2 ปี “วัน แบงค็อก รีเทล” ทราฟฟิกแตะ 40 ล้านคน อัตราการเช่า 96% ยอดขายโต 50% แบรนด์ใหม่ทยอยปักหมุดเพิ่ม

2 ปี “วัน แบงค็อก รีเทล” ทราฟฟิกแตะ 40 ล้านคน อัตราการเช่า 96% ยอดขายโต 50% แบรนด์ใหม่ทยอยปักหมุดเพิ่ม

“วัน แบงค็อก รีเทล” (โซน Parade และ The Storeys) เปิดครบ 2 ปี ทราฟฟิกแตะ 40 ล้านคน ยอดขายโต 50% อัตราการเช่าพื้นที่ 96% พร้อมเดินหน้าสู่ปีที่ 3 แบรนด์ใหม่ทยอยปักหมุดต่อเนื่อง


    วัน แบงค็อก รีเทล (One Bangkok Retail) หนึ่งในส่วนสำคัญของโครงการ วัน แบงค็อก (One Bangkok) ที่เชื่อมโยงการช้อปปิ้ง ไดน์นิ่ง และไลฟ์สไตล์ผ่าน 2 โซนหลัก ได้แก่ พาเหรด (Parade) และ เดอะ สตอรีส์ (The Storeys) โดยปัจจุบันเปิดให้บริการครบ 2 ปีแล้ว

    พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศของ One Bangkok เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ รวมถึงกลุ่มครอบครัวและผู้ที่พาสัตว์เลี้ยงมาใช้ชีวิตในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ One Bangkok Retail เป็นมากกว่าพื้นที่ค้าปลีก แต่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คน

    หากย้อนกลับไปตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา One Bangkok มีความเคลื่อนไหวและผู้คนเข้ามาใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นจากการทยอยเปิดส่วนต่างๆ ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงานที่ช่วงแรกที่เปิดให้บริการเพียง Tower 4 ปัจจุบันมี Tower 3 และ 5 เพิ่มเข้ามา พร้อมบริษัทระดับโลกเข้ามาอยู่ในพื้นที่ เช่น Agoda, Netflix และ BMW Thailand ขณะเดียวกัน โรงแรมและที่พักอาศัยก็ทยอยเปิดให้บริการ เช่น The Ritz-Carlton และ Andaz ซึ่งเป็นทราฟฟิกหลักให้กับรีเทล


พลินี คงชาญศิริ


    พลินี เผยว่า ที่ผ่านมา One Bangkok Retail มีจำนวนผู้มาเยือนมากกว่า 40 ล้านคน โดยปีนี้เติบโตจากปีแรก 30% ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่รีเทลอยู่ที่ประมาณ 96% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 98% ภายในสิ้นปี 2569 ส่วนยอดขายรวมของรีเทลเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นและการเติบโตของธุรกิจโดยรวม ขณะที่ฐานสมาชิก One Bangkok เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3 แสนคน

    เธอยังระบุอีกว่า ปัจจุบันลูกค้าของ One Bangkok Retail แบ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ภายในโครงการ ทั้งผู้พักอาศัยและพนักงานออฟฟิศประมาณ 50% และคนภายนอกที่เข้ามาใช้บริการอีกประมาณ 50% โดยสัดส่วนดังกล่าวใกล้เคียงกันทั้งในวันธรรมดาและวันหยุด จากเดิมที่คาดว่าจำนวนผู้มาใช้บริการในวันธรรมดาจะมากกว่า เนื่องจากมีกลุ่มคนทำงานอยู่ภายในโครงการ

    “มากกว่าตัวเลขที่เราภูมิใจ คือ district ของเราเริ่มเป็น destination มากขึ้น คนอยากมาใช้ชีวิตและกลับมาซ้ำมากขึ้น” พลินีกล่าว


    อีกส่วนที่ One Bangkok ให้ความสำคัญคือการที่แบรนด์ต่างๆ ไม่ได้มองพื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงสถานที่สำหรับขยายสาขา แต่เป็นแพลตฟอร์มในการสร้างตัวตนของแบรนด์ ทั้งในรูปแบบแฟล็กชิปสโตร์ สาขาที่ใหญ่ที่สุด หรือสาขาคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยปัจจุบันมีแบรนด์แฟชั่นมากกว่า 500 แบรนด์ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ศูนย์การค้าเปิด ขณะที่แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มมีมากกว่า 400 แบรนด์

    พลินีกล่าวว่า ปัจจุบันรีเทลไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับช้อปปิ้ง แต่ลูกค้ายังมองหาความบันเทิง ประสบการณ์ ศิลปะ และคอมมูนิตี้ต่างๆ ดังนั้น กลยุทธ์หลักของ One Bangkok Retail คือ “Creating Reason to Come Back” หรือการสร้างเหตุผลให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตที่นี่ซ้ำ โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการทำงานร่วมกับคอมมูนิตี้และจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี มีทั้งเทศกาลตรุษจีน สงกรานต์ pride month คริสต์มาส เคานต์ดาวน์ รวมถึงกิจกรรมตามวันสำคัญต่างๆ เช่น วันเด็กแห่งชาติ และวันแม่แห่งชาติ


    เธอระบุว่า ภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ One Bangkok Retail จะเป็นผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจรีเทล แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาสามารถมาถึงจุดที่เป็นอยู่ได้ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญคือการคิดแคมเปญและอีเวนต์ใหม่ๆ เพื่อให้คนที่มาใช้บริการกลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าต่างๆ ต้องพยายามสร้างความเป็นจุดหมายปลายทางผ่านอีเวนต์และแคมเปญใหม่ๆ เพื่อดึงให้คนเข้ามาใช้เวลาในศูนย์การค้า โดยมองว่าผู้บริโภคยังมีการใช้จ่าย แต่เลือกใช้จ่ายมากขึ้น

    สำหรับการแข่งขันพื้นที่รีเทลในย่านสีลม-พระราม 4 พลินีมองว่าการแข่งขันเป็นเรื่องที่ดี เพราะการมีศูนย์การค้าใหม่เกิดขึ้นจะช่วยให้ย่านมีความแข็งแรงมากขึ้น โดย One Bangkok ต้องการเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่เข้ามาใช้ชีวิตในย่านนี้ ซึ่งเป็นย่านใหม่ของกรุงเทพฯ ที่กำลังเติบโต การมีการแข่งขันจึงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่


    ทั้งนี้ One Bangkok จะเข้าสู่เฟสใหม่ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป โดยระบบนิเวศของ One Bangkok Retail จะมีความแข็งแกร่งและสมบูรณ์มากขึ้น จากการเติบโตของผู้ใช้บริการ สำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัยภายในโครงการ รวมถึงการเดินทางที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะและพื้นที่สีเขียว พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว นักเดินทางธุรกิจ และตลาด MICE ระดับนานาชาติ

    สำหรับแฟล็กชิปสโตร์และคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เตรียมเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้นี้ ได้แก่ Tsutaya Bookstore ร้านแรกในประเทศไทย, Edikted แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์จากอเมริกา ซึ่งเป็นร้านแรกของเอเชีย และ HarborLand Island มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2569

    ส่วน nightlife entertainment คอนเซ็ปต์ใหม่โดยกลุ่ม Tic Tac Toe จะเปิดให้บริการบนพื้นที่เกือบ 1,000 ตารางเมตรในเดือนพฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วย Yoru, Checkmate และ Hotline

    นอกจากนี้ One Bangkok ยังอยู่ระหว่างการ programming และพัฒนา Post 1928 เพื่อรองรับแบรนด์และคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ รวมถึงสร้างประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางของตลาดในอนาคต




ภาพ : วัน แบงค็อก




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เซ็นทรัล พาร์ค” เปิดครบ 1 ปี! ทราฟฟิกแตะ 25 ล้านครั้ง ชู “ร้านแรกในไทย-คอนเซ็ปต์ใหม่” ดึงคนเข้าศูนย์ อัตราเช่าพื้นที่ค้าปลีกทะลุ 98%

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine