การออกกำลังกายได้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คนในปัจจุบันอย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าฟิตเนส วิ่งกับ Run Club แข่ง HYROX เล่น Pickleball เข้าคลาส Pilates ตีเทนนิส หรือแอโรบิก หลายกิจกรรมไม่ได้เป็นเพียงการดูแลสุขภาพ แต่ยังสะท้อนตัวตน และสร้างคอมมูนิตี้ของผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน พร้อมค่อยๆ เข้ามาแทนที่รูปแบบการสังสรรค์แบบเดิม ท่ามกลางตลาดกีฬาและสุขภาพของไทยที่กำลังเติบโตอย่างคึกคักในช่วงปี 2025-2026 ทั้งในมิติของธุรกิจ อีเวนต์ และสินค้าเกี่ยวเนื่องต่างๆ
ภาพรวมอุตสาหกรรมกีฬาและสุขภาพของไทยช่วงปลายปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 กำลังอยู่ในจังหวะคึกคักมากขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งแรงหนุนจากกระแสการดูแลตัวเอง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มมอง “การออกกำลังกาย” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากกว่ากิจกรรมชั่วคราวเหมือนในอดีต
โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่เริ่มใช้เวลาไปกับการวิ่ง การเข้าฟิตเนส หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น แทนรูปแบบการสังสรรค์แบบเดิมๆ หลายกิจกรรมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสุขภาพ แต่กลายเป็นทั้งพื้นที่พบปะ สังคม และไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้คน ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องขยายตัวตามไปด้วย ตั้งแต่ฟิตเนส สตูดิโอเฉพาะทาง อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้ากีฬา ไปจนถึงอาหารสุขภาพและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวเห็นได้จากการขยายตัวของ Sport & Wellness Events ตั้งแต่ Group Exercise, Run Club ไปจนถึงการแข่งขันสาย Performance ที่มีจัดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะที่ผู้บริโภคก็พร้อมใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตมากขึ้นเช่นกัน
ตัวเลขในตลาดยิ่งช่วยยืนยันภาพดังกล่าว ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดธุรกิจออกกำลังกายของไทยมีมูลค่ากว่า 135,000 ล้านบาท และจำนวนผู้ประกอบการในช่วงปี 2022-2025 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยผู้ประกอบการรายใหม่ขยายตัวสูงถึง 26.71% สวนทางกับอัตราการเลิกกิจการที่มีอยู่เพียง 6.49%
ในส่วนของตลาดอุปกรณ์กีฬามีมูลค่ากว่า 45,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดเสื้อผ้ากีฬามีมูลค่าราว 42,000 ล้านบาท รวมถึงรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะของไทยที่สูงกว่า 410,000 ล้านบาท ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นว่าตลาดกีฬาและสุขภาพกำลังขยายวงกว้าง
เมื่อเจาะลึกลงไปในแต่ละเจเนอเรชั่น ข้อมูลจาก The 1 Insight พบว่า Gen Z มองการออกกำลังกายเป็นทั้งเรื่องสุขภาพและการแสดงตัวตนบนโลกโซเชียล ขณะที่ Gen Y ซึ่งถือเป็นกำลังหลักของตลาด มองการดูแลสุขภาพเป็นทั้งการพัฒนาสมรรถนะร่างกายและการสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกับผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน ส่วน Gen X ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความสามารถในการเคลื่อนไหวระยะยาว ขณะที่กลุ่ม Baby Boomers โฟกัสกับการดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาวมากขึ้น
อีกหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ข้อมูลจากบัตรเครดิตกรุงไทย หรือ KTC ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพกำลังเปลี่ยนจาก “รายจ่าย” ไปสู่ “การลงทุนระยะยาว” โดยยอดใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาล บริการทางการแพทย์-ความงาม และฟิตเนส มีมูลค่ารวมกว่า 27,000 ล้านบาทในปี 2025
