เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าสยายปีกยึดทำเลกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ทุ่มงบกว่า 4,500 ล้านบาท ทุบสร้างใหม่สาขารัตนาธิเบศร์เดิม ปั้นบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูส "เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์" บนพื้นที่ 59 ไร่ ชูไฮไลต์ Outdoor-in-Indoor สวนป่าในร่มแห่งแรกของไทย พร้อมขนทัพ 300 แบรนด์ดังอัดแน่นพื้นที่ มุ่งเจาะกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูง-คนรักสุขภาพ หวังดันทราฟฟิกพุ่ง 30,000 คนต่อวัน ปักหมุดเปิด 3 ก.ค. นี้
การแข่งขันในสมรภูมิค้าปลีกโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรีทวีความดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้ประกาศก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบรับกำลังซื้อที่ขยายตัวในจังหวัดนนทบุรี ด้วยการยกเครื่องครั้งใหญ่ เปลี่ยนภาพจำของ "เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์" สู่จิ๊กซอว์ตัวใหม่ในตระกูล Ville ภายใต้ชื่อ "เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์" (Central Northville)
ปักหมุด "นนทบุรี" ขุมทรัพย์กำลังซื้อสูง-จุดตัดโครงข่ายคมนาคม
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ฉายภาพความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของจังหวัดนนทบุรีมาอย่างยาวนานว่า นนทบุรีเปรียบเสมือนเมืองหลวงของกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่มีการเติบโตแข็งแกร่งในทุกมิติ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงถึง 405,296 ล้านบาทต่อปี (อันดับ 8 ของประเทศ) และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวถึง 213,992 บาทต่อคนต่อปี
ดังนั้น การขยายอาณาจักรของ CPN ในทำเลนี้ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในพื้นที่วงแหวนรอบนอก (The Gateway & Satellite Cities) ซึ่งการปักหมุดศูนย์การค้าถึง 4 สาขา ทั้งเซ็นทรัล เวสต์เกต, เวสต์วิลล์, แจ้งวัฒนะ และล่าสุดกับ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เป็นโมเดลการเติบโตที่เทียบชั้นได้กับมหานครระดับโลกอย่างลอนดอนหรือโตเกียว ที่ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตรจะมี Retail Infrastructure หลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองประชากรที่หนาแน่นกว่า 1.8 ล้านคน รวมถึงประชากรแฝงอีกกว่า 6-7 แสนคนในพื้นที่

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ย่านนอร์ทวิลล์ก้าวขึ้นเป็น Mega Hub อย่างสมบูรณ์แบบ มาจากความแข็งแกร่งใน 4 มิติหลัก เริ่มตั้งแต่การเป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม ที่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีชมพู และสายสีน้ำตาลในอนาคต เชื่อมต่อถนนสายหลักอย่างติวานนท์ งามวงศ์วาน ทางด่วนศรีรัช รวมถึงจุดตัดถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) ประตูสู่ภาคกลางและตะวันตก
ผนวกกับการเป็นศูนย์รวมแหล่งที่อยู่อาศัย โดยมีโครงการอสังหาฯ ในรัศมีกว่า 125 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 90,000 ล้านบาท ซึ่งกว่า 55% เป็นกลุ่ม High-end ถึงระดับ Luxury นอกจากนี้ ยังแวดล้อมด้วยสถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 154 แห่ง พร้อมหน่วยงานราชการสำคัญ ไปจนถึงการเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
ด้วยมิติเหล่านี้ บริษัทจึงมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในการเป็น "Center of the Center" ของนนทบุรีมาตั้งแต่เปิดให้บริการสาขารัตนาธิเบศร์ในปี 2546 จนนำมาสู่การตัดสินใจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พัฒนาเป็น "เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์" เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์ให้เทียบเท่าใจกลางเมือง โดยนำแนวคิด Longevity และ Long-term Well-being มาเป็นแกนหลักเพื่อสร้าง Centre of Life ที่รองรับคนทุกเจเนอเรชัน
"การมี 4 สาขา ก็คาดว่าจะช่วยอุดช่องโหว่และตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ โดยเวสต์เกตจะทำหน้าที่เป็นซูเปอร์ริจินัลมอลล์ศูนย์รวมทุกสิ่ง แจ้งวัฒนะเน้นความครบครันของช้อปปิ้งมอลล์ เวสต์วิลล์ตอบโจทย์คอมมูนิตี้คนราชพฤกษ์ ส่วนนอร์ทวิลล์จะถูกยกระดับให้เป็น Center of the Center ของนนทบุรี" ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว

ชูโมเดล Biophilic Design ฉีกกฎช้อปปิ้งมอลล์
วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวเสริมว่า โครงการเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จะใช้งบลงทุนเฉพาะส่วนของศูนย์การค้ากว่า 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 59 ไร่ (พื้นที่รีเทล GBA 210,000 ตร.ม.) โดยตัดสินใจทุบโครงสร้างเดิมทิ้งทั้งหมด เพื่อสร้างใหม่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป
จากเดิมที่ศูนย์การค้าเน้นการเป็น One-stop Service ปัจจุบันเทรนด์โลกมุ่งไปที่เรื่อง Well-being และ Longevity ประกอบกับคนเมืองต้องเผชิญปัญหาพื้นที่สีเขียวน้อยและความเครียดจาก PM 2.5 CPN จึงนำแนวคิด Biophilic Design หรือการดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตมาใช้เต็มรูปแบบ
โปรเจกต์นี้จึงถือเป็น The First Fully Biophilic Indoor Garden หรือสถาปัตยกรรมที่ผสานธรรมชาติและภูมิอากาศจริง (Outdoor-in-Indoor) แห่งแรกในไทย ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับโครงการระดับโลกอย่าง The Hyundai Seoul หรือสนามบินชางงี โดยมีการออกแบบ Vertical Fins บังแดด ลดความร้อน และใช้สายน้ำสร้าง Microclimate เพื่อลดอุณหภูมิรอบอาคาร

จัดเต็ม 300 แบรนด์ใหม่-โซนไฮไลต์ดึงทราฟฟิก
ไม่เพียงแค่งานสถาปัตยกรรมที่คิดมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ในด้านของการคัดสรรร้านค้า ก็ถูกปรับรื้อใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบสนองเทรนด์ "Health is a New Wealth" โดยเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ได้ดึงแบรนด์ร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ ซึ่ง 80% เป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่เคยมีในสาขารัตนาธิเบศร์เดิม โดยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
- The Clouds : ประติมากรรมเมฆฝนจำลองใจกลางห้าง ห้อมล้อมด้วยต้นไม้จริงที่ปลูกภายใต้ช่องแสง Skylight
- The Hill : พื้นที่ Community รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และ Co-working Space พร้อมจอภาพยนตร์กลางสวน
- Tree Grove : ลานต้นไม้พักผ่อน พร้อมเสียงนกและน้ำไหล สร้างประสบการณ์ Micro Healing
- Stone Atrium : โถงจัดอีเวนต์และโชว์เคสแบรนด์แฟชั่น-กีฬา
- Playville : พื้นที่ Outdoor สำหรับครอบครัว มี Kid Playground ขนาด 550 ตร.ม. และลานน้ำพุ
- Petville : พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร พร้อม Urban Park ขนาด 235 ตร.ม. และลาน Jogging Track 450 เมตร ที่วิ่งคู่กับสัตว์เลี้ยงได้
นอกจากนี้ ยังจัดเต็มแม็กเน็ตดึงดูดสายแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ อาทิ D-Sports Stadium สปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์แนวญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในไทย (2,500 ตร.ม.), Fitness First Redefined พร้อมสตูดิโอพิลาทิสและ HYROX Training Club รวมถึงร้านอาหารระดับมิชลินไกด์และร้านดังท้องถิ่นในโซน Food Ville

เป้าหมายดันทราฟฟิก 30,000 คน/วัน
สำหรับการพลิกโฉมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถดึงยอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเดิมหมื่นกว่าคน กระโดดไปที่ 30,000 คนต่อวัน พร้อมรองรับด้วยที่จอดรถกว่า 2,200 คัน
ทั้งนี้ พื้นที่ 59 ไร่ ปัจจุบันถูกพัฒนาเป็นศูนย์การค้าประมาณ 70% และตามมาสเตอร์แพลนที่วางไว้ พื้นที่นี้จะถูกพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสอย่างแน่นอน โดยมีแผนเตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมภายในปี 2570 เพื่อเติมเต็มศักยภาพของที่ดินผืนนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของนนทบุรี
ภาพ : เซ็นทรัลพัฒนา
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ZARA ปักธง "เซ็นทรัล พาร์ค" ผุดแฟล็กชิปสโตร์ 2,000 ตร.ม. ชูกลยุทธ์ Omnichannel รุกหนักตลาดรีเทล
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


