เมื่อตลาดเวียดนามมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ประกอบกับที่ผ่านมาการลงทุนซื้อกิจการธุรกิจค้าส่งในประเทศดังกล่าวมาบริหารเองภายใต้แบรนด์ MM Mega Market ก็ยังสร้างความแข็งแกร่งจากธุรกิจที่เคยขาดทุนในช่วงแรกก็พลิกฟื้นขึ้นมาทำกำไรได้ถึง 500 ล้านบาทต่อปีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางกลุ่มบีเจซี จึงวางแผนปักหมุด MM Mega Market เพิ่มอีก 24 สาขา พร้อมตั้งเป้ารายได้ธุรกิจในตลาดต่างประเทศโตเพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2573
ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เผยข้อมูลสุดเอ็กซ์คลูซีฟแก่สื่อมวลชนถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในอดีตเมื่อ 10 ปีก่อน ในการเข้าซื้อกิจการ Metro Cash & Carry Vietnam ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนั้นธุรกิจยังคงขาดทุนและไม่สามารถใช้ชื่อแบรนด์เดิมมาบริหารได้ จึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อใหม่ภายใต้แบรนด์ MM Mega Market พร้อมปรับปรุงการบริหารครั้งใหญ่ให้สามารถสร้างการเติบโตจนธุรกิจกลับมาพลิกฟื้นทำกำไรได้ ณ ปัจจุบัน
"ตอนที่เราซื้อกิจการนี้มาช่วงแรกธุรกิจยังคงขาดทุน แต่ด้วยการปรับโครงบริหารจัดการภายในจึงทำให้เราสามารถพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมาถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี หลังจากนั้นธุรกิจก็เติบโตต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนเรามียอดขายเฉลี่ยโตราว 20% ต่อปี ทำกำไรเติบโตมากกว่า 30% ต่อปี และปัจจุบันธุรกิจค้าส่งขนาดใหญ่ในเวียดนามแห่งนี้ยังทำกำไรให้เราได้ถึง 400-500 ล้านบาทต่อปี"
แม่ทัพหญิงของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ยังบอกด้วยว่า เวียดนามถือเป็นตลาดหลักของการลงทุนธุรกิจที่มีศักยภาพสูง จึงเตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนในเวียดนามต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่มีอยู่กว่า 10% ให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% รวมถึงการตั้งเป้าขยายสาขาจากเดิมที่มีอยู่ 30 แห่ง ให้เพิ่มขึ้นอีก 24 แห่ง กลายเป็นทั้งหมด 54 แห่ง ภายในปี 2573
ทั้งนี้ ทางกลุ่มบีเจซี ยังมีแผนการแยก position ของแต่ละแบรนด์ธุรกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดย MM Mega Market จะเป็นแบรนด์หลักของธุรกิจค้าส่ง และเตรียมนำชื่อแบรนด์ Big C กลับมาใช้ในตลาดเวียดนามอีกครั้งหลังสิทธิการใช้ชื่อแบรนด์ของกลุ่มเซ็นทรัลจะสิ้นสุดลง พร้อมใช้ชื่อแบรนด์ Big C เจาะตลาดธุรกิจค้าปลีกในเวียดนามอย่างจริงจังหลังจากเจาะเข้าตลาดค้าส่งจนสร้างแบรนด์แข็งแกร่งได้สำเร็จ ซึ่งคาดว่าแผนดังกล่าวจะเห็นเป็นรูปธรรมได้ภายในปี 2570


อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกในไทย อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า เตรียมทุ่มงบกว่า 8,000 ล้านบาท ในปี 2569 นี้ ในการเปิดสาขาใหม่ขนาดใหญ่ 2 สาขา, ขยายสาขาขนาดเล็กกว่า 200 สาขา เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในเมืองหลัก เมืองรอง และชุมชนศักยภาพใหม่ ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมรีโนเวตสาขาขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 18 สาขาทั่วประเทศ
"ธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันเราไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องจำนวนสาขา แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของโลเคชัน” และ “ความสามารถในการตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ด้วย การปรับรูปแบบการดำเนินงานของบางสาขาในช่วงที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพอร์ตเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และนำทรัพยากรไปขยายในทำเลที่มีศักยภาพเติบโตสูงกว่า ซึ่งสะท้อนว่า บิ๊กซี ยังเดินหน้าลงทุนและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง” อัศวินกล่าว
สำหรับ ปัจจุบัน บิ๊กซี มีสาขาขนาดใหญ่ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว รวมทั้งสิ้น 208 สาขา แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 154 สาขา, ซูเปอร์มาร์เก็ต 54 สาขา รวมถึงมีบิ๊กซีมินิอีก 1,527 สาขา และยังดำเนินธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 19 สาขา สะท้อนการขยายตัวของเครือข่ายค้าปลีกในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ภาพ : กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : KCG ทำนิวไฮ 4 ปีติด รายได้ทะลุ 8.6 พันล้าน กำไรโต 24% รุกสินค้าสุขภาพ-ไฮโปรตีน รับเทรนด์ยุคใหม่ พร้อมเร่งขยายตลาดต่างประเทศ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