ในภาคค้าปลีก Supersports เปิดเผยว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดจำหน่ายรองเท้ามากกว่า 3 ล้านคู่ต่อปี ครอบคลุมทั้งรองเท้าวิ่ง เทรนนิ่ง ฟุตบอล ไลฟ์สไตล์ รองเท้าแตะ และรองเท้าคอร์ท พร้อมมียอดเข้าชมผ่านทุกแพลตฟอร์มออนไลน์รวมกว่า 30 ล้านครั้งต่อปี สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เชื่อมต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ทำให้กีฬาและสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังขยับขึ้นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของไทย ทั้งในมิติของธุรกิจ อีเวนต์ คอมมูนิตี้ และสินค้าเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะ 5 กิจกรรมที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ได้แก่ ฟิตเนส ที่ขยายตัวตามกระแส Wellness, วิ่ง และ Run Club ที่กลายเป็นทั้งกิจกรรมสุขภาพและพื้นที่เข้าสังคม, HYROX การแข่งขันสาย Fitness Racing ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก, Pickleball กีฬาลูกผสมที่ขยายตัวรวดเร็วในหลายประเทศ, Pilates ที่กำลังเติบโตจากคลาสเฉพาะกลุ่มสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนเทนนิสที่ยังได้รับความนิยม และแอโรบิกที่กลับมาแมสอีกครั้ง
ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ “ฟิตเนส” โตต่อเนื่อง
หากกล่าวถึงธุรกิจที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากกระแส Active Lifestyle ในช่วงปี 2025-2026 “ฟิตเนส” คือหนึ่งในนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในปี 2024 ที่ผ่านมา มีคนไทยออกที่กำลังกายสม่ำเสมอจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 44.4% ส่งผลให้ธุรกิจฟิตเนสของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าตลาดฟิตเนสในปี 2025 ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 18% และมีมูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท สอดคล้องกับข้อมูลของ SME Thailand ที่ประเมินว่าตลาดฟิตเนสไทยมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาทในปีเดียวกัน
หนึ่งในภาพสะท้อนสำคัญของตลาดคือการเติบโตของสตูดิโอเฉพาะทาง ตลอดจนฟิตเนสขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2025 มีการจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ในหมวดธุรกิจฟิตเนสและกิจกรรมออกกำลังกายเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 บริษัท โดยรูปแบบธุรกิจได้เปลี่ยนจากฟิตเนสขนาดใหญ่ไปสู่สตูดิโอเฉพาะทาง เช่น โยคะ พิลาทิส และเวทเทรนนิ่ง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการการดูแลใกล้ชิด คลาสขนาดเล็ก และประสบการณ์ที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ผลสำรวจของ The 1 Insight ยังพบว่าการใช้จ่ายเกี่ยวกับสมาชิกฟิตเนสนั้นเติบโตกว่า 2 เท่า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่ม Gen Y ที่มองฟิตเนสเป็นมากกว่าสถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็นพื้นที่สร้างคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์ร่วมกัน โดยปัจจุบันฟิตเนสในกรุงเทพฯ มีราคาตั้งแต่ประมาณ 1,000-20,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดแมสไปจนถึงระดับพรีเมียม
เช่นเดียวกับข้อมูลจากบัตรเครดิต KTC ที่ระบุว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดฟิตเนสของปี 2025 เติบโตกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยยอมลงทุนกับสุขภาพและการออกกำลังกายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“Run Club” เมื่อการวิ่งกลายเป็นพื้นที่เข้าสังคม
อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังเติบโต คือ “Run Club” จากเดิมที่การวิ่งเป็นกิจกรรมออกกำลังกายทั่วไป แต่ตอนนี้กลายเป็นไลฟ์สไตล์และพื้นที่สร้างสังคมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ข้อมูลจาก ดีแคทลอน ประเทศไทย ระบุว่า Gen Z และ Gen Y เริ่มหันมาทำกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น สะท้อนผ่านยอดขายในหมวดกิจกรรมและกีฬากลางแจ้งที่เติบโตขึ้นจากปี 2024 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าวิ่งที่มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 20%
