มาแล้ว! LOPIA JAPAN ซูเปอร์ฯ สายเนื้อจากญี่ปุ่น ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชูจุดเด่น ‘เนื้อวากิวพรีเมียม’ ราคาเข้าถึงได้

มาแล้ว! LOPIA JAPAN ซูเปอร์ฯ สายเนื้อจากญี่ปุ่น ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชูจุดเด่น ‘เนื้อวากิวพรีเมียม’ ราคาเข้าถึงได้

LOPIA JAPAN ซูเปอร์มาร์เก็ต เต็งหนึ่งร้านขายเนื้อจากญี่ปุ่น ใจอ่อนแล้วหลังปฏิเสธกลุ่มเซ็นทรัลมา 10 ปีเต็ม ยอมมาไทย และเปิดสาขาแรกแล้วที่ชั้น G เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ก่อนลุยครบ 50 สาขาในอนาคต


    หลังจากปฏิเสธคำเชิญของศูนย์การค้าเซ็นทรัลให้มาเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในโซน Nippon Market ที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อ 10 ปีก่อน ในที่สุด LOPIA JAPAN ซูเปอร์มาร์เก็ตขายเนื้อคุณภาพพรีเมียม ราคาเข้าถึงได้ไม่ยาก ก็ตอบรับเข้ามาขยายธุรกิจในไทยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้เติบโตอย่างต่อเนื่องในเมืองไทย

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 “LOPIA JAPAN (โลเปีย เจแปน)” ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น ได้เปิดสาขาแรกอย่างเป็นทางการแล้วที่ชั้น G ของ “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ”ภายใต้แนวคิด “Food Theme Park” บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร นำเสนออาหารรสชาติดั้งเดิมและคุณภาพในแบบญี่ปุ่นให้ชาวไทยได้ลองโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงญี่ปุ่น


    โดยพบว่า 80% ของสินค้าที่ขายในร้านเป็นเนื้อประเภทต่างๆ และมีไฮไลต์คือ “เนื้อวากิว” เกรดพรีเมียม ราคาเข้าถึงได้และถูกกว่าร้านซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปถึง 1 ใน 3 เนื่องจากบริษัทนำเข้าเองโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง พร้อมจะ “ปฏิวัติวงการเนื้อวากิว’” ครั้งแรกในประเทศไทย

    “ลูกค้าของ LOPIA JAPAN คือคนไทย ไม่ใช่คนญี่ปุ่น และจะทำราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ได้เปรียบเทียบราคากับญี่ปุ่นเจ้าอื่นๆ แต่ถ้าเป็นสินค้าญี่ปุ่นเหมือนกัน 95% ไม่น่ามีที่ไหนถูกเท่าของเรา เพราะเรามีธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง จนถึงหน้าร้าน” ฮิโตชิ มิซึโมโตะ กรรมการบริษัท LOPIA และหัวหน้าสำนักงานใหญ่ฝ่ายดูแลภูมิภาคเอเชีย กล่าว


    นอกจากเนื้อแล้ว LOPIA JAPAN ยังมีสินค้าไฮไลต์อื่นๆ อาทิ “ซูชิ” ขนาดใหญ่พิเศษ ที่ใช้วัตถุดิบสดจากทะเล เช่น ทูน่า โฮตาเตะ และยังนำเข้าสินค้าของสด ของแห้ง เครื่องปรุงรส และอาหารที่ทำจากวัตถุดิบญี่ปุ่นแท้อีกหลายรายการ เช่น สตรอว์เบอรรี่จากฟาร์มในเมืองโทจิ และพิซซ่าหน้าต่างๆ ราคาเริ่มต้น 159 บาท เป็นต้น


    มิซึโมโตะ กล่าวว่า “LOPIA JAPAN มีสินค้าทั้งหมด 5 แผนก ได้แก่ แผนกเนื้อสัตว์ แผนกผักผลไม้ แผนกอาหารทะเล แผนกอาหารปรุงสำเร็จ และแผนกผลิตภัณฑ์แปรรูป สินค้า 90% นำเข้าจากญี่ปุ่น มีแบรนด์จากญี่ปุ่นให้เลือกกว่า 200 ชนิด ทำให้ LOPIA แตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ โดย LOPIA JAPAN วางกลุ่มเป้าหมายคนไทยเป็นหลัก ไม่ได้เน้นลูกค้าคนญี่ปุ่นที่อาศัยในไทย คาดว่าการใช้จ่ายของลูกค้าในไทยจะอยู่ที่ 1,000-5,000 บาทต่อครั้ง


    มิซึโมโตะ กล่าวถึงแผนการขยายธุรกิจในไทยว่าคงจะเป็นไปในลักษณะเดียวกับไต้หวัน ที่เปิดสาขาได้ 9 สาขาใน 3 ปี และจะเพิ่มเป็น 20 สาขาภายในสิ้นปีนี้ บริษัทคาดว่าจะเปิดสาขาในไทย 5 สาขาในปีนี้ และเป้าหมายระยะยาวอาจจะมีสาขาถึง 50 แห่งในอนาคต และมากกว่าครึ่งจะอยู่ในศูนย์การค้าของเซ็นทรัล

