“สุกี้ตี๋น้อย” มั่นใจทำได้! ปี 69 ตั้งเป้ายอดขาย 1.3 หมื่นล้าน เปิดตัวโมเดลราคาใหม่ “ตี๋น้อย PLUS+” เริ่มต้น 299 ไลน์อาหารจัดเต็ม

“สุกี้ตี๋น้อย” มั่นใจทำได้! ปี 69 ตั้งเป้ายอดขาย 1.3 หมื่นล้าน เปิดตัวโมเดลราคาใหม่ “ตี๋น้อย PLUS+” เริ่มต้น 299 ไลน์อาหารจัดเต็ม

“สุกี้ตี๋น้อย” ตั้งเป้ายอดขาย ปี 2569 สุดท้าทาย 1.3 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดเพิ่มอีก 60 สาขา ดันโมเดลราคาใหม่ “ตี๋น้อย PLUS+” บุกตลาด เริ่มต้น 299 บาท ไลน์อาหารจัดเต็มทั้งน้ำซุป ซูชิวากิว และของกินเล่น


    ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดสุกี้ในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นจาก 23,000 ล้านบาทในปี 2566 ขยับเป็น 27,000 ล้านบาทในปี 2567 และแตะระดับ 31,000 ล้านบาทในปี 2568 ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากผู้เล่นรายใหญ่และแบรนด์ใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด

    ในจังหวะที่ตลาดเติบโต “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) ยังคงเร่งเครื่องขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน นัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 9,147 ล้านบาท เติบโต 31% จากปีก่อนที่ 7,028 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 864 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 26% ที่ทำได้ 1,169 ล้านบาท

    เนื่องจากมีการทำโปรโมชั่นฟรีน้ำรีฟิลตลอดทั้งเดือนธันวาคม คิดเป็น 240 ล้านบาท รวมทั้งโปรโมชั่นฟรีหมูกรอบ เป็ดย่าง และกุ้งแก้วกว่า 100 ล้านบาท ตลอดจนมีการบริจาคให้พื้นที่น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อีกประมาณ 20 ล้านบาท รวมทั้งหมดเป็น 388 ล้านบาท ทำให้กำไรของไตรมาสที่ 4 ลดลงเหลือเพียง 57 ล้านบาท จากค่าเฉลี่ยปกติที่บริษัทจะมีกำไรไตรมาสละประมาณ 200 ล้านบาท

    สำหรับจำนวนผู้ใช้บริการรวมทั้งปีอยู่ที่ 36.04 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.1 ล้านคน หรือ 34% จากปี 2567 และในไตรมาส 1 ปี 2569 นี้มีจำนวนลูกค้าแล้ว 10.28 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.7 ล้านคน หรือ 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าจะมีรายได้เติบโตจากงวดเดียวกันปีก่อน 34% และมีการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม อยู่ที่ 3.5%

    นอกจากนี้ ระบบสมาชิก “TN FAMILY” ที่ผ่านการพัฒนาขึ้นใหม่ยังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน  โดยมีสมาชิกในปัจจุบันประมาณ 3,100,000 ราย ภายในระยะเวลา 6 เดือน และมียอดที่เข้าใช้บริการเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 40,000 รายต่อวัน  

    “เราต้องการให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการซ้ำๆ ดังนั้นถ้าลูกค้าจำนวนมากขึ้น เราถือว่าบริษัทเติบโตไปได้อย่างสวยงาม ตัวกำไรเรารู้ว่าเราทำอะไรไปบ้างในไตรมาสที่ 4 ที่ทำให้กำไรเราเหลือ 57 ล้าน” นัทธมน กล่าว


ปี 69 ตั้งเป้าท้าทายสุด! เปิดเพิ่ม 60 สาขา

    สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 นัทธมน ระบุว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 13,000 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 42% พร้อมเร่งขยายสาขา 60 แห่ง เฉลี่ยไตรมาสละ 15 แห่งทั่วประเทศผ่านทุกแบรนด์ในเครือ ประกอบด้วย Suki Teenoi และ Teenoi PLUS+ ซึ่งจะอยู่ในสาขาเดียวกัน 40 แห่ง, Teenoi BBQ 2 แห่ง, Teenoi Gold 9 แห่ง และแบรนด์ใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคตอีก 9 แห่ง

    โดยไตรมาสแรกของปี 2569 สามารถเปิดสาขาได้ตามเป้าหมาย ได้แก่ เดือนมกราคม 4 สาขา, เดือนกุมภาพันธ์ 7 สาขา และเดือนมีนาคมจะเปิดอีก 4 สาขา

    ทั้งนี้ หากนับเฉพาะแบรนด์สุกี้ตี๋น้อย ปัจจุบันบริษัทมีสาขาครอบคลุม 35 จังหวัด และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 22 จังหวัด ซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2569 บริษัทจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 133 สาขา ครอบคลุม 57 จังหวัด

    “มั่นใจ 13,000 ล้านนี้ต้องทำได้ ด้วยแผนการขยายสาขาของเรา และกลยุทธ์ที่เพิ่มเติมมาคือตี๋น้อยพลัส ซึ่งเป็นปีที่ชาเลนจ์ที่สุดเลย ที่ผ่านมาเราเปิดปีละประมาณ 20 สาขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราจะเปิด 60 สาขา” นัทธมน กล่าว


แตกโมเดลใหม่ Teenoi PLUS+ เริ่มต้น 299 บาท

    สำหรับโมเดลราคาใหม่อย่าง Teenoi PLUS+ นัทธมน ระบุว่า บริษัทได้เดินหน้ากลยุทธ์ “ขยายสาขา-แตกแบรนด์-เพิ่มความคุ้มค่า” ควบคู่กับการรักษาจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย

    โดย Teenoi PLUS+ จะมีราคาเริ่มต้น 299 บาท รวมน้ำรีฟิลและ Vat 7% แล้วจะอยู่ที่หัวละ 362 บาท ซึ่งได้เพิ่มความหลากหลายของเมนูผ่านหม้อน้ำซุป 3 ช่อง พร้อมตัวเลือกอย่างซุปหม่าล่าเข้มข้น, หม่าล่านม และซุปกระดูกหมู

    ขณะเดียวกัน ยังได้ยกระดับไลน์อาหาร นอกจากเมนูของทอดแล้ว จะประกอบด้วย ซุปทรัฟเฟิล, มาม่าผัดต้มยำ, ผักบุ้งทอดกรอบ, ลาบเนื้อทอด, หมูมะนาว และ Sushi ในรูปแบบ Omakase โดยมีไฮไลต์คือ ซูชิวากิว โวเคโน่ รวมถึงเมนูใหม่อย่าง Soft Serve และอาหารทานเล่นเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภค

    โดยสาขาแรกจะเปิดที่จังหวัดชัยนาทในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ด้วยพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ซึ่งมี “Tn Lounge” ไว้ให้ลูกค้าได้นั่งรอ ตามด้วยสาขาที่สองคือจังหวัดนครปฐม และจังหวัดอื่นๆ ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 13 สาขา ประกอบด้วย ปตท. สระแก้ว, ยูพาร์ค อุบลราชธานี, วิชโก้ มอลล์ โคราช, ชาญ ทเวนตี้โฟร์ (ปลวกแดง ระยอง), ภูเก็ต (สามกอง), ไดอาน่า หาดใหญ่, โชว์รูมมิตซูเก่า หาดใหญ่, โอโซนวัน สรงประภา, อำนาจเจริญ, พอร์โต ชิโน่ สมุทรสาคร และสุขสมบูรณ์ สุราษฎร์ธานี

    “ใครๆ ก็รู้ว่าตอนนี้การแข่งขันสูงขึ้น มีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามามากขึ้น แต่สำหรับสุกี้ตี๋น้อยเอง จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน และทำให้ตลาดสุกี้ในภาพรวมโตขึ้น” นัทธมน กล่าว