ขณะที่ข้อมูลจาก The 1 Insight พบว่า ในกลุ่ม Gen X การวิ่งถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพระยะยาวเช่นกัน ที่สำคัญคือกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคู่ในหมวดรองเท้าวิ่งสูงที่สุด มากกว่าทุกช่วงวัยถึง 1.3 เท่า
กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ยังระบุว่า Run Club ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และเมืองท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยทำหน้าที่มากกว่าการรวมตัวเพื่อวิ่ง แต่ยังเป็นทั้งพื้นที่พบปะ และเครือข่ายสังคมของคนที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน
คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มเปลี่ยนจากการสังสรรค์ในบาร์หรือสถานบันเทิง ไปสู่กิจกรรมวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายร่วมกัน ก่อนปิดท้ายด้วยการนั่งคาเฟ่หรือรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในหลายย่านของกรุงเทพฯ เช่น ทองหล่อ สาทร และพระราม 9 รวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ที่เริ่มออกแบบพื้นที่ให้รองรับทั้งการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น
สอดคล้องกับข้อมูลจาก Hoka ที่มองว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพสูงของอุตสาหกรรมรองเท้าวิ่งและกีฬา จากจำนวนประชากรนักวิ่งที่มีอยู่ราว 15 ล้านคน รวมถึงการเกิดขึ้นของงานวิ่งใหม่ๆ จากผู้จัดอีเวนต์หลากหลายรายตลอดทั้งปี
“HYROX” มาราธอนสายยิม
จากกระแสการออกกำลังกายที่ขยับจาก “สายสุขภาพ” ไปสู่ “สายแข่งขัน” มากขึ้น ทำให้กีฬาแนว Hybrid Fitness กลายเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่เติบโตเร็ว และชื่อของ “HYROX” กำลังถูกจับตาในฐานะการแข่งขันที่เชื่อมโลกของสายวิ่งและสายยิมเข้าด้วยกัน
HYROX เป็นการแข่งขัน Fitness Racing ระดับโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย จุดเด่นคือรูปแบบการแข่งขันที่ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยผสมผสานระหว่างการวิ่ง และ Functional Training เข้าไว้ด้วยกัน ผ่านกติกาที่เข้าใจง่าย คือวิ่ง 1 กิโลเมตร สลับกับการเข้าฐานออกกำลังกาย 1 ฐาน วนทั้งหมด 8 รอบ ทำให้ผู้เล่นต้องใช้ทั้งความอึดด้านการวิ่งและความแข็งแกร่งของเวทเทรนนิ่งไปพร้อมกัน จนมีชาวโซเชียลจำนวนมากนิยาม HYROX ว่าเป็น “มาราธอนสายยิม”
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ HYROX ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว คือรูปแบบการแข่งขันที่เปิดกว้างสำหรับคนทั่วไป ไม่มีการจำกัดเวลา และไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางแบบกีฬาฟิตเนสบางประเภท จึงกลายเป็นการแข่งขันแบบไฮบริดที่เข้าถึงคนได้หลากหลาย ตั้งแต่นักกีฬาไปจนถึงคนออกกำลังกายทั่วไปที่ต้องการท้าทายตัวเอง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ HYROX และ Hybrid Fitness Media ระบุว่า ในช่วงปี 2024-2025 มีผู้เข้าร่วมแข่งขัน HYROX ทั่วโลกมากกว่า 550,000 คน บางอีเวนต์มีผู้เข้าแข่งขันระดับหลักหมื่นคน ขณะที่การแข่งขัน HYROX ในประเทศไทยถูกจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และมีผู้เข้าร่วมมากถึง 17,500 คนในครั้งล่าสุด
ที่สำคคัญ HYROX ยังช่วยต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งฟิตเนส เทรนเนอร์ อุปกรณ์กีฬา โภชนาการ และอีเวนต์กีฬา จนกลายเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ถูกจับตาในอุตสาหกรรมสุขภาพและกีฬาโลก รวมถึงประเทศไทยในช่วงเวลานี้
Pickleball กีฬาลูกผสมที่กำลังบูมในเมืองใหญ่