    เนื่องจากความสำเร็จในไต้หวัน ไต้หวันจึงถูกใช้เป็นต้นแบบในการทำตลาดต่างประเทศของ LOPIA JAPAN ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคว่าสินค้าอาหารของ LOPIA JAPAN มีความแตกต่างกว่าผู้ประกอบการรายอื่นทั้งในแง่คุณภาพและรสชาติ

    “ขณะนี้ซูเปอร์มาร์เก็ต LOPIA JAPAN ในไต้หวันเป็นกระแสนิยมอย่างมากจนต้องมีการจำกัดจำนวนคนเข้าร้านต่อรอบ ซึ่งเราเชื่อว่าเราจะสร้างปรากฏการณ์เดียวกันนี้ให้เกิดขึ้นได้เช่นกันในประเทศไทย” มิซึโมโตะกล่าว

    LOPIA JAPAN เริ่มขยายธุรกิจออกไปในตลาดต่างประเทศเมื่อปี 2566 โดยเปิดสาขาแรกในไต้หวัน เมื่อเดือนมกราคม และปัจจุบันมีสาขา 9 แห่งในไต้หวัน ขณะที่ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ของตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น และเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ LOPIA JAPAN

    “เมื่อ 10 ปีก่อนเราที่ได้รับการติดต่อจากเซ็นทรัล แต่เรายังไม่พร้อมขยายธุรกิจมาเมืองไทย เพราะมองว่ายังเร็วไป แต่ปัจจุบันวัฒนธรรมการกินอาหารญี่ปุ่นในไทยเติบโตขึ้นมาก และเมื่อได้รับการเชิญชวนจากทางเซ็นทรัล (CPN) อีกครั้ง เราจึงตัดสินใจเมื่อ 2 ปีก่อน ครั้งนี้เราใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน เพราะเราเห็นโอกาส และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในไทย” มิซึโมโตะกล่าว


    เขาบอกอีกว่า มีหลายเหตุผลที่เขาสามารถใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจครั้งที่ 2 ที่จะมาเปิดสาขาในประเทศไทยเป็นที่แรกในอาเซียน เพราะประเทศไทยมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ การเริ่มธุรกิจในไทยจึงจะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีโอกาสที่จะขยายไปประเทศรอบๆ ได้

    “การเข้ามาในไทย ไม่ได้มองเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ แต่มองศักยภาพที่จะเติบโตมากกว่าไต้หวัน หลังจากเข้ามาเปิด pop-up store ในไทย พบว่ากำลังซื้อสูงกว่าไต้หวันถึง 1.5 เท่า นอกจากนี้ไทยยังมีโรงงานจำนวนมาก และเป็นฐานผลิตที่แข็งแกร่ง ดังนั้นความตั้งใจของ LOPIA JAPAN ที่จะผลิตสินค้า ‘House Brand’ ในไทย และเพิ่มสัดส่วนจากปัจจุบัน 30% เป็น 60% จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก” มิซึโมโตะกล่าว และว่า ความท้าทายในการทำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย ที่เขามองเห็นเพียงอย่างเดียวคือ ความซับซ้อนของขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น


    อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองลูกค้าคนไทยที่มีความชื่นชอบในสินค้าและวัฒนธรรมการกินอาหารญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บริษัทมีแผนจะใช้ไทยเป็นฐานผลิตสินค้ากลุ่มเนื้อไก่แปรรูปแช่แข็ง เช่น ไก่คาราเกะ เพื่อจำหน่ายในไทยและส่งออกกลับไปที่ญี่ปุ่นด้วย โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ซื้อโรงงานแปรรูปอาหารในไทยแล้ว 1 แห่ง เพื่อใช้เป็นครัวกลางผลิตสินค้าส่งไปยังสาขาต่างๆ ในอนาคต

    สำหรับ LOPIA JAPAN เป็นธุรกิจภายใต้ OIC Group ทำรายได้ประมาณ 85-90% ให้กับกลุ่มซึ่งมีรายได้ทั้งหมด 100,000 ล้านบาท ณ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2568 มีบริษัทในเครือถึง 47 บริษัท ดำเนินธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจปศุสัตว์ ผู้ผลิตอาหาร การนำเข้า-ส่งออก ปัจจุบัน ซูเปอร์มาร์เก็ต LOPIA JAPAN มีสาขาในญี่ปุ่น 139 แห่ง ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569



ภาพ: LOPIA JAPAN



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Dear Tummy ไอคอนสยาม พลิกเกมซูเปอร์มาร์เก็ต สู่ Adaptive Retail หลังปี 68 โกยรายได้ 500 ล้าน ตั้งเป้าปี 69 โต 20%

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine