“มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย.” มาไทยครบ 10 ปีแล้ว ลุยต่อสร้างการเติบโต ปี 2569 นี้ทุ่มเงินลงทุน 4,000 ล้านบาท ขยายเพิ่ม 210 สาขา เน้นสแตนด์อะโลน พร้อมลงทุนสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติในนิคมฯ อารยะ
หลังขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 ปัจจุบัน “มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย.” ค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์จากมาเลเซีย เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในเมืองไทยด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สะท้อนจากรายได้ในปี 2025 ที่ผ่านมา ที่แม้จะมีเหตุการณ์มากมายที่กระทบกับความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค แต่มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย. สามารถสร้างรายได้ได้ถึง 20,100 ล้านบาท เติบโต 24%YoY ขณะที่กำไรสุทธิ 2,600 ล้านบาท เติบโต 48%YoY มีสาขามากถึง 1,127 สาขา สินค้าครอบคลุมกว่า 16,000 SKUs และเป็นอันดับ 1 ค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านและไลฟ์สไตล์
แอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย.” เปิดสาขาแรกในไทยเมื่อปี 2016 และเปิดครบ 250 สาขาใน 5 ปีแรก จากนั้นก็สามารถเปิดเพิ่มอีก 850 สาขาในอีก 5 ปีถัดมา ที่สำคัญคือบริษัทไม่เคยเติบโตช้าลงเลยแม้จะมีโควิด
“หมุดหมายสำคัญของเราคือปี 2025 เราเปิดไปครบ 1,100 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัด และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในไทยปีที่แล้ว มีมาร์เก็ตแคปกว่า 5,600 ล้านบาท”
ขณะที่ปีที่แล้วเปิดไป 200 สาขา โดยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย. มีสาขาทั้งหมด 1,127 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย 31% เป็นสาขาในห้าง และอีก 69% เป็นสาขาสแตนด์อะโลน โดยปีที่แล้ว 90% ของสาขาที่เปิดใหม่เป็นสาขาสแตนด์อะโลน

“ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป้าหมายของเราชัดเจนมาโดยตลอด คือการทำให้อุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมีราคาที่จับต้องได้ และเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่ายและสะดวกในทุกจังหวัด เมื่อเราก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สอง เรายังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างรอบคอบ การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการเสริมความแข็งแกร่งให้กับคุณค่าที่เราส่งมอบให้กับลูกค้าของเรา” แอนดี้กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2569 มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. วางแผนใช้งบลงทุนรวม 4,000 ล้านบาท โดยงบ 2,100 ล้านบาทจะใช้สำหรับการเปิดสาขาใหม่ 210 สาขาในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดหาพื้นที่แล้วประมาณ 70% ของจำนวนสาขาดังกล่าว โดย 90% จะเป็นสาขาสแตนด์อะโลน ซึ่งการขยายสาขาในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศยิ่งขึ้น ทั้งในพื้นที่เขตเมืองและชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
ในโอกาสครบรอบ 10 ปีนี้ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ได้เปิดตัวร้านรูปแบบ 2.0 (Store Format 2.0) ที่มาพร้อมอัตลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยหน้าร้านสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและดูเป็นกันเอง พร้อมยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งของลูกค้าผ่านการปรับปรุงระบบแสงสว่าง การจัดผังร้านให้มองเห็นสินค้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงการคัดสรรสินค้าให้เหมาะสมกับรูปแบบร้านค้าและความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่
ขณะที่งบอีก 1,900 ล้านบาท จะใช้สำหรับการลงทุนสร้างคลังสินค้าระบบอัตโนมัติ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 160 ไร่ (256,000 ตารางเมตร) ภายในโครงการอารยะ ดิ อิสเทิร์น เกตเวย์ เพื่อรองรับการขยายสาขาได้มากถึง 3,000 แห่งทั่วประเทศไทย ภายในปี 2031 เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์
แอนดี้ยังกล่าวถึงสินค้าที่จำหน่ายในร้านมิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย. ด้วยว่า ปัจจุบันบริษัทนำเสนอสินค้าประมาณ 16,000 รายการ ใน 6 หมวดหมู่หลัก และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้จุดแข็งของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Label) และสินค้าลิขสิทธิ์ เพื่อมอบความหลากหลาย คุณภาพที่ได้มาตรฐาน และราคาที่แข่งขันได้

“เรามีสินค้าใหม่นำเสนอทุกเดือน เดือนละประมาณ 500 รายการ การวิเคราะห์และตัดรายการสินค้าที่ไม่น่าสนใจออกไปอยู่เสมอ ทั้งนี้ 45% ของรายได้มาจากสินค้ากลุ่ม Private Label ทำให้ปีนี้เราจะเพิ่มพอร์ตสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้น โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้า”
เขายังบอกอีกว่า สินค้าที่ขายในร้านปัจจุบัน 75% มาจากการนำเข้าจากประเทศต่างๆ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย ผ่านการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์กว่า 1,000 ราย ส่วนสินค้าอีก 25% มาจากซัพพลายเออร์ในไทยที่มีอยู่กว่า 300 ราย
“เราคงราคาสินค้าให้ถูกได้ เพราะเราสั่งสินค้าไม่ใช่แค่รองรับประเทศไทยอย่างเดียว แต่สั่งสินค้าสำหรับ 6,000 สาขาในหลายประเทศที่เราให้บริการอยู่ ทำให้เราได้สินค้าราคาถูกกว่า ส่งผลให้ผู้บริโภคได้สินค้าที่ราคาถูกกว่าตามไปด้วย โดยสินค้าของเราถูกกว่าประมาณ 27%”
เมื่อถามว่าการเติบโตในแง่ของการขยายสาขาของมิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย. จะสามารถขยายไปได้จนถึงขนาดไหนในประเทศไทย แอนดี้ย้ำว่า ปัจจุบันให้บริการลูกค้า 62,000 รายต่อสาขา ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตตัวเลขนี้จะลดลงเรื่อยๆ
“ตัวเลขนี้จะชี้ให้เห็นว่าตัวเลขที่เหมาะสมในอนาคตจะเป็นเท่าไหร่ ก็คงต้องติดตามต่อไป แต่ในมาเลเซีย มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย.ให้บริการลูกค้าประมาณ 22,000 รายต่อสาขา ส่วนในไทยเซเว่นอีเลฟเว่นให้บริการลูกค้า 5,000 รายต่อสาขา ทำให้มองว่าเรายังมีโอกาสเติบโตได้อีก เรามียังมีทิศทางในแง่บวกของการเติบโต”
สำหรับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง แอนดี้ระบุว่าตอนนี้อาจให้ข้อมูลอะไรได้ไม่มาก แต่มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“ผมคิดว่าวิกฤตเกิดขึ้นทุกวัน แต่สิ่งสำคัญสำหรับบริษัทเราคือ สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ ผู้บริโภคในตลาดนี้ชอบสินค้าที่หลากหลาย การกระจายสาขา ชอบเรื่องราคามากที่สุด เราถูกกว่าคนอื่นในตลาด 27% เป็นราคาที่เข้าถึงได้ รายได้และกำไรของเรา best in class ในตลาดเมืองไทย เราเลยเน้นเรื่องที่เราควบคุมได้ เช่น การจัดการต้นทุน เรื่องราคาน้ำมันเราควบคุมไม่ได้ แต่เราติดตามอย่างใกล้ชิด” เขาย้ำก่อนจะระบุว่าค่าใช้จ่ายเรื่องการขนส่งคิดเป็น 1-1.5% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งไม่กระทบกับภาพรวมธุรกิจมากนักและเขามองว่ายังสามารถควบคุมได้
“ส่วนกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวไทยยังไม่ได้ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่หลังจากโควิด นอกจานี้ ปีที่แล้วมีปัญหามากมาย ความต้องการจับจ่ายก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวเสียทีเดียว แต่เราก็ไม่หยุดยั้งในการเติบโต ปีที่แล้วทำการตลาดโดยเน้นเพื่อช่วยคนไทยประหยัดค่าใช้จาย ลดค่าครองชีพ ให้ราคาจับต้องได้มากขึ้น โดยยังคำนึงถึงคุณภาพ ส่วนปีนี้กำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว เรามองบวก จึงยังตั้งเป้าขยายสาขาและลงทุน”
ตลอดปี 2569 มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. เตรียมเปิดตัวมากกว่า 70 แคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 10 ปีของบริษัท โดยจะนำเสนอโปรโมชันพิเศษ ความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนพลังงานสะอาด และการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ในสาขาใหม่รูปแบบสแตนด์อโลนที่เปิดใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องยังคาดว่าจะสร้างโอกาสในการจ้างงานมากกว่า 2,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่น และส่งเสริมการพัฒนาชุมชนในประเทศไทยอีกด้วย
ภาพ: มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย.
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ซื้อที่ดิน 160 ไร่ ในนิคมอารยะ สร้างศูนย์กระจายสินค้า รองรับโต 3,000 สาขาในปี 2574
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