กระแส “Pickleball” (พิกเคิลบอล) กำลังได้รับความสนใจและเป็นหนึ่งในกีฬาที่โตเร็วสุดในโลก จากจำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ข้อมูลจาก Sports & Fitness Industry Association (SFIA) ระบุว่า ในปี 2025 มีผู้เล่นสูงถึง 24.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22.8% จากปีก่อนหน้า และขยายตัวกว่า 171% ในเวลาเพียง 3 ปี
การเติบโตของพิกเคิลบอลกำลังส่งผลต่ออุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ทั้งสนามแข่งขัน ลีกอาชีพ และคอมมูนิตี้กีฬา โดยหลายสำนักวิจัยตลาดประเมินว่าตลาดพิกเคิลบอลโลกยังอยู่ในช่วงขยายตัวสูง ล่าสุด Maximize Market Research ระบุว่า ตลาดมีมูลค่าราว 1.77 พันล้านเหรียญในปี 2025 และอาจเติบโตแตะ 3.5 พันล้านเหรียญภายในปี 2032 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 10.2% ต่อปี จากจุดเด่นเรื่องเล่นง่าย เข้าถึงได้ทุกวัย ใช้พื้นที่ไม่มาก และตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ การเข้าสังคม และไลฟ์สไตล์คนเมือง
ทั้งนี้ เอเชียกำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดใหม่ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงปี 2025-2026 โดยหลายประเทศเริ่มลงทุนทั้งสนามแข่งขัน และลีกกีฬา เพื่อรองรับความนิยมที่เพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทย กระแสพิกเคิลบอลเริ่มเห็นการเติบโตชัดตั้งแต่หลังปี 2022 เป็นต้นมา จากเดิมที่จำกัดอยู่ในกลุ่ม Expat และคอมมูนิตี้ขนาดเล็ก ปัจจุบันมีสนามเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา รวมถึงเริ่มมีการแข่งขันและกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับรอง สมาคมกีฬาพิกเคิลบอล อย่างเป็นทางการแล้ว
Pilates จากคลาสเฉพาะกลุ่มสู่ตลาดพรีเมียม
“Pilates” (พิลาทิส) เป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม Wellness จากเดิมที่เป็นการออกกำลังกายเฉพาะกลุ่ม โดย Allied Market Research ประเมินว่าตลาดพิลาทิสและโยคะทั่วโลกมีมูลค่าราว 1.2 แสนล้านเหรียญในปี 2024 และอาจเติบโตแตะ 5.2 แสนล้านเหรียญภายในปี 2035 หรือขยายตัวเฉลี่ย 14.3% ต่อปี ขณะที่ข้อมูลจาก SFIA ระบุว่าพิลาทิสเป็นกิจกรรมฟิตเนสที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ โดยจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นเกือบ 40% ตั้งแต่ปี 2019
กระแสดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่อง posture, mobility, longevity และ mental มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้หญิง ส่งผลให้พิลาทิสไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงคลาสออกกำลังกาย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Wellness lifestyle ที่เชื่อมโยงทั้งสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย และภาพลักษณ์การใช้ชีวิต ทำให้แบรนด์ระดับโลกเร่งขยายสตูดิโอ รวมถึงธุรกิจ Reformer machine, Boutique studio และ Subscription model ที่เติบโตต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย กระแส Pilates เริ่มเติบโตชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ สะท้อนจากการเปิดตัวของสตูดิโอใหม่จำนวนมาก โดยในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2025 ได้มีการจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ในกรุงเทพฯ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟิตเนสจำนวน 41 บริษัท โดยมากกว่า 56% เป็นธุรกิจที่ให้บริการโยคะหรือพิลาทิส
นอกจากนี้ ข้อมูลของ Garmin Connect Data Report 2025 ยังระบุว่า พิลาทิสเป็นหนึ่งในกิจกรรมออกกำลังกายที่เติบโตโดดเด่นของผู้ใช้งาน Garmin ในประเทศไทย โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปี 2024 สูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของกิจกรรมออกกำลังกายทั่วโลกที่อยู่ราว 8% สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายที่เน้นความสมดุลของร่างกาย ความยืดหยุ่น และการฟื้นฟูสุขภาพมากขึ้น
เทนนิสยังบูม ยอดขายอุปกรณ์โตเด่น
ตลาดกีฬาแร็กเกตก็เป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ถูกจับตาในช่วงปี 2025-2026 โดยเฉพาะ “เทนนิส” ที่เริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตมากขึ้น ทั้งในตลาดอุปกรณ์กีฬา สนามแข่งขัน และจำนวนผู้เล่นในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
รายงาน Tennis Equipment Market Report ของ For Insights Consultancy ประเมินว่า ตลาดอุปกรณ์เทนนิสโลกจะเติบโตจาก 4.05 พันล้านเหรียญในปี 2023 สู่ 5.76 พันล้านเหรียญภายในปี 2030 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 4.8% ต่อปี สะท้อนว่ากีฬาเทนนิสยังมีฐานผู้เล่นที่แข็งแรงในหลายประเทศ
สำหรับประเทศไทย แม้ไม่มีการประเมินมูลค่าตลาดเทนนิสอย่างเป็นทางการ แต่สามารถเห็นสัญญาณการเติบโตได้จากหลายด้าน โดย Supersports เผยว่า หมวดหมู่สินค้า Racket Sports เติบโตโดดเด่นถึง 26% สอดคล้องกับข้อมูลจาก Garmin Connect Data Report 2025 ที่ระบุว่า เทนนิสเป็นหนึ่งในกิจกรรมออกกำลังกายที่เติบโตโดดเด่นของผู้ใช้งาน Garmin ในประเทศไทย โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 65% เมื่อเทียบกับปี 2024 สูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของกิจกรรมออกกำลังกายทั่วโลกที่อยู่ราว 8%
ขณะเดียวกัน หลายโครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และสปอร์ตคลับ ยังลงทุนเพิ่มทั้งสนามเทนนิสและพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อตอบรับกระแส Active Lifestyle ที่กำลังเติบโต
สวนลุมปลุกกระแส แอโรบิกกลับมาฮิต
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และ American College of Sports Medicine ระบุว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมพื้นฐานที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะช่วยทั้งเรื่องระบบหัวใจ การเผาผลาญ และสุขภาพจิต ขณะที่ตลาด Group Exercise และคลาสออกกำลังกายยังเติบโตต่อเนื่องตามกระแส Wellness Economy ที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบสมดุลมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย กระแสการออกกำลังกายแบบกลุ่มเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังช่วงโควิด ทั้งคลาสแอโรบิก ซุมบ้า และคาร์ดิโอแดนซ์ โดยเฉพาะในสวนสาธารณะและพื้นที่เปิดในกรุงเทพฯ หนึ่งในปรากฏการณ์ที่เห็นชัดคือ “แอโรบิก” ที่สวนลุมพินี ซึ่งกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงต้นปี 2026 จนกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์และพื้นที่รวมตัวของผู้คนจำนวนมาก
โดยข้อมูลจาก Zanroo Social Listening พบว่า กระแสแอโรบิกสวนลุมมีการพูดถึงและมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์สูงมาก ภายในระยะเวลาเพียง 36 วัน มียอด Engagement รวมกว่า 145 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยราว 4.02 ล้าน Engagement ต่อวัน
ดังคำกล่าวที่ว่า “Health is the New Wealth” หรือสุขภาพที่ดีกลายเป็นความมั่งคั่งรูปแบบใหม่ กระแส Wellness Economy ที่เติบโตต่อเนื่องจึงทำให้ตลาดกีฬาและสุขภาพของไทยไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของทั้งเศรษฐกิจ ธุรกิจ และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่
น่าจับตาว่าในอนาคตการออกกำลังกายอาจไม่ได้เป็นเพียงกิจวัตรประจำวันอีกต่อไป แต่กำลังค่อยๆ กลายเป็นวิถีชีวิตที่หล่อหลอมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค ไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้ รวมถึงทิศทางของธุรกิจและเมืองในยุคต่อจากนี้ไปพร้อมกัน
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ขายรองเท้าได้ 3 ล้านคู่/ปี สินค้า “เทนนิส-แบดมินตัน” ฮิตแรง Supersports ทุ่ม 200 ล้านลุยต่อ ขยายสาขา-รีโนเวต-เพิ่มแบรนด์ใหม่ๆ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


