โฉมใหม่ ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ หลังปรับใหญ่รอบ 30 ปี CPN ทุ่ม 1.7 พันล้านรีโนเวต ดึงกำลังซื้อคุณภาพ ทราฟฟิกพุ่ง 8 หมื่นคนต่อวัน

โฉมใหม่ ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ หลังปรับใหญ่รอบ 30 ปี CPN ทุ่ม 1.7 พันล้านรีโนเวต ดึงกำลังซื้อคุณภาพ ทราฟฟิกพุ่ง 8 หมื่นคนต่อวัน

หลัง “เซ็นทรัลพัฒนา” ทุ่มงบกว่า 1.7 พันล้านบาท วันนี้ “เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า” ได้ถูกปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 3 ทศวรรษ พร้อมทรานส์ฟอร์มสู่ Top Destination กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก พลิกโฉมทุกชั้น รวมกว่า 500 แบรนด์ดัง และ 200 ร้านอาหาร ดึงกำลังซื้อคุณภาพ ส่งผลให้ทราฟฟิกพุ่งแตะ 8 หมื่นคนต่อวัน


    หากพูดถึงแลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก เชื่อว่าชื่อที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ศูนย์การค้าที่อยู่คู่ฝั่งธนบุรีมาตั้งแต่ปี 2538

    วันนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ได้เดินหน้าทรานส์ฟอร์มศูนย์การค้าแห่งนี้ครั้งใหญ่ในรอบ 3 ทศวรรษ เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย ยกระดับจาก Retail Landmark สู่การเป็น Top Destination ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ในฐานะผู้นำพื้นที่ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และฐานกำลังซื้อที่มีคุณภาพสูง

    โดยการปรับโฉมครั้งนี้ครอบคลุมทุกชั้นของอาคาร ด้วยการจัดวาง Brand Mix มากกว่า 500 แบรนด์ และร้านอาหารกว่า 200 ร้าน ทั้งแบรนด์ระดับโลก ร้านมิชลิน และร้านดังในประเทศ



ลงทุน 1.7 พันล้าน ดันทราฟฟิกแตะ 8 หมื่นคนต่อวัน

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เกิดขึ้นจากการขยายตัวของเมืองและการย้ายถิ่นฐานของผู้คนจากย่านการค้าเก่าอย่างเยาวราชและวรจักร ทำให้พื้นที่นี้มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มพ่อค้าและผู้มีกำลังซื้อค่อนข้างสูงตั้งแต่แรก

    ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา Landscape ของย่านปิ่นเกล้าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งจากการขยายตัวของเมือง ระบบรถไฟฟ้าหลายสาย โครงข่ายถนนสายหลัก และการเพิ่มขึ้นของครอบครัวรุ่นใหม่ ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการใช้จ่ายเปลี่ยนไปตามบริบทเมือง

    ปัจจุบัน พื้นที่โดยรอบศูนย์การค้าเป็นโซนที่อยู่อาศัยระดับ Luxury-Ultra Luxury มูลค่า 25-100 ล้านบาท มากกว่า 8 โครงการ มีโครงการที่อยู่อาศัยรวมกว่า 60 โครงการ และคอนโดมิเนียมกว่า 13,000 ยูนิต รวมถึงอยู่ใกล้สถานศึกษาและโรงพยาบาล 13 แห่ง ครอบคลุมประชากรใน Catchment Area กว่า 3 ล้านคน

    ขณะเดียวกัน ทำเลของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ยังอยู่ใกล้เขต CBD ฝั่งสีลม-สาทร-เยาวราช และเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งมวลชน 3 สายหลัก ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีแดงอ่อน และสายสีส้ม รวมถึงถนนสายสำคัญอย่างบรมราชชนนี อรุณอมรินทร์ และพระราม 8 ทำให้เข้าถึงได้สะดวกจากหลายทิศทาง



    การปรับโฉมครั้งใหญ่นี้ใช้งบลงทุนรวมกว่า 1,700 ล้านบาท บนพื้นที่รีเทลกว่า 317,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 28 ไร่ และพื้นที่อาคารสำนักงานราว 43,000 ตารางเมตร เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนของคนในย่านแบบครบวงจร

    ดร.ณัฐกิตติ์ มองว่า ปัจจุบันเส้นแบ่งระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครแทบไม่เหลืออยู่แล้ว ทั้งสองฝั่งถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยโครงสร้างเมืองและไลฟ์สไตล์แบบเดียวกัน

    “วันนี้ทุกพื้นที่คือกรุงเทพเหมือนกัน คนในย่านปิ่นเกล้ามีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองเต็มตัว นี่คือเหตุผลที่เราลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาท เพื่อให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าและ Catchment Area ใหม่” 



    ก่อนการรีโนเวต เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า มีทราฟิกเฉลี่ยราว 70,000 คนต่อวัน แต่หลังการปรับโฉม ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 80,000 คนต่อวัน จากการดึงแบรนด์และร้านค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มกำลังซื้อระดับกลางถึงบนเข้ามาเติมเต็ม

