ONSENS พลิกโฉม “Yunomori” ลุยออนเซ็นรวมชายหญิงพัทยา ก่อนทุ่ม 400 ล้าน ปั้นบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูส มั่นใจรายได้ทะยาน 15% ตามเป้า

ONSENS พลิกโฉม “Yunomori” ลุยออนเซ็นรวมชายหญิงพัทยา ก่อนทุ่ม 400 ล้าน ปั้นบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูส มั่นใจรายได้ทะยาน 15% ตามเป้า

ONSENS ขอฉีกกรอบเดิม พลิกโฉม "Yunomori" ด้วยการเปิดออนเซ็นมิกซ์เจนเดอร์ที่พัทยา เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพที่ชอบเข้าสังคม พร้อมขยายไลน์สตูดิโอสุขภาพ Yunomori MOVE นำร่องสาทร ก่อนลุยบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูสมูลค่า 400 ล้านบาท ปูพรมรับไฮซีซั่น มั่นใจปิดยอดรายได้ปีนี้เติบโต 15% ตามเป้า


    อุตสาหกรรมเวลเนสกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงการผ่อนคลายชั่วคราว แต่ต้องการการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมที่สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการแบ่งปันช่วงเวลาเหล่านี้กับคนรอบข้าง หรือที่เรียกว่า "social wellness"

    บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS ผู้บุกเบิกวัฒนธรรมออนเซ็นญี่ปุ่นในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ "Yunomori" (ยูโนโมริ) มองเห็นโอกาสจากพฤติกรรมดังกล่าว จึงประกาศเดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ ยกระดับแบรนด์สู่การเป็น “Everyday Wellness Destination” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกางแผนขยายบริการและบุกเบิกโปรเจกต์ใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ONSENS


ประเดิม "ออนเซ็นรวม" พัทยา รับไลฟ์สไตล์แบบกลุ่ม

    สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ONSENS เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในครึ่งปีแรก คือการปรับโฉม ยูโนโมริ ออนเซ็น แอนด์ สปา สาขาพัทยา ภายใต้แนวคิด FIRST TIME TOGETHER ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่เปิดให้บริการออนเซ็นแบบรวมชายหญิง (mixed-gender) 

    โดยสาเหตุที่เลือกพัทยาเป็นจุดเริ่มต้น เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีทั้งกลุ่มครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและรัสเซีย ซึ่งมีวัฒนธรรมการใช้บริการแบบรวมกลุ่ม

    ดังนั้น การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จึงเป็นการทลายข้อจำกัดเดิมๆ และตอบรับกระแส sense of community โดยผู้ใช้บริการสามารถนำกล้องเข้าไปเก็บภาพความประทับใจร่วมกันได้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าการรีโพสิชันนิ่งสาขานี้จะช่วยผลักดันให้ยอดขายของสาขาพัทยาเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 15%

แตกไลน์ "Yunomori MOVE" ผสานฟิตเนสและออนเซ็น

    นอกจากนี้ เพื่อเติมเต็มจิ๊กซอว์ wellness ecosystem ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ONSENS จึงได้เปิดตัวบริการใหม่ "Yunomori MOVE" สตูดิโอด้าน Movement & Recovery ซึ่งเริ่มต้นที่สาขาสาทรเป็นแห่งแรก ด้วยแนวคิดการผสานศาสตร์แห่งการออกกำลังกาย (active) เข้ากับการฟื้นฟูร่างกาย (recovery) อย่างครบวงจร

    ซึ่งโมเดลนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นจะให้บริการคลาสที่หลากหลาย อาทิ pilates, barre, strength training และ stretching ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูด้วยน้ำแร่และการแช่ออนเซ็นซึ่งเป็นจุดแข็งเดิมของแบรนด์ได้อย่างไร้รอยต่อ 

    รวมถึงกลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และสายสปอร์ตเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ และยืดระยะเวลาที่ลูกค้าใช้จ่ายภายในพื้นที่ให้สูงขึ้นอีกด้วย

    "เราอยากเพิ่มเซอร์วิสตรงนี้เพื่อให้ครบวงจรมากขึ้น คนจะได้ไม่ต้องไปแวะหลายที่ สามารถมาออกกำลังกายแล้วลงมาแช่ออนเซ็นที่นี่ได้เลย ซึ่งนอกจากจะเพิ่มโอกาสในการทำรายได้แล้ว ยังเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ด้วย" สมิทธิ์ ระบุ


ดันกำไรพุ่ง 30% ชูกลยุทธ์ 3P บริหารต้นทุน

    โมเดลธุรกิจที่ครบวงจรและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองนี้ ไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ แต่ยังสะท้อนกลับมาเป็นผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดย เพชร คงแสงไชย กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน ระบุว่า ในไตรมาส 1 บริษัททำสถิติรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

    แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ กำไรสุทธิที่เติบโตถึง 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมทั้งสามารถขยายอัตรากำไรขั้นต้นจากระดับ 41% ขึ้นมาแตะเกือบ 44% ได้สำเร็จ

    ผลลัพธ์นี้เกิดจากการบริหารงานภายใต้กลยุทธ์ "3P" ที่ทำมาตั้งแต่ต้นปี เริ่มจากการสร้าง performance หรือการมุ่งเน้นการเติบโตแบบออร์แกนิก (same store sales growth) ผ่านการนำเสนอบริการและเมนูอาหารใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อหัว


    ควบคู่ไปกับการพัฒนา people โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยบริหารจัดการเพื่อเพิ่ม productivity ทำให้บริษัทขยายธุรกิจได้โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนพนักงานในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรกว้างขึ้น และนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายคือ profit sustainability หรือการสร้างคุณภาพกำไรและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ที่สำคัญ ความสำเร็จจากกลยุทธ์ 3P ไม่เพียงแต่ทำให้ภาพรวมกำไรดีขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยการลงทุนปรับโฉมสาขาพัทยาด้วยงบลงทุนราว 4 ล้านบาท และสตูดิโอ Yunomori MOVE ที่สาทร ด้วยงบลงทุนราว 3 ล้านบาทนั้น ล้วนใช้กระแสเงินสดภายในบริษัท โดยไม่กระทบต่อฐานะทางการเงิน แสดงให้เห็นถึงการลงทุนที่ใช้เม็ดเงินไม่สูงแต่สร้าง impact เชิงบวกต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

    "เราใช้เงินจาก internal cashflow ล้วนๆ เป็นความตั้งใจที่ไม่ได้ต้องการทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อมาปรับเปลี่ยน แต่มองว่าสิ่งที่เราทำอยู่มี impact in investment ที่คุ้มค่า และถือเป็นรากฐานสำคัญในการขยายการเติบโตในอนาคต" เพชร กล่าว

ลุยบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูส 400 ล้าน วางรากฐานโตระยะยาว

    ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของ ONSENS มาจากบริการออนเซ็นและสปา 83% และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ราว 14-15% โดยสาขาที่ทำรายได้สูงสุด 3 อันดับแรกคือ สุขุมวิท สาทร และพัทยา อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าว่าในระยะยาว บริการกลุ่มใหม่อย่าง Yunomori MOVE จะเข้ามามีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเพียงอย่างเดียว

    สำหรับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต บริษัทเตรียมรีโนเวตสาขาสุขุมวิทที่เปิดให้บริการมานานกว่า 14 ปี โดยจะเพิ่มโซนคาเฟ่ใหม่และอัปเดตงานตกแต่งภายใน รวมถึงไฮไลต์สำคัญคือโปรเจกต์มิกซ์ยูส Social Wellness Hotel ทองหล่อ 17 มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ที่จะบูรณาการบริการออนเซ็น สปา สตูดิโอ MOVE และโรงแรมเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2570

    ส่วนการขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ (ปัจจุบันมีสาขาที่สิงคโปร์) แม้จะมีพันธมิตรเข้ามาเสนอพื้นที่ศักยภาพจำนวนมาก แต่บริษัทยังคงยึดหลักการเติบโตอย่างระมัดระวัง โดยปัจจุบัน capacity การให้บริการของทุกสาขายังมีอัตราการใช้งาน (utilization rate) ไม่ถึง 50% จึงยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมากโดยไม่ต้องเร่งลงทุนสาขาใหม่จนเกินพอดี


ดึง Data ต่อยอดบริการ ดันเป้าทั้งปีโต 15%

    เพื่อก้าวไปอีกขั้น สมิทธิ์เน้นย้ำว่า อนาคตของธุรกิจ wellness คือการนำ data มาใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งปัจจุบันบริษัทกำลังศึกษาการนำข้อมูลจาก wearable device อย่าง smartwatch มาประยุกต์ใช้เพื่อ personalize บริการให้ลูกค้าแบบรายบุคคล เช่น การออกแบบการแช่ออนเซ็นสำหรับผู้ที่มีอาการไมเกรน หรือโปรแกรมฟื้นฟูสำหรับนักกีฬา โดยมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ โดยเฉพาะเรื่อง "คุณภาพการนอนหลับ" ที่พิสูจน์แล้วว่าดีขึ้นจริงหลังจากการเข้ามาใช้บริการ

    "สิ่งที่เรามั่นใจว่าเกิดขึ้นแน่นอนคือเรื่องของการพักผ่อนและการนอนหลับที่ดี การแช่ออนเซ็นหรือใช้น้ำร้อนถือเป็นการ recover ที่ดี ทำให้กล้ามเนื้อได้พักฟื้น ซึ่งทุกครั้งที่แช่ออนเซ็น วันนั้นก็จะนอนหลับสนิท"

    สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตเพื่อพิชิตเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2569 ที่ระดับ 10-15% ได้ตามคาด โดยอาศัยแรงหนุนจากฐานลูกค้าที่สมดุลระหว่างคนไทย 48.9% และต่างชาติ 50.1% ตลอดจนการทำโปรโมชั่นร่วมกับพาร์ตเนอร์กว่า 100 เอเจนซี่ และการจับมือกับคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพ เช่น Friends Found, Sabai Run Club และ YPS Pilates Club เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น

    อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงระดับมหภาค ทั้งภาวะสงคราม อัตราเงินเฟ้อ และราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม

    "ก้าวต่อไปของ ONSENS ไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่คือการสร้าง wellness ecosystem ที่ครบวงจรและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่รอบด้าน ซึ่งการปรับภาพลักษณ์และเปิดตัวธุรกิจใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่จะขับเคลื่อนเราให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป" สมิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : ONSENS




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “สตาร์บัคส์” ปลื้ม! ลูกค้าไทยไม่มองว่า Overpriced แล้ว ลุยต่อขยายสู่ 600 สาขาต้นปี 2570 เพิ่มเมนู “ทุเรียน-ชาไทย” ชูรสชาติท้องถิ่น

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine