิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกผืนผ้า วัสดุ ไปจนถึงอุปกรณ์เล็กๆ อย่างกระดุมและซิป เมื่อความใส่ใจนี้มาบรรจบกับดีไซน์ที่น่ารัก BabyLovett จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กโต กลายเป็นแบรนด์ที่พ่อแม่ไว้วางใจ เลือกใช้ซ้ำ และบอกต่อด้วยความภาคภูมิใจ” ลภัสนันท์ กล่าว


รุกอีคอมเมิร์ซ ปั้นแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก 200 ล้าน

    แน่นอนว่าตลอดเส้นทางการเติบโต BabyLovett ต้องเผชิญทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงความท้าทายจากโครงสร้างตลาดและอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทว่าแบรนด์ยังสามารถยืนหยัดและเพิ่มการเติบโตของรายได้มากกว่า 4 เท่า ในระยะเวลาเพียง 6 ปี

    นอกจากกลยุทธ์ที่ชัดเจนของแบรนด์แล้ว หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือที่ช่วยเร่งการเติบโตของ BabyLovett อย่างชัดเจน คือการขยายสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซอย่างการปักหมุดจำหน่ายที่ LazMall บนแพลตฟอร์มลาซาด้า ซึ่งมาพร้อมฐานลูกค้าที่มองหาสินค้าคุณภาพพรีเมียมและเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มพ่อแม่ที่มีกำลังซื้อและความตั้งใจซื้อสูงได้อย่างรวดเร็ว 

    พร้อมทั้งได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกจากแพลตฟอร์มเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ช่วงอายุของเด็ก ความถี่ในการซื้อ ไปจนถึงประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะช่วยให้สามารถพัฒนาสินค้า บริหารสต๊อก และออกแบบคอลเล็กชันได้อย่างแม่นยำและตรงกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้เกิดฐานลูกค้าประจำที่แข็งแรง และทำให้ จนกระทั่ง BabyLovett ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดเสื้อผ้าเด็กบนลาซาด้า

    ความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านยอดขายในเมกะแคมเปญ 11.11 ที่ผ่านมา โดยแบรนด์สามารถทำยอดขายเติบโตมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตอกย้ำว่าการเติบโตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลลัพธ์จากการวางกลยุทธ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอย่างใกล้ชิด

    โดย ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท อัศวโรจน์ จำกัด มีผลประกอบการ ดังนี้

  • ปี 2563 รายได้รวม 43,603,938 บาท กำไร 2,625,944 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 140,051,006 บาท กำไร 13,850,820 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 208,662,866 บาท กำไร 23,005,770 บาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 170,327,200 บาท กำไร 21,820,553 บาท
  • ปี 2567 รายได้รวม 167,563,691 บาท กำไร 13,733,927 บาท

    สำหรับก้าวต่อไปของ BabyLovett ทางแบรนด์ได้เตรียมเดินหน้าขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมทุกช่วงวัยและทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ ควบคู่กับการมองหาโอกาสขยายสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงในกลุ่มสินค้าเด็ก และพร้อมเปิดรับโปรเจกต์ Collaboration กับแบรนด์ต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นและมีความหมายให้กับลูกค้า

    “หมุดหมายของเราคือการเป็น Top of Mind Brand ในใจคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ และเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุดของทุกครอบครัว ตั้งแต่วินาทีแรกที่เจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลก ไปจนถึงทุกย่างก้าวของการเติบโต เพราะเราเชื่อว่า Journey of Happiness เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน” ลภัสนันท์ กล่าว




ภาพ : ลาซาด้า, BabyLovett




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เจาะกลยุทธ์ “โอสถสภา” บริษัทที่อยู่คู่ไทยมา 135 ปี ปีนี้เดินหน้าเสริมแกร่งกลุ่มเครื่องดื่ม พร้อมดัน Personal Care สู่พรีเมี่ยม

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine