รู้จัก TakeToys ผู้อยู่เบื้องหลัง “คาแร็กเตอร์ฟีเวอร์” บริหารสิทธิ์ Care Bears – Monchhichi ปักหมุดรายได้ปีนี้ 1,200 ล้าน

รู้จัก TakeToys ผู้อยู่เบื้องหลัง “คาแร็กเตอร์ฟีเวอร์” บริหารสิทธิ์ Care Bears – Monchhichi ปักหมุดรายได้ปีนี้ 1,200 ล้าน

จากร้านออนไลน์เล็กๆ ช่วงโควิด สู่ธุรกิจคาแร็กเตอร์รายได้ 800 ล้านบาท! รู้จัก TakeToys ผู้อยู่เบื้องหลังกระแส Care Bears และ Monchhichi ฟีเวอร์ในไทย พร้อมตั้งเป้าดันรายได้แตะ 1,200 ล้านบาทในปี 2026


    ใครจะคิดว่าคาแร็กเตอร์ที่หลายคนชื่นชอบอย่าง Care Bears (แคร์แบร์) และ Monchhichi (มอนชิชิ) ที่เราเห็นคนห้อยกระเป๋ากันทั่วบ้านทั่วเมืองในวันนี้ จะกลายเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ขับเคลื่อนให้บริษัท SME สัญชาติไทยเติบโตนมีรายได้ระดับร้อยล้าน?

    ท่ามกลางกระแส “คาแร็กเตอร์ฟีเวอร์” ที่กำลังยึดพื้นที่ในใจคนรุ่นใหม่ บริษัท เทค ทอยส์ จำกัด (TakeToys) คือผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้อย่างแท้จริง ในฐานะตัวจริงเรื่องลิขสิทธิ์ระดับโลก พวกเขาไม่ได้มาเพื่อขายแค่ความน่ารัก แต่กำลังเปลี่ยน “คาแร็กเตอร์ที่คนรัก” ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ไอเทมที่หยิบจับได้ทุกวัน พร้อมปักธงโชว์ศักยภาพฝีมือคนไทยในเวทีสากล


จาก “ความน่ารัก” สู่ “ไอเทมในชีวิตประจำวัน” ดึงดีไซเนอร์ไทยเขย่าตลาดโลก

    กุญแจสำคัญที่ทำให้เทค ทอยส์ ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด ไม่ใช่แค่การนำเข้าสินค้า แต่คือการอ่านใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง อักษร จันทรโรจน์วานิช ผู้บริหารบริษัท เทค ทอยส์ จำกัด เผยถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังว่า “เป้าหมายของเราคือการทำให้คาแร็กเตอร์ที่ทุกคนรักกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันมากขึ้น เราจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำตุ๊กตาตั้งโชว์ แต่ขยายไลน์ไปสู่พวงกุญแจห้อยกระเป๋า กระเป๋าใส่เหรียญ กิ๊บติดผม และแฟชั่นไอเทมต่างๆ ที่นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังต้องใช้งานได้จริงในทุกๆ วัน”


อักษร จันทรโรจน์วานิช


    สิ่งที่น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่านั้นคือ เทค ทอยส์ เป็นบริษัทสัญชาติไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ระดับสากล ให้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ “ออกแบบและผลิต” (Design & Manufacturer) โดยดึงเอาศักยภาพของทีมดีไซเนอร์ไทยมาตีความคาแร็กเตอร์ระดับโลกใหม่ ผสานความประณีตมาตรฐานสากลเข้ากับรสนิยมของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว จนสินค้าฝีมือคนไทยเหล่านี้สามารถส่งออกไปจำหน่ายและได้รับการยอมรับในเวทีต่างประเทศ

    ปัจจุบัน เทค ทอยส์ ได้รับความไว้วางใจในการบริหารลิขสิทธิ์จากแบรนด์ดังระดับสากลมากมาย อาทิ Care Bears, Monchhichi, Disney, Sesame Street, Peanuts, Esther Bunny และ Teletubbies โดยเน้นมาตรฐานการผลิตที่ประณีต ปลอดภัย และคงเอกลักษณ์ของคาแร็กเตอร์ไว้อย่างครบถ้วน เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การสะสมของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสดใสและต้องการสินค้าที่สะท้อนความเป็นตัวเอง


    หากย้อนมองจุดเริ่มต้น ใครจะคิดว่าอาณาจักรแห่งนี้เติบโตมาจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ในปี 2564 โดย “อักษร” ในวัยเพียง 22 ปี (ในขณะนั้น) ที่มองเห็นโอกาสในตลาดสินค้าคาแร็กเตอร์ จึงเริ่มต้นธุรกิจจากการหาสินค้าน่ารักๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยมาจำหน่ายทางออนไลน์ โดยเริ่มจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า Care Bears ก่อนจะต่อยอดสู่การเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ และเดินหน้าพัฒนาสินค้าคาแร็กเตอร์ระดับโลกอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Disney, Esther Bunny, Sesame Street, Snoopy, Teletubbies และ Monchhichi

    สิ่งที่ทำให้ เทค ทอยส์ ตัวเบาและทะยานได้ไกล คือการทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปกับ Core Competency หรือจุดแข็งหลัก นั่นคือ การพัฒนาทีมดีไซเนอร์และการบริหารลิขสิทธิ์เชิงรุก ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพการผลิต ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้ฐานการผลิตภายในประเทศไทยเป็นหลัก


    โมเดลธุรกิจที่เฉียบคมนี้ ส่งผลให้ เทค ทอยส์ สยายปีกได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถสร้าง Ecosystem ของตัวเองขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง ผ่าน 2 ขาธุรกิจสำคัญ

    -Seek and Keep Club: ร้านมัลติแบรนด์ไลฟ์สไตล์สโตร์ แหล่งรวมไอเทมสุดฮิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันขยายไปแล้วถึง 9 สาขา

    -Make Joys: บริษัทในเครือที่ตั้งขึ้นมาเพื่อลุยธุรกิจตัวแทนลิขสิทธิ์ (Licensing Agency) และการทำ Brand Collaboration เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยโดยเฉพาะ

    จากจุดเริ่มต้นด้วยทีมงานเพียงไม่กี่คน ปัจจุบัน TakeToys และบริษัทในเครือมีพนักงานรวมกว่า 150 คน และสามารถสร้างรายได้รวมในปี 2568 ได้ประมาณ 800 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้ที่ 1,200 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจคาแร็กเตอร์และไลฟ์สไตล์ไอเทมในประเทศไทย



ภาพ: TakeToys



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : POP MART ในไทยขายดีกระฉูด! ปี 68 กวาดรายได้ 7,415.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,306.6 ล้านบาท ลุยต่อเปิดสาขาใหม่ที่ “MAYA เชียงใหม่”

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine