เจาะเบื้องหลัง “Crybaby” คาแร็กเตอร์หมื่นล้านบาท ผลงานศิลปินชาวไทย เดินหน้าปักหมุดสู่ IP ระดับสากล

เจาะเบื้องหลัง “Crybaby” คาแร็กเตอร์หมื่นล้านบาท ผลงานศิลปินชาวไทย เดินหน้าปักหมุดสู่ IP ระดับสากล

FORBES THAILAND / ADMIN
23 Apr 2026 | 04:53 PM
READ 86

รู้หรือไม่? คาแร็กเตอร์เจ้าน้ำตาที่ใครๆ ก็หลงรักอย่าง “Crybaby” สร้างยอดขายบน Pop Mart ได้ถล่มทลายกว่า 1.39 หมื่นล้านบาท! แถมยังติดอันดับ Top 3 IP ที่ทำรายได้สูงสุดของ Pop Mart อีกด้วย เบื้องหลังหยดน้ำตานี้คือ "มอลลี่-นิสา ศรีคำดี" ศิลปินไทยที่พิสูจน์ให้เห็นว่างานศิลปะจากความรู้สึก สามารถเชื่อมโยงคนได้ทั่วโลก และล่าสุด พลิกโฉม “Crybaby” จากอาร์ตทอยสู่การร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple


    จากกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดอาร์ตทอย (Art Toy) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “Crybaby” ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคาแร็กเตอร์ IP (Intellectual Property: IP) ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักสะสมทั่วโลก

    ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดอาร์ตทอยมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สู่กระแสหลัก (Mass Market) โดยมีกลุ่มผู้บริโภคหลักคือ Gen Z และกลุ่ม White-Collar อายุระหว่าง 15–40 ปี

    ขณะที่ข้อมูลจาก HTF Market Intelligence ประเมินว่า มูลค่าตลาดอาร์ตทอยโลกในปี 2566 อยู่ที่ 8,517.81 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.26 ต่อปี แตะระดับ 10,938.96 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2573 โดยภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป


เบื้องหลัง Crybaby คาแร็กเตอร์ IP หมื่นล้านบาท คือศิลปินไทย

    เบื้องหลังความสำเร็จของคาแร็กเตอร์เจ้าน้ำตาอย่าง “Crybaby” คือศิลปินชาวไทย “นิสา ศรีคำดี” หรือ “มอลลี่” ผู้ต่อยอดความหลงใหลในงานศิลปะสู่การสร้างคาแร็กเตอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านการถ่ายทอด “อารมณ์” เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ โดย “Crybaby” นั้นโดดเด่นด้วยการถ่ายทอดความเปราะบาง การเรียนรู้ข้ามผ่าน และเติบโตทางอารมณ์อย่างจริงใจและลึกซึ้ง

    โดยทุกผลงานสะท้อนเรื่องราวและความหมายเบื้องหลัง ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนในหลากหลายวัฒนธรรม และสร้าง Emotional Engagement ได้อย่างลึกซึ้ง


    โดยทั่วไป ผู้คนมักเข้าใจว่า Crybaby เป็นเด็กหญิง ทว่าแท้จริงแล้ว Crybaby ไม่ได้มีเพศสภาพ ไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นตัวแทนเชิงนามธรรมของอารมณ์และความรู้สึก ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์สำคัญอย่าง “หยดน้ำตา” ซึ่งปรากฏในหลากหลายรูปลักษณ์ตามแต่ละดีไซน์ ขณะเดียวกัน คาแร็กเตอร์ Crybaby ต้นแบบยังได้รับแรงบันดาลใจจาก “ส้มฉุน” สุนัขตัวโปรดของศิลปินที่เสียไป สะท้อนมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยความหมาย

    จากรายงาน Annual Results Announcement ประจำปี 2025 ของ Pop Mart ระบุว่า “Crybaby” สร้างรายได้สูงถึง 2,930,000,000 หยวน หรือประมาณ 1.39 หมื่นล้านบาท เติบโตมากกว่า 150% ติดอันดับ Top 3 คาแร็กเตอร์ IP ที่ทำรายได้สูงสุด ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปีที่ร่วมงานกัน ส่งผลให้ “มอลลี่” ก้าวขึ้นเป็นศิลปินไทยรายแรกและรายเดียวในสังกัด Pop Mart สะท้อนศักยภาพของครีเอเตอร์ไทยในเวทีโลก


กลยุทธ์ Mass Market ควบคู่ Niche Market

    นอกเหนือจากการเติบโตในตลาดแมสผ่าน Pop Mart มอลลี่ยังรวมกับเพื่อน ก่อตั้งสตูดิโอ “Molly Factory” ซึ่งเป็นสตูดิโอสร้างสรรค์อาร์ตทอยและสินค้าที่ระลึกจากประเทศไทย มุ่งพัฒนาคาแร็กเตอร์และผลงานศิลปะร่วมสมัยให้มีเอกลักษณ์และเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง ผ่านการผสมผสานระหว่างศิลปะ การออกแบบ และการเล่าเรื่องอย่างมีมิติ โดยผลงานของ Molly Factory สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ของผู้คนในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

    โดย Molly Factory จะเน้นโปรดักต์ที่มีความเฉพาะตัวสูง (High Craftsmanship) การผลิตแบบ Limited Edition และมีการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่ลึกซึ้ง

    ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจในเครือ Molly Factory มีอัตราการเติบโตของรายได้มากกว่า 200% จากปี 2024 สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายตลาดแบบควบคู่


ขยาย Ecosystem ผ่านการคอลแล็บกับแบรนด์ระดับโลก

    “Crybaby” ได้ต่อยอดจากอาร์ตทอยสู่การสร้าง Business Ecosystem ผ่านการ Collaboration กับแบรนด์ชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และ Licensing Products เพื่อขยาย Touchpoint และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

    ในเชิงภูมิศาสตร์ แบรนด์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดอเมริกาเหนือก้าวขึ้นเป็นตลาดใหญ่อันดับสองรองจากจีน สะท้อนศักยภาพการขยายตัวในระดับ Global


จากอาร์ตทอยสู่ Contemporary Art & Experience Economy

    แม้ “Crybaby” จะเป็นที่รู้จักในฐานะอาร์ตทอย แต่การต่อยอดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้า Collectible โดยยังครอบคลุมงานศิลปะหลากหลายแขนง อาทิ จิตรกรรม ประติมากรรม เซรามิก และงานคราฟต์ ควบคู่การสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค (Experience-driven Engagement)


    ล่าสุด มอลลี่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี Apple แบรนด์ระดับโลก ผ่านการนำ “Crybaby” ไปพัฒนาเป็นกิจกรรม Workshop เพื่อสร้าง Engagement Experience กับผู้เข้าร่วมงาน


    มอลลี่ กล่าวว่า “เราอยากให้ Crybaby เป็นมากกว่างานสะสม แต่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านประสบการณ์และอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญในการพัฒนางานในระยะยาว”



    ในปี 2027 “Crybaby” จะครบรอบ 10 ปีของการเดินทางบนเส้นทางศิลปะและธุรกิจ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาคาแรคเตอร์ IP ไทยสู่ระดับสากล โดยเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในหลากหลายมิติ เพื่อขยายขอบเขตของคาแร็กเตอร์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ‘ลาบูบู้’ ฟีเวอร์ทั่วโลก! ดันเจ้าของ Pop Mart รวยแซง Jack Ma แล้ว

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

TAGGED ON