เมื่ออาหารเจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 9 วันของเทศกาล “ซีพีแรม” มองโอกาสขยายฐานลูกค้าในตลาดที่คาดว่าจะมีมูลค่า 4.9 หมื่นล้านบาท เดินหน้าขยายพอร์ต 50 เมนู เพิ่มสินค้าใหม่ 9 รายการ พร้อมตรึงราคาสู้ต้นทุนพุ่งและกำลังซื้อเปราะบาง คาดยอดขายเยาวราชโต 10% ขณะที่แม็คโครชี้อาหารพร้อมทานมาแรง เตรียมวางขายสินค้ายอดนิยมต่อเนื่องหลังจบเทศกาล สะท้อนโอกาสขยายตลาดสู่การบริโภคตลอดทั้งปี
ตลาดอาหารเจในปี 2569 ยังคงส่งสัญญาณเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ โดยจากปีก่อนที่มีมูลค่า 4.59 หมื่นล้านบาท คาดการณ์ว่าปีนี้จะเติบโตขึ้นราว 8% ดันมูลค่าตลาดรวมแตะระดับ 4.9 หมื่นล้านบาท
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อการกินเจมากขึ้น จากการกินเจเฉพาะช่วงเทศกาล มาเป็นการเลือกรับประทานอาหารจากพืช (plant-based) ในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักสุขภาพและกลุ่ม flexitarian (มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น) ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ในบางมื้อ
จัดเต็ม 50 เมนู รับเทรนด์กินเจยุคใหม่
เพื่อรองรับเทรนด์ดังกล่าว บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ได้เตรียมสินค้าอาหารเจพร้อมรับประทานกว่า 50 รายการ โดยเป็นเมนูใหม่ 9 รายการ ต้อนรับเทศกาลกินเจระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคม 2569 สินค้าทั้งหมดจะถูกกระจายผ่านร้าน 7-Eleven, แม็คโคร, โลตัส และร้านค้าชั้นนำกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ
นันทณัฐ ปิตวิวัฒนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ซีพีแรม กล่าวว่า ตลาดอาหารเจยุคนี้มีความยืดหยุ่นกว่าที่เคย ผู้บริโภคไม่ได้จัดกลุ่มตัวเองว่ากินเจหรือไม่กินเจ แต่เลือกตามแนวคิดด้านสุขภาพหรือการลดเนื้อสัตว์ในบางมื้อ อาหารเจยุคนี้จึงไม่ใช่แค่ปราศจากเนื้อสัตว์ แต่ต้องอร่อย มีคุณค่า สะดวก และคุ้มค่า จนผู้คนเลือกกินได้ทุกวัน
ซีพีแรมจึงเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าภายใต้แบรนด์ VG for Love โดยมี “ข้าวกะเพราหมูกรอบวีแกน” เป็นเมนูยอดฮิต พร้อมเสริมทัพด้วยเมนูใหม่อย่างสปาเกตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน และข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ รวมถึงผลิตภัณฑ์ซาลาเปาและเบเกอรี่ผ่านแบรนด์ Jade Dragon และเลอแปง

นอกจากการขยายพอร์ตสินค้าแล้ว บรรยากาศในช่วงเทศกาลก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นตลาด โดยซีพีแรมประเมินว่ายอดขายในย่านเยาวราชและภูเก็ตจะคึกคักเป็นพิเศษจากอานิสงส์ของการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว
ซึ่งคาดว่าเฉพาะพื้นที่เยาวราชจะเติบโตราว 10% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายอาหารเจในภาพรวมของซีพีแรมที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 8% ต่อปี

อาหารพร้อมทานมาแรง ดันยอดขายพุ่ง
ภาพความคึกคักดังกล่าว สอดคล้องกับมุมมองของ อัศวิน ภูริติกานต์ ผู้ช่วยผู้จัดการแม็คโคร สาขาสาทร ที่ระบุว่าพฤติกรรมการซื้ออาหารเจปีนี้คึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานที่เข้ามาตอบโจทย์ความสะดวกสบาย
ซึ่งแม็คโครประเมินตัวเลขเบื้องต้นว่ายอดขายในกลุ่มนี้อาจเติบโตสูงถึง 20-30% และเตรียมนำสินค้ายอดนิยมบางรายการมาวางจำหน่ายต่อเนื่องตลอดทั้งปีโดยไม่จำเป็นต้องถอดออกจากชั้นวางเมื่อหมดเทศกาล
"ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว ปีนี้ถือว่าคึกคักขึ้นมาก ลูกค้ามองหาความสะดวกสบายเป็นหลัก ทำให้กลุ่มอาหารเจพร้อมรับประทานตอบโจทย์และขายดีกว่าการซื้อวัตถุดิบไปประกอบอาหารเองค่อนข้างมาก เพราะได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการ ประหยัดเวลา และพร้อมทานได้ทันที" อัศวิน กล่าวเสริม

โจทย์ใหญ่ “กำลังซื้อ” กับโอกาสระยะยาว
นันทณัฐ กล่าวต่อว่า แม้ตลาดโดยรวมจะขยายตัว แต่กำลังซื้อยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่กำหนดทิศทางการตัดสินใจของผู้บริโภค ดังนั้นเพื่อลดข้อจำกัดจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในระยะยาวคือ การผลักดันให้อาหารเจกลายเป็นสินค้าที่มียอดขายต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ซึ่งหัวใจสำคัญจะอยู่ที่ความสามารถในการควบคุมราคา การพัฒนาเมนูให้ตรงใจผู้บริโภค และการสร้างประสบการณ์ที่ดีจนเกิดการซื้อซ้ำโดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเทศกาล

ตรึงราคาเดิม สู้ต้นทุนพุ่ง
และเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูง แม้ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตรจะปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี แต่ซีพีแรมยืนยันไม่มีการปรับขึ้นราคาอาหารเจ เนื่องจากได้วางแผนซัพพลายเชนและกำลังการผลิตร่วมกับคู่ค้าไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงกลางปี
"ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนมีการปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี แต่สิ่งที่เราทำเพื่อช่วยผู้บริโภคคือการไม่ปรับขึ้นราคา เราให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้ราคาถูกที่สุด แต่คือการทำให้พวกเขารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย ทั้งปริมาณ คุณภาพ และรสชาติ" นันทณัฐ ย้ำถึงจุดยืนในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมสต๊อกสินค้าล่วงหน้า 10-15 วัน และจัดส่งเติมสินค้าทุกวันจากฐานการผลิตทั้งในปทุมธานี ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปราจีนบุรีและบางส่วนของกรุงเทพฯ แม้จะส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งบ้าง แต่บริษัทได้เตรียมแผนบริหารจัดการไว้รองรับจนประเมินได้ว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว
จากความพร้อมในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และการเลือกใช้กลยุทธ์ตรึงราคาสินค้า ตอกย้ำให้เห็นว่าเทศกาลอาหารเจไม่ใช่เพียงกระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไปใน 9 วัน แต่คือเค้กก้อนใหญ่ของอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ผู้เล่นต้องพร้อมเสิร์ฟทั้งความคุ้มค่า และรสชาติ เพื่อเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

ภาพ : ซีพีแรม
ออกแบบภาพปก : ชัยกานต์ มณีจักร์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “ตลาดไวน์” ในไทย ใหญ่สุดในอาเซียน! SJWD ขยายการลงทุน Wine Storage หลังเฟสแรกพื้นที่เก็บ 36,000 ขวด มีผู้เช่าเต็ม
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


