BEARHOUSE หนีเกมราคา ชูนวัตกรรม “ข้าวไทย” ปั้นซิลเวอร์มูนโมจิ มัดใจมนุษย์เงินเดือน กางแผนปี 69 ลุยแฟรนไชส์ หวังโกย 800 ล้าน

BEARHOUSE หนีเกมราคา ชูนวัตกรรม “ข้าวไทย” ปั้นซิลเวอร์มูนโมจิ มัดใจมนุษย์เงินเดือน กางแผนปี 69 ลุยแฟรนไชส์ หวังโกย 800 ล้าน

FORBES THAILAND / ADMIN
20 Jul 2026 | 04:30 PM
READ 370

BEARHOUSE เดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 7 ท่ามกลางสมรภูมิชานมไข่มุก 6 พันล้านบาท ประกาศชัดไม่ลงเล่นเกมราคา แต่ขอใช้ “นวัตกรรมข้าวไทย” เป็นอาวุธหลัก ล่าสุดส่ง “ซิลเวอร์มูนโมจิ” เจาะกลุ่มคนทำงานช่วงบ่าย วางโพสิชันเป็น reward drink หวังยอดขายทะลุล้านแก้วต่อปี มั่นใจดันรายได้รวมปีนี้แตะ 800 ล้านบาท พร้อมลุยขยายแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ


    ท่ามกลางสมรภูมิเครื่องดื่มชาในประเทศไทยที่มีมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะเซกเมนต์ชานมไข่มุกที่ครองสัดส่วนถึง 6,000 ล้านบาทและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง “BEARHOUSE” (แบร์เฮาส์) แบรนด์ชานมสัญชาติไทยที่แจ้งเกิดจากการเป็นผู้บุกเบิกไข่มุกโมจิเจ้าแรกของประเทศ กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ด้วยทิศทางธุรกิจที่ท้าทายและน่าจับตามอง

    จากจุดเริ่มต้นที่มาจากแพสชันของสองยูทูบเบอร์ชื่อดัง ที่ต้องการยกระดับร้านชานมไข่มุกสัญชาติไทยให้โด่งดัง เริ่มต้นจากสาขาสยามสแควร์ จนสามารถปลุกปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง เมื่อก้าวเข้าสู่สเตปต่อไปของการเติบโต ภายใต้การนำทัพของ “ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด

    ทิศทางของ BEARHOUSE จึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันในสงครามราคา แต่หันมาตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ด้วยการใช้นวัตกรรมและยุทธศาสตร์ "ข้าวไทย" เป็นหัวหอกสำคัญในการเจาะตลาด


ปั้นชานมสู่ "รางวัล" ของคนทำงาน

    โดยกลยุทธ์ธุรกิจล่าสุด BEARHOUSE ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ซึ่งไม่ได้ถูกตีโจทย์ให้เป็นเพียงเครื่องดื่มดับกระหาย แต่วางโพสิชันนิ่งให้เป็น “reward drink” หรือรางวัลแห่งความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน

    กลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ การเลือกเสิร์ฟเมนูนี้เฉพาะเวลาหลัง 14.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์อินไซต์ของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่มักจะเกิดความเหนื่อยล้าในช่วงบ่าย

    ดังนั้น การตีกรอบเวลาจำหน่ายจึงไม่ใช่แค่กิมมิกทางการตลาด แต่เป็นการสร้าง today’s moment ที่เปลี่ยนให้ชานมแก้วหนึ่งกลายเป็นจุดพักเบรกที่ผู้บริโภคตั้งตารอ


ชู "ข้าวไทย" นวัตกรรมสร้างความต่าง

    เพื่อรองรับกลยุทธ์ดังกล่าว จุดแข็งสำคัญที่ทำให้ BEARHOUSE แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด red ocean คือความเชี่ยวชาญในการพัฒนาวัตถุดิบโลคัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ซิลเวอร์มูนโมจิ” ที่ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากมูนโมจิเดิม โดยยังคงยึดมั่นในยุทธศาสตร์ “ข้าวไทย” ผ่านการคัดสรรข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงูจากภาคเหนือ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ระดับพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวนุ่ม ผิวมันวาว และไม่เละ

    ซึ่งเมื่อนำมาผ่านกระบวนการผลิตเฉพาะของแบรนด์ จึงได้นวัตกรรมโมจิที่ตอบโจทย์ทั้งการดื่มและเคี้ยวได้อย่างลื่นไหล พร้อมแทรกเท็กซ์เจอร์ของเม็ดข้าวเล็กๆ ไว้ในทุกคำ ซึ่งนอกจากจะสร้างเอกลักษณ์ที่ลอกเลียนแบบได้ยากแล้ว ยังถือเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยไปพร้อมกัน


กางเป้า 800 ล้าน ลุยขยายแฟรนไชส์

    แม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีความท้าทาย แต่ปัทมพรมองว่า ผู้บริโภคยังคงยินดีจับจ่ายให้กับความสุขที่เข้าถึงได้ง่าย ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดชานมระดับพรีเมียมยังมีพื้นที่ให้เติบโต

    โดยหากดูผลประกอบการย้อนหลังของ บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด พบว่ามีทิศทางการเติบโตของรายได้ค่อนข้างก้าวกระโดด โดยปี 2566 มีรายได้ 320.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4.17 ล้านบาท ถัดมาปี 2567 มีรายได้ 420.1 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.61 ล้านบาท

    และล่าสุดปี 2568 ทำรายได้ไปถึง 521.3 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 8.53 ล้านบาท ซึ่งแม้จะเผชิญตัวเลขขาดทุนจากการลงทุนขยายธุรกิจและระบบหลังบ้าน แต่ในปีนี้ BEARHOUSE วางเป้าหมายรายได้รวมกระโดดขึ้นไปที่ 800 ล้านบาท

    เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตดังกล่าว บริษัทจึงวางให้ "ซิลเวอร์มูนโมจิ" เป็น flagship menu สำคัญ โดยตั้งเป้ายอดขายเฉพาะเมนูนี้ไว้ที่ 1,000,000 แก้วต่อปี และคาดการณ์ว่าจะเข้ามาช่วยสร้างสัดส่วนรายได้ถึง 15-20% ของเป้าหมายรายได้รวม


    นอกจากเป้าหมายด้านผลประกอบการแล้ว บริษัทยังเตรียมสปีดเครื่องเดินหน้าขยายฐานลูกค้าอย่างเต็มกำลัง โดยมีแผนขยายสาขาให้ครบ 90 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการปูทางสู่ระบบแฟรนไชส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ลุล่วงภายในสิ้นปี 2569

    “ซิลเวอร์มูนโมจิ จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้ BEARHOUSE ผ่านการต่อยอดจุดแข็งของเราในฐานะผู้บุกเบิกชานมโมจิ และจะช่วยทรานส์ฟอร์มแบรนด์ให้กลายเป็น Product Platform ที่สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง” ปัทมพร กล่าวทิ้งท้าย


ภาพ : BEARHOUSE




​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “สตาร์บัคส์” ปลื้ม! ลูกค้าไทยไม่มองว่า Overpriced แล้ว ลุยต่อขยายสู่ 600 สาขาต้นปี 2570 เพิ่มเมนู “ทุเรียน-ชาไทย” ชูรสชาติท้องถิ่น

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine