ครบรอบ 40 ปี "รพ.วิภาวดี" เผยแผนธุรกิจปี 69 ปักหมุดสาขา "พระราม 2" รองรับคนไข้ย่านชานเมือง พร้อมบริการด้านสุขภาพตอบโจทย์เทรนด์ยุคใหม่

ครบรอบ 40 ปี "รพ.วิภาวดี" เผยแผนธุรกิจปี 69 ปักหมุดสาขา "พระราม 2" รองรับคนไข้ย่านชานเมือง พร้อมบริการด้านสุขภาพตอบโจทย์เทรนด์ยุคใหม่

หลังดำเนินธุรกิจมานานจนเติบโตครบรอบ 40 ปี ล่าสุด โรงพยาบาลวิภาวดี เร่งเครื่องเดินหน้าต่อพร้อมเผยแผนธุรกิจปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวด้วยการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลสู่ศูนย์กลางสุขภาพชั้นนำระดับสากล ภายใต้แนวคิด "Vibhavadi 40th Anniversary: Smart Living, Healthy Aging" มุ่งเน้นผสานนวัตกรรมการป้องกัน (Prevent) ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Treat) และการฟื้นฟูดูแลใจ (Heal) เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพให้แก่สังคมทุกช่วงวัย


​    พิจิตต์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) ทายาทรุ่น 2 ที่มารับไม้ต่อในการบริหารธุรกิจ เผยข้อมูลให้ทีมงาน Forbes Thailand ฟังว่า จากเดิมตอนที่เริ่มเข้ามาบริหารโรงพยาบาลที่นี่มีเพียง 3 ตึก แต่ ณ ปัจจุบันธุรกิจได้ขยายการเติบโตมาเรื่อยๆ จนกลายเป็น 5 ตึก หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะ รวมถึงสภาวะเศรษกิจโลกที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทำให้คนชะลอการใช้จ่ายลดลง รวมไปถึงการใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนหลายๆ แห่งในช่วงที่ผ่านมาก็ชะลอตัวลงตามไปด้วย เพราะคนหันไปใช้สิทธิประกันสังคมหรือสวัสดิการพนักงานในด้านอื่นๆ มากขึ้นแทน

    "ปี 2568 ที่ผ่านมา เรามีรายได้อยู่ที่ 1,650 ล้านบาท ดร็อปลงจากปี 2567 เล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอที่มีผลกระทบในหลายๆ ธุรกิจ แต่ทั้งนี้หากกางงบการเงินออกมาดู เรามีการปรับโครงสร้างภายในบริษัทด้วยการขายหุ้นออกไปบางส่วนด้วยเลยดูเหมือนธุรกิจทำกำไรได้เยอะ ประกอบกับคาดการณ์ในปีนี้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเห็นได้จากตัวเลขคนไข้ในช่วงไตรมาส 1 ที่ชะลอลง เราจึงต้องปรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจเน้นเรื่อง Service ที่ให้บริการเกี่ยวกับสุขภาพด้านต่างๆ ตอบโจทย์กลุ่มคนได้อย่างทั่วถึงและหลากหลายยิ่งขึ้น" 



    ทั้งนี้ กลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ของการตอบโจทย์สุขภาพยุคใหม่ ได้แก่ 

    1. The Power of Prevention การป้องกันเชิงรุกตาม Life Style โดยโรงพยาบาลได้เปิดตัว Lifestyle Health Screening Center ที่ผู้รับบริการสามารถเลือกโปรแกรมตามไลฟ์สไตล์จริง เพื่อค้นหาความเสี่ยงเฉพาะตัวก่อนเกิดโรค ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมี Travel Medicine (เวชศาสตร์การเดินทาง) สำหรับนักเรียนและผู้รับบริการที่ต้องได้รับเอกสารและฉีดวัคซีนก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวหรือไปทำงานในต่างประเทศ รวมถึง Vaccine Center ศูนย์วัคซีนครบวงจรสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจนถึงวัยผู้สูงอายุเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ก้าวสู่วัยอิสระ (Active Aging) ได้อย่างมั่นใจ และ Sexology Consultation ที่ให้คำปรึกษาด้านเพศสภาพ

    2. Specialized Medical Centers ที่เน้นด้านความเชี่ยวชาญ (Treat) ของการดูแลรักษาโรคซับซ้อนด้วยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางได้แก่

    • ศูนย์สมองและระบบประสาท (Neurological Center): มิติใหม่แห่งการดูแลสมองและระบบประสาทอย่างครบวงจรเพื่อรักษา "คุณภาพชีวิต" ของผู้ป่วยให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยจุดแข็งหลักทางด้านอายุรศาสตร์ระบบประสาทและประสาทศัลยศาสตร์

    • Comprehensive Neurological Care: การดูแลสุขภาพสมองอย่างครบวงจร ตั้งแต่โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน รวมถึงอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ไมเกรน และเนื้องอกในสมอง โดยทีมประสาทศัลยแพทย์และอายุรแพทย์ระบบประสาท ที่ทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพพร้อมด้วยเครื่องมือตรวจวินิจฉัยเพื่อความปลอดภัยในทุกเสี้ยววินาทีของสมอง

    • Awake Craniotomy: การผ่าตัดสมองแบบตื่น เพื่อปกป้องการทำงานของประสาทสัมผัสด้วยเทคนิคการผ่าตัดสมองขณะที่ผู้ป่วยมีสติและสามารถโต้ตอบได้ ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถทดสอบการทำงานของระบบประสาทการพูดและการเคลื่อนไหวได้แบบ Real-time ทำให้แพทย์สามารถกำจัดเนื้องอกในจุดที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

    • Gamma Knife Radiosurgery: นวัตกรรมรังสีศัลยกรรมรักษาสมองโดยไม่ต้องผ่าตัด ทางเลือกใหม่ในการรักษาเนื้องอกในสมองหรือความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง ด้วยวิธีใช้รังสีแกมมาที่มีความแม่นยำระดับมิลลิเมตรพุ่งตรงไปยังจุดรอยโรค "โดยไม่ต้องเปิดกะโหลกศีรษะ" ทำให้ผู้ป่วยไม่เสียเลือดไม่ต้องวางยาสลบและสามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น

    นอกจากนี้ ยังมี ศูนย์กระดูกและข้อ (Orthopedic Center) เป็นการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก (MIS) ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าข้อสะโพกเทียมหรือโรคหมอนรองกระดูก เพื่อให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยลงและกลับมาเดินหรือใช้ชีวิตตามปกติได้รวดเร็ว ศูนย์หัวใจ (Heart Center) ให้บริการดูแลหัวใจแบบ 360 องศาครอบคลุมถึงการแก้ไขหลอดเลือดส่วนปลายเช่นหลอดเลือดตีบที่ขาของผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งทำให้เกิดแผลที่เท้าเรื้อรังผู้ป่วยที่ทำหลอดเลือดเพื่อล้างไตแล้วมีปัญหาตีบตัน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Center) ที่ออกแบบมาเพื่อเข้าใจทุกความต้องการของผู้หญิงตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วัยสาวการวางแผนครอบครัวจนถึงการก้าวสู่วัยทองทั้งผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึง Fertiva ( ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก )

    3. Mental Wellness & Balance การเยียวยาจิตใจและกาย (Heal) โรงพยาบาลวิภาวดีให้ความสำคัญกับความสมดุลของกายและใจ ผ่าน V Mind and Mood: ศูนย์ดูแลใจโดยทีมจิตแพทย์เพราะสุขภาพใจที่ดีคือหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว

    "เราวางกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ให้ครบทุกด้านเกี่ยวกับการบริการและการดูแลสุขภาพ โดยกลุ่มคนไข้หลักของโรงพยาบาลวิภาวดีราว 50% เป็นผู้หญิงที่มีอายุ 35-50 ปี ที่นิยมมาฝากครรภ์ คลอดบุตรที่นี่ เราจึงมีศูนย์สุขภาพสตรี และศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก คอยให้บริการกลุ่มคนดังกล่าว รวมถึงเรายังมี เช่น Sexology Consultation การบริการให้คำปรึกษาด้านเพศสภาพ ที่ไม่ได้เจาะจงเฉพาะเรื่องของปัญหาที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่เรายังพร้อมให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องฮอร์โมน เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม LGBTQ+ คนรุ่นใหม่ ทั้งในเรื่องของเพศสภาพต่อเนื่องไปถึงเรื่องของภาวะจิตใจ ยกตัวอย่าง เช่น เด็กผู้ชายที่มีความรู้สึกอยากเป็นผู้หญิงแล้วไปหาซื้อยาคุมกินเองแบบผิดๆ ก็จะได้รับการแนะนำในด้านต่างๆ หรือรับยาปรับสภาพฮอร์โมนได้อย่างถูกต้องเป็นต้น ซึ่งในอนาคตภายในช่วงปลายปีนี้เรายังมีแผนที่จะเปิดเป็นคลินิกโดยมีนักจิตวิทยาคอยบริการให้คำปรึกษาอย่างจริงจังด้วย" พิจิตต์ กล่าวเสริม

    อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลวิภาวดียังเผยข้อมูลอัปเดตให้ได้ทราบกันด้วยว่า ภายในช่วงปลายปีนี้ "โรงพยาบาลวิภาวดี 2" พร้อมปักหมุดให้บริการในย่านพระราม 2 ได้อย่างแน่นอน โดยจะทำการทยอยเปิดเฟสแรกก่อนเพื่อรองรับคนไข้ได้ราวๆ 30 เตียง ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดภายในต่างๆ เท่านั้น

    "เราเลือกปักหมุดทำเลพระราม 2 เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ผู้ป่วยในย่านชานเมืองที่ต้องการดูแลปัญหาสุขภาพโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเข้ามาโรงพยาบาลในโซนเมืองชั้นใน อีกทั้งตอนนี้เริ่มมีเรื่องของโรคมะเร็งมากขึ้นใกล้เคียงกับโรคหัวใจ โดยสาเหตุหลักมาจากไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน มีการกินอาหารแปรรูปมากขึ้น รวมถึงสภาพอากาศที่มีมลพิษมากขึ้นตามไปด้วย เราจะมีบริการเรื่องเครื่องฉายแสง ต่อเนื่องไปถึงการเปิดรับบริการผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทอง สปสช. หรือสิทธิประกันสังคมต่างๆ ด้วยได้อย่างครบครันอีกด้วย" ผู้บริหารของโรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวทิ้งท้าย



ภาพ : รพ.วิภาวดี




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "Rally x MINI Millennium Auto" เมื่อแบรนด์แฟชั่นไทยผนึกกำลังแบรนด์รถระดับตำนานจากอังกฤษ พร้อมใช้กลยุทธ์ Limited-time drop สร้างความตื่นเต้นกระตุ้นยอดขาย!

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine