หมดยุคฝากความหวังไว้ที่ร้านดังร้านเดียว! เปิดพอร์ต 3 อาณาจักร F&B "รวยไม่หยุด-MAGURO-โอ้กะจู๋" ที่ขยันปั้นแบรนด์ใหม่รายวัน คลุมหมดตั้งแต่มื้อหรูยันสตรีทฟู้ด ดักคอคนกินทุกไลฟ์สไตล์ เช็กเลยตอนนี้แต่ละค่ายมีกี่แบรนด์ และซุ่มทำอะไรอยู่บ้าง
สมรภูมิธุรกิจอาหารในไทยเวลานี้ ไม่ใช่แค่การแข่งกันเปิดสาขาของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอีกต่อไป แต่คือยุคของการ "สร้างอาณาจักร" แตกไลน์แบรนด์ใหม่ๆ เพื่อครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การกินของผู้บริโภค
Forbes Thailand พาไปเจาะลึกพอร์ตโฟลิโอล่าสุดของ 3 ค่ายร้านอาหารในวงการ F&B ที่กำลังถูกจับตามองอย่างมาก อย่างเครือรวยไม่หยุด, MAGURO และโอ้กะจู๋ ว่าตอนนี้พวกเขาขยายอาณาจักรไปถึงจุดไหนกันแล้ว
"รวยไม่หยุด" อาณาจักร 14 แบรนด์ที่กินรวบทุกเทรนด์ฮิต
เริ่มกันที่ค่ายแรก "รวยไม่หยุด" ภายใต้การนำทัพของสองผู้บริหารหญิง "เกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร" และ "แนท-นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์" ที่เน้นกลยุทธ์ส่งแบรนด์ใหม่ลงทดลองตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีแบรนด์ในมือรวมกันถึง 14 แบรนด์ รวบตึงตั้งแต่อาหารเกาหลี สตรีทฟู้ดพรีเมียม ชาบู ปิ้งย่าง ไปจนถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ซึ่งแน่นอนว่าถ้าพูดถึงค่ายนี้ ตัวชูโรงหลักที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำคงหนีไม่พ้นแฟรนไชส์ปิ้งย่างเกาหลี N2U (nice two Meat u) ที่ปักหมุดแข็งแกร่งถึง 9 สาขาบนทำเลทอง ตามมาติดๆ ด้วยแบรนด์ลูกอย่าง HAPPY PIG 2 สาขา และคาเฟ่ขนมปังสุดฮิต Mil Toast House 4 สาขา
ขณะที่แบรนด์ชานมไข่มุกระดับตำนานอย่าง FIRE TIGER ก็ยังรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ถึง 6 สาขา พร้อมกับการจับมือพาร์ตเนอร์เปิดร้านชา CHAGO อีก 2 สาขา
นอกเหนือจากกลุ่มอาหารเกาหลีและเครื่องดื่มแล้ว อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่กำลังเป็นตัวความหวังในการสเกลธุรกิจตอนนี้คือ "เกศเตี๋ยว" ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยภายในปี 2026 ตั้งเป้าขยายให้ครบ 14 สาขา จากปัจจุบันเปิดไปแล้ว 8 สาขา โดยในเดือนกันยายนนี้มีแผนเตรียมเปิดที่ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ และ ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ตามด้วยสาขาที่จ่อคิวรอเปิดอีกเพียบ ทั้ง Charn แจ้งวัฒนะ, Future Park, Happitat และ Mega Bangna
ไม่เพียงแค่ในประเทศ แต่บริษัทเตรียมพาแบรนด์เกศเตี๋ยว Go Global ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2027 ด้วยการลุยเปิดแฟรนไชส์ในต่างประเทศ ทั้งเกาหลีใต้ ฮ่องกง และออสเตรเลีย โดยใช้กลยุทธ์ส่งออกวัตถุดิบหลักจากไทยไปผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นของแต่ละชาติ รวมถึงยังเตรียมคลอดโปรดักต์ FMCG ภายใต้แบรนด์เกศเตี๋ยว เน้นทำตลาดต่างประเทศภายในไตรมาส 2 ปี 2027 อีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังไม่ทิ้งช่องว่างในตลาดอื่นๆ ด้วยการปั้นแบรนด์ใหม่มาอุดรอยรั่วอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Cheongdam Garden ปิ้งย่างเกาหลีบน Central Park, แบรนด์เครื่องดื่มสมูทตี้สายเฮลตี้ Juicy Baby ที่ปัจจุบันมีอยู่ 2 สาขา ไปจนถึงกลุ่มอาหารจานด่วนอย่าง เกศเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวป๊อกป๊อก, ข้าวแกง & ปลาทู, แจ่วฮ้อน So Hot ตราหมูดำ, แซนด์วิช E-Bomb, ซูชิโรล Rollishi และชาบูพรีเมียม WAGYU NO KIWAME SHABU ที่กำลังเตรียมปรับโฉมใหม่
และล่าสุดค่ายรวยไม่หยุดยังเตรียมสยายปีกครั้งใหญ่ ด้วยแพลนเปิดแบรนด์ใหม่เพิ่มอีกถึง 6 แบรนด์ ภายในปี 2026-2027 ได้แก่
- เจ้ากระเพรา ก.พานิช : แบรนด์อาหารเน้นรูปแบบ express/delivery ในราคาเข้าถึงง่ายไม่ถึง 100 บาท เตรียมเปิดสาขาแรกที่สยามสแควร์ภายในปีนี้
- เกศเตี๋ยว ต้มยำลูกชิ้นแคระ : การต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์เกศเตี๋ยว โดยจะเปิดสาขาแรกที่เอ็มสเฟียร์
- 3 แบรนด์แฟรนไชส์ชื่อดังจากเกาหลี : เตรียมนำเข้ามาบุกตลาดไทย โดยจะเปิด 2 แบรนด์แรก (สไตล์ปิ้งย่าง และอาหารชุด express) ภายในปีนี้ และจะตามมาอีก 1 แบรนด์ในปีหน้า
- แบรนด์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ : เตรียมปักหมุดเปิดสาขาแรกที่ย่านสยามสแควร์

MAGURO Group เติมเต็มจิ๊กซอว์ ครบจบตั้งแต่ไฟน์ไดนิ่งยันสตรีทฟู้ด
ขณะที่ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ภายใต้การนำของ "ป้อ-จักรกฤติ สายสมบูรณ์" หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีแบรนด์ในเครือรวม 14 แบรนด์
จากรากฐานที่แข็งแกร่งในฝั่งอาหารญี่ปุ่นและปิ้งย่าง ทั้ง MAGURO, HITORI SHABU, HITORI SUKIYAKI และ SSAMTHING TOGETHER วันนี้บริษัทได้ขยายไลน์อาหารให้กว้างและหลากหลายยิ่งขึ้น
โดยดึงแบรนด์ทงคัตสึชื่อดัง TONKATSU AOKI และ IPPE KOPPE เข้ามาเสริมทัพ พร้อมลุยตลาดพรีเมียมผ่าน MAGURO Kappou และ Kaiten Sushi Ginza Onodera ขณะเดียวกันยังแตกไลน์ไปจับกลุ่มสตรีทฟู้ดและเมนูเฉพาะทางอย่าง ช็อปแมน ข้าวมันไก่, COUCOU, BINCHO, KIWAMIYA และร้านอาหารอีสานแบรนด์ใหม่อย่าง "หลาย" ที่เพิ่งเปิดตัวไป
นอกเหนือจากของคาวแล้วค่ายนี้ยังเตรียมรุกตลาดของหวานแบบเต็มตัวในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ด้วยการจ่อเปิดแฟรนไชส์ Age.3 ชูโรงเมนูแซนโดะทอด (ขนมปังทอดไส้วิปครีม) เจ้าดังจากญี่ปุ่น ที่มีท็อปปิ้งให้เลือกจุใจถึง 40 SKU นับเป็นการเปิดเกมรุกที่น่าจับตา
อย่างไรก็ตาม การเร่งสปีดปั้นแบรนด์ใหม่รัวๆ แบบนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ จักรกฤติ เคยวางหมากไว้ว่า “เราตั้งใจสร้างองค์กรให้เป็น food culture platform เป็นแพลตฟอร์มที่รวมแบรนด์ที่มีเรื่องราวและวัฒนธรรมการกินจากต่างประเทศที่เป็นออริจินัลจริงๆ เราต้องการปั้น S-Curve ใหม่ๆ ออกมาทุกปี เหมือนการปรับ positioning ขององค์กรให้เป็นแพลตฟอร์มที่มีทั้งนวัตกรรม”
โอ้กะจู๋ ต่อจิ๊กซอว์ "สุขภาพ" ให้เป็นไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย
ปิดท้ายด้วย บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ นำโดย "อู๋-ชลากร เอกชัยพัฒนกุล" ที่ตอกย้ำภาพการเป็นผู้นำด้านอาหารสุขภาพ โดยวันนี้ โอ้กะจู๋ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านอาหารนั่งทานแบบเดิม แต่พัฒนาโมเดลร้านให้ตอบรับกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้คนมากขึ้น
ซึ่งปัจจุบัน OKJ มี 6 แบรนด์หลัก นอกเหนือจากร้าน โอ้กะจู๋ สาขาหลักแล้ว บริษัทยังขยายโมเดล Grab & Go ผ่านแบรนด์ Oh! Juice และ Ohkajhu Wrap & Roll ที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว พร้อมเสริมด้วยแบรนด์ โอ้กาด (OH-KAD) และร้านไก่ทอด JOE WINGS
ขณะที่แบรนด์ล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาคือ Grill & Ground สเต็กและบุฟเฟต์สลัดบาร์ที่ชูความคุ้มค่าด้านราคา โดยอาศัยความแข็งแกร่งของวัตถุดิบผักสดจากสวนออร์แกนิกของตัวเองมาเป็นจุดขายหลัก
กลยุทธ์ไม่ใหม่ พี่ใหญ่ใช้มาแล้ว
สรุปแล้ว การแตกไลน์หลายแบรนด์เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายถือเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในยุคนี้ก็จริง แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะยักษ์ใหญ่อย่าง CRG, Minor รวมถึง iBerry และ Nara Group ต่างก็เคยทำมาแล้ว
ดังนั้นความท้าทายสำคัญของ 3 เครือร้านอาหารคนรุ่นใหม่ คือการบริหารพอร์ตโฟลิโอให้มีกำไรและอยู่รอดได้จริง ท่ามกลางแรงเสียดทานที่เริ่มเห็นภาพชัดขึ้น ทั้งการเปิดและปิดตัวของบางแบรนด์ในเครือรวยไม่หยุด ตลอดจนผลประกอบการที่ยังขาดทุนของโอ้กะจู๋
ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องจับตาดูว่าการขยายอาณาจักรของทั้ง 3 เครือจะเดินไปถูกทางและยืนระยะได้มั่นคงแค่ไหน
ภาพ : รวยไม่หยุด, มากุโระ, โอ้กะจู๋
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : MAGURO โดดลุยตลาดอีสาน 2 หมื่นล้าน ปั้นแบรนด์ “หลาย” ดักอินไซต์คนไทย กินส้มตำเดือนละ 3 ครั้ง หั่นราคาเริ่มต้น 79 บาท ปักธงกรุงเทพกรีฑา ก่อนสยายสู่ 10 สาขาใน 2-3 ปี
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