    โดยปัจจุบัน ลูกค้ามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนประมาณ 10,000 บาท และมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนรีโนเวต สะท้อนถึงผลลัพธ์ของการยกระดับร้านค้าและประสบการณ์ภายในศูนย์

    นอกจากนี้ ข้อมูลจาก The 1 ยังระบุว่า เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า มีกลุ่มลูกค้า Wealth ที่เป็นสมาชิก The 1 Exclusive ราว 5% ติดอันดับ 5 ของประเทศ โดยมียอดใช้จ่ายสูงสุดต่อเดือนต่อคน ถึง 5 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงเป็นอันดับ 3 ในกรุงเทพฯ



“The New Soul of Pinklao” ดีไซน์สะท้อนตัวตน

    จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “ศูนย์การค้าแห่งนี้ควรมีบทบาทอย่างไรต่อชีวิตของผู้คนในย่านที่กำลังเปลี่ยนไป และจะสามารถตอบโจทย์ในระยะยาว 10-30 ปีข้างหน้าได้อย่างไร”

    แนวคิด The New Soul of Pinklao จึงถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการพัฒนา เพื่อสะท้อนตัวตนใหม่ของพื้นที่ ผ่านการเพิ่มความหลากหลายของร้านค้า การจัดผังทางเดินให้เชื่อมต่อและเข้าถึงง่าย รวมถึงการออกแบบประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมคนเมือง

    การปรับโฉมครั้งนี้เป็นการยกระดับทั้ง Ecosystem ตั้งแต่การคัดสรรแบรนด์ การออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ร่วมของผู้ใช้งาน โดยนำสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบคลาสสิก เช่น หลังคา เสา และรูปปั้นซีซาร์ มาเป็นหัวใจของงานออกแบบ แล้วตีความใหม่ให้ร่วมสมัย โปร่งโล่ง และ Timeless มากขึ้น



    พื้นที่ภายในถูกเชื่อมต่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Facade ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสากรีก, Main Atrium ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ, Urban Living Room ชั้น 5 ซึ่งพัฒนาเป็น Lifestyle Food Destination รวมร้านสตรีตฟู้ดและร้านมิชลิน พร้อม Food Patio ในบรรยากาศสวน และการนำรูปปั้นซีซาร์ ออกุสตุส กลับมาเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่อีกครั้ง

    ขณะที่ Gastronomy Hub ชั้น G ถูกพัฒนาเป็นโซนร้านอาหารรูปแบบใหม่ เชื่อมต่อกับซูเปอร์มาร์เก็ตในบรรยากาศแบบ Terrace รองรับทั้งกลุ่มครอบครัวและกลุ่มคนทำงาน

    การทรานส์ฟอร์มเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรีโนเวตอาคาร แต่เป็นการปรับบทบาทของศูนย์การค้าให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ พร้อมวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนย่านนี้ในระยะยาว



ศูนย์การค้า สำหรับทุกเจเนอเรชั่น

    เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ยังถูกปรับบทบาทให้รองรับไลฟ์สไตล์ที่มีความซับซ้อนและพิถีพิถันมากขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Alpha Parents ซึ่งเป็นครอบครัวที่พร้อมลงทุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของลูก มีกำลังซื้อสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนวัยเดียวกัน และกลุ่ม Luxumer ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ซึ่งสะท้อนรสนิยมและตัวตนของตนเอง

    จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ศูนย์การค้าถูกพัฒนาให้เป็น Cross Generation Hub ที่เชื่อมโยงคนต่างวัยเข้าด้วยกัน ผ่านการเพิ่มพื้นที่ด้านศิลปะและวัฒนธรรมบริเวณชั้น 5 ภายใต้แนวคิด The New Creative Ground รองรับกิจกรรมสร้างสรรค์และอีเวนต์ในอนาคต



    ในด้านกลุ่มครอบครัวและเด็ก เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ได้รวบรวมแบรนด์ Edutainment และ Playland มากที่สุดในย่าน รวมกว่า 37 แบรนด์ อาทิ Kidzooona คอนเซ็ปต์ Safari แห่งเดียวในไทย First Class Preschool และโรงเรียนสอนว่ายน้ำ Aqua-Tots แห่งแรกในศูนย์การค้า

    ขณะเดียวกัน ยังเสริมความแข็งแกร่งด้าน Wellness ด้วยคลินิกความงามชั้นนำกว่า 72 แบรนด์ ฟิตเนส Fitness First โฉมใหม่ และโรงภาพยนตร์ Major Cineplex IMAX with Laser เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิต

    ส่วนด้านธุรกิจอาหาร Tops Food Hall ได้รับการปรับเป็น Premium Food Format ซึ่งปัจจุบันมียอดขายสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ







เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ‘กรุงศรี’ ปล่อยสินเชื่อยั่งยืน 6,500 ล้าน สร้างมิกซ์ยูส ‘The Central พหลโยธิน’

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine