แม้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง แต่ “อาหารญี่ปุ่น” ในไทยยังมีแนวโน้มโต! “ฟู้ดส์ คลาสสิค” จัดเต็ม เปิดตัวสินค้าใหม่ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

แม้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง แต่ “อาหารญี่ปุ่น” ในไทยยังมีแนวโน้มโต! “ฟู้ดส์ คลาสสิค” จัดเต็ม เปิดตัวสินค้าใหม่ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

FORBES THAILAND / ADMIN
12 Jun 2026 | 01:30 PM
READ 135

แม้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง แต่ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยยังไม่แผ่ว FOODSCLASSIC เดินหน้าเปิดตัววัตถุดิบพรีเมียมและสินค้าใหม่จากทั่วโลก รับดีมานด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อมโชว์รายได้แตะ 587 ล้านบาท สะท้อนโอกาสของตลาดที่ยังมีช่องให้โต


    ท่ามกลางความท้าทายของธุรกิจอาหารในปี 2569 ที่ต้องเผชิญทั้งกำลังซื้อชะลอตัว ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง บริษัท ฟู้ดส์ คลาสสิค จำกัด หรือ FOODSCLASSIC เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านวัตถุดิบอาหารนำเข้าระดับพรีเมียม เปิดตัวสินค้าใหม่และวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ณ Challenger Hall 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา ชูจุดแข็งด้านการคัดสรรสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และธุรกิจ Food Service แบบครบวงจร

    ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากเห็ดทรัฟเฟิลแบรนด์ “Mykés Gourmet – ไมเคส กูร์เมต์” จากประเทศสเปน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้รักอาหารพรีเมียม โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธง ได้แก่ “Tartufa Sauce” ซอสเห็ดแบล็กซัมเมอร์ทรัฟเฟิล ที่มีส่วนผสมของ Black Truffle สูงถึง 7% และได้รับรางวัล Great Taste Award 2021 จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นรางวัลด้านรสชาติอาหารและเครื่องดื่มที่จัดโดย Guild of Fine Food สะท้อนคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล

    อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เด่นคือ “Soy Sauce With Truffle” ซอสถั่วเหลืองผสมเห็ดทรัฟเฟิล ที่ช่วยเพิ่มมิติรสชาติให้กับเมนูอาหารหลากหลายประเภท ปัจจุบันทั้งสองผลิตภัณฑ์มีวางจำหน่ายแล้วที่ Gourmet Market สาขาสยามพารากอน เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทียร์ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเดียวกันรวมกว่า 10 รายการ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอาหารพรีเมียมที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

    ด้านกลุ่มเนื้อพรีเมียม นำเสนอเนื้อวัวนำเข้าคุณภาพสูงจากประเทศออสเตรเลีย โดยคัดเลือกสายพันธุ์ Black Angus ที่มีชื่อเสียงเรื่องความนุ่ม ไขมันแทรก และรสชาติที่โดดเด่น รวมถึงเนื้อวัวออสเตรเลียวากิว F1 และเนื้อวัวญี่ปุ่น A5 จากเมืองคาโกชิมา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านอาหารญี่ปุ่น

    ขณะเดียวกัน FOODSCLASSIC ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดอาหารทะเลนำเข้า ในฐานะตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Clear Water จากประเทศแคนาดาอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นหอยปีกนก Hokkigai หอยไอซ์แลนด์ และหอยมิรุไกแคนาดา หรือ Kuro Mirugai โดยบริษัททำตลาดร่วมกับ Clear Water อย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพและตอบโจทย์ตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย

    อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญ คือการนำเข้าปลาสดจากประเทศญี่ปุ่น ที่บริษัทมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี ช่วยต่อยอดให้กับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านซูชิในไทย ทั้งด้านคุณภาพ ความสดใหม่ และระบบจัดส่งที่ได้มาตรฐาน

    ภายในบูทยังได้รับเกียรติจากผู้ผลิตสินค้าชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นที่บินตรงมาร่วมสร้างประสบการณ์ด้านอาหารให้กับผู้เข้าชมงาน อาทิ ผู้ผลิตเกี๊ยวซ่าชื่อดัง “โอซาก้า โอโช” ที่นำผลิตภัณฑ์เกี๊ยวซ่ารสชาติใหม่มาให้ทดลองชิม รวมถึงบริษัท Takefueimen จากจังหวัดฟูกูอิประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตเส้นโซบะบัควีตและชาเขียว ที่โดดเด่นด้วยการใช้วัตถุดิบจากฮอกไกโดและท้องถิ่นของฟูกูอิ เหมาะทั้งเมนูซุปร้อนและโซบะเย็น


    ตลอด 5 วันของการจัดงาน บูท FOODSCLASSIC ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้เข้าชมงานอย่างคึกคัก โดยมีเชฟชื่อดังร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษภายในบูท ผ่านการใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงคุณภาพของ FOODSCLASSIC เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการสร้างสรรค์เมนูอาหารระดับพรีเมียมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร

    เคโกะ ยามาดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดส์ คลาสสิค จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าอยู่ในภาวะท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าขนส่ง ราคาวัตถุดิบ รวมถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อผลผลิตอาหารทะเลทั่วโลก กระนั้น ตลาดอาหารญี่ปุ่นยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิสายพานที่ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทยที่ชอบอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว และนิยมลองแบรนด์ใหม่ๆ ยังมีโอกาสที่ทำให้ตลาดอาหารญี่ปุ่นเติบโตได้ในปีนี้

    “ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบมากขึ้น ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงาน ขณะเดียวกันก็ยังต้องรักษาคุณภาพอาหารเพื่อสร้างความแตกต่างและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า” เคโกะกล่าว


    สำหรับบริษัท ฟู้ดส์ คลาสสิค จำกัด คือผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารทะเลและวัตถุดิบประกอบอาหารแช่แข็งระดับพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก (เช่น ปลาแซลมอนนอร์เวย์ ปลาสดญี่ปุ่น และเนื้อสเต๊ก) โดยให้บริการกลุ่มลูกค้าธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม (HoReCa) รวมถึงผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งดำเนินกิจการมาแล้วกว่า 18 ปี

    โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงายผลประกอบการของบริษัท ฟู้ดส์ คลาสสิค จำกัด ไว้ดังนี้

    -ปี 2566 รายได้ 500.7 ล้านบาท กำไร 10.2 ล้านบาท
    -ปี 2567 รายได้ 571.5 ล้านบาท กำไร 12.9 ล้านบาท
    -ปี 2568 รายได้ 587.6 ล้านบาท กำไร 13.5 ล้านบาท

    ทั้งนี้ FOODSCLASSIC ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านกลยุทธ์การเพิ่มสินค้าใหม่ การขยายกลุ่มลูกค้า และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพยายามตรึงราคาสินค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร

    พร้อมเดินหน้าคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้า ด้วยประสบการณ์ด้านการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากทั่วโลก บริษัทจึงยังคงเดินหน้าตามแนวคิด “เราเข้าใจและต้องการตอบสนองทุกๆ ความต้องการของลูกค้า และเราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคุณ” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านคุณภาพ รสชาติ และต้นทุนทางธุรกิจ



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส” ปีที่ 30 จ่อ MOU ทุบสถิติ 20 บิ๊กดีล พร้อมรุกพอร์ต F&B เต็มสูบ ดึง 3 ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าดังเข้าไทย

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine