ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ! เปิดลิสต์ 6 จังหวัดที่ CPN ยอมควักทุนสร้าง "เซ็นทรัล" มากกว่า 1 แห่ง เจาะเบื้องหลังการวางหมากดักกำลังซื้อและแบ่งทาร์เก็ตชัดเจน บทพิสูจน์ที่บอกว่าห้างเดียวอาจไม่พอสำหรับเมืองที่โตแบบก้าวกระโดด
เวลาพูดถึงการขยายอาณาจักรศูนย์การค้าของ "เซ็นทรัลพัฒนา" (CPN) ภาพจำของหลายคนอาจอยู่ที่การยึดหัวหาดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่รู้ไหมว่าในระดับภูมิภาค ปัจจุบันมีถึง 6 จังหวัดยุทธศาสตร์ที่มีศูนย์การค้าเซ็นทรัลปักหมุดอยู่มากกว่า 1 แห่ง
ซึ่งการที่เมืองเมืองหนึ่งจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ผุดขึ้นมากกว่า 1 แห่ง ล้วนเป็นผลจากการวางกลยุทธ์มาอย่างรัดกุม เพราะเบื้องหลังการลงทุนระดับเมกะโปรเจกต์ในแต่ละครั้ง CPN ไม่ได้มองแค่การเพิ่มจำนวนสาขาเพื่อตีกรอบกินรวบตลาด
แต่ประเมินลึกลงไปถึงศักยภาพของเมืองในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน บทบาทการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา ไปจนถึงทิศทางการขยายตัวของย่านเศรษฐกิจใหม่ๆ
เมื่อจิ๊กซอว์เหล่านี้ประกอบเข้าด้วยกัน Forbes Thailand จึงอยากพามาเจาะลึกกลยุทธ์การปักหมุดของ CPN ว่าแต่ละจังหวัดซ่อน catchment area ที่แข็งแกร่งเอาไว้อย่างไร ถึงสามารถรองรับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ได้มากกว่าหนึ่งแห่งโดยไม่แย่งลูกค้ากันเอง
นนทบุรี ดักกำลังซื้อรอยต่อเมืองหลวง
เริ่มต้นที่ นนทบุรี ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเมืองปริมณฑล แต่คือส่วนต่อขยายของเมืองหลวง (urban sprawl) ที่มีประชากรหนาแน่นและกำลังซื้อสูงมาก ดังนั้น การวางหมากถึง 4 แห่ง จึงเป็นการครอบคลุมทำเลสำคัญทั้งโซนตะวันตกและตอนเหนือของกรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายดักจับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
อย่าง เซ็นทรัล เวสต์เกต ถูกวางตัวให้เป็น super regional mall ที่ดึงดูดทราฟฟิกจากหลายจังหวัดข้างเคียง ในขณะที่ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เน้นเจาะกลุ่ม affluent lifestyle และครอบครัวกำลังซื้อสูงย่านราชพฤกษ์ ผสานกับ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่เพิ่งปรับโฉมครั้งใหญ่เชื่อมต่อการเดินทางรับอานิสงส์รถไฟฟ้าสายสีชมพูเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่
และโปรเจกต์ล่าสุดอย่าง เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ที่เข้ามาเติมเต็มโครงข่ายฝั่งตอนเหนือ ดักกำลังซื้อและทราฟฟิกย่านกรุงเทพฯ-ปทุมธานี ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ชลบุรี ฮับ EEC เสิร์ฟ 4 ทาร์เก็ตชัดเจน
ขยับมาที่ ชลบุรี หัวใจหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นพื้นที่ที่มีส่วนผสมของประชากรหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทั้งคนท้องถิ่น กลุ่มพนักงานนิคมอุตสาหกรรม นักท่องเที่ยวต่างชาติระดับโลก ไปจนถึงกลุ่ม expat โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น
ด้วยเม็ดเงินมหาศาลและกำลังซื้อที่สะพัดอยู่ในทุกโซน การเปิดถึง 4 สาขา จึงเป็นกลยุทธ์ที่ตอบรับกับดีมานด์ของพื้นที่ได้อย่างลงตัว โดยเน้นการสร้าง positioning ที่ชัดเจน เพื่อเสิร์ฟไลฟ์สไตล์แบบไม่ทับซ้อนกัน
เริ่มจาก เซ็นทรัล ชลบุรี ที่เป็นเสมือนศูนย์กลางของคนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการในตัวเมือง, เซ็นทรัล พัทยา ที่ยืนหนึ่งเรื่องการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับโลกและสายปาร์ตี้ริมหาด, เซ็นทรัล มารีนา ที่มาในคอนเซปต์ไลฟ์สไตล์มอลล์ชิลๆ ตอบโจทย์ครอบครัวนักท่องเที่ยว และ เซ็นทรัล ศรีราชา ที่ชูจุดขาย eco-friendly mall เจาะกลุ่ม expat ชาวญี่ปุ่นและพนักงานองค์กรชั้นนำในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
เชียงใหม่ ครอบคลุมกำลังซื้อทั้งเมืองเก่า-ใหม่
สำหรับภาคเหนือ เชียงใหม่ ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว การมี 2 สาขาเปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์เพื่อเติมเต็มเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ โดย เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ทำหน้าที่เป็นประตูดักรับโซน old city คนท้องถิ่นดั้งเดิม รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสนามบิน
ขณะที่ เซ็นทรัล เชียงใหม่ กลายเป็นฮับของ new city และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ดังนั้น การกระจายศูนย์การค้าครอบคลุมทั้งสองมุมเมือง จึงช่วยสร้าง cross spending power และอุดรอยรั่วของกำลังซื้อได้เป็นอย่างดี
สุราษฎร์ธานี ยึดแผ่นดินใหญ่ ควบเกาะสมุย
ลงมาที่ภาคใต้ การแบ่งบทบาทของ 2 สาขาใน สุราษฎร์ธานี สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน โดย เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี ซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของคนภาคใต้ตอนบน เพื่อรองรับกำลังซื้อจากภาคเกษตรกรรมและเป็นจุดแวะพักการเดินทางที่สำคัญ
ในขณะที่ เซ็นทรัล สมุย คือขุมทรัพย์ด้านการท่องเที่ยว ที่ดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับ high-end และเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนเกาะ
นครปฐม ประตูตะวันตก เจาะใจกลางเมือง
ไม่ใช่แค่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ทางฝั่งประตูด่านแรกสู่ภาคตะวันตกอย่าง นครปฐม ก็เป็นอีกหนึ่งทำเลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสาขาแรกอย่าง เซ็นทรัล ศาลายา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถเติบโตมาพร้อมกับความเป็นเมืองมหาวิทยาลัย และรองรับหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่ขยายตัวมาจากฝั่งกรุงเทพฯ ได้อย่างแข็งแกร่ง
และเมื่อศูนย์กลางเมืองเริ่มขยายตัว CPN จึงไม่รอช้าที่จะเปิดโปรเจกต์ใหม่อย่าง เซ็นทรัล นครปฐม โดยเจาะเข้าไปยังใจกลางเมืองโดยตรง เพื่อดึงกำลังซื้อของคนในพื้นที่ที่ครอบคลุมไปจนถึงราชบุรีและกาญจนบุรี นำเสนอพื้นที่ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และรองรับนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี
ขอนแก่น ยึดหัวหาดอีสาน รับเมืองขยายตัว
ปิดท้ายด้วย ขอนแก่น จังหวัดล่าสุดและเป็นแห่งแรกในภาคอีสานที่ CPN ปักหมุดสาขาที่ 2 ด้วยศักยภาพของจังหวัดที่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคแบบครบมิติ ทั้งด้านการแพทย์ การคมนาคม และสถาบันการศึกษา ทำให้สเกลของเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อเมืองใหญ่ขึ้น ดีมานด์ก็เปลี่ยนไป การมีศูนย์การค้าเพียงแห่งเดียวจึงอาจไม่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย การเติม เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส เข้ามาเสริมทัพ เซ็นทรัล ขอนแก่น เดิม จึงเป็นเหมือนการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่ตั้งใจเจาะกลุ่มเป้าหมายนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ และคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ถือเป็นการขยาย catchment area ตามการเติบโตของย่านเศรษฐกิจใหม่ในจังหวัดได้อย่างตรงจุด
มากกว่าการเพิ่มสาขา คือวิสัยทัศน์ "สร้างเมือง"
ภาพจิ๊กซอว์ของทั้ง 6 จังหวัดนี้ เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า กลยุทธ์การขยายตัวด้วยโมเดลมากกว่า 1 สาขาในจังหวัดเดียว สะท้อนวิสัยทัศน์ของ CPN ที่มองไกลกว่าแค่การแข่งขันชิงพื้นที่ในอุตสาหกรรมค้าปลีก แต่มันคือความตั้งใจในการสร้าง “A Future-Led Ecosystem” ผ่านรูปแบบ Retail-Led Mixed-Use Development
ที่เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การตอกเสาเข็มสร้างห้างสรรพสินค้า แต่เป็นการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเพื่อ “สร้างย่าน สร้างเมือง สร้างประเทศ” ดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของแต่ละภูมิภาคออกมา ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ สำหรับจังหวัดภูเก็ตนั้น Forbes Thailand ได้สอบถามไปยังเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามี 6 จังหวัดดังที่นำเสนอไป ส่วนภูเก็ตนั้น เนื่องจากเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า และเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน จึงเข้าใจว่าเซ็นทรัลพัฒนานับเป็นจุดเดียวกัน ขณะที่เซ็นทรัล ป่าตอง เป็นห้างสรรพสินค้า แต่บทความและอินโฟกราฟิกนี้นำเสนอในส่วนที่เป็นศูนย์การค้า
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เมกาบางนา” จะใหญ่ขึ้นอีก! ทุ่ม 6,000 ล้าน ขยายศูนย์ฯ+ที่จอดรถเพิ่ม ก่อนลุยมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลน 70,000 ล้าน พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


