“ไวไว” เตรียมมาตรการรับมือหากสู้รบตะวันออกกลางยืดเยื้อ ตั้งทีมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด อาจต้องหยุดขายสินค้าบาง SKU ชั่วคราว เผยขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีสต๊อกถึงปลายเดือนเมษา ล่าสุดส่ง “WaiWai WOW” รสชาติใหม่ เจาะลูกค้าวัยประถม-มัธยมต้น หวังดันส่วนแบ่งตลาดบะหมี่พรีเมียมถึง 25% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
ยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ทำตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ “ไวไว” เปิดเผยว่า จนถึงปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง เนื่องจากบริษัทได้เจรจากับซัพพลายเออร์เรื่องราคาไว้ล่วงหน้า 3-6 เดือนแล้ว และยังมีสต๊อกวัตถุดิบ อาทิ แป้งสาลี น้ำมัน จนถึงปลายเดือนเมษายนนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังกังวลคือเม็ดพลาสติกที่ไม่สามารถจะ fix ราคาได้เหมือนวัตถุดิบอื่นๆ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อนานกว่านั้น บริษัทจะดูภาพรวมตลาด ราคาพลังงาน และนโยบายของภาครัฐอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมมาตรการสำรองไว้หลายประการ เพื่อรับมือหากสถานการณ์สู้รบเลวร้ายลงกว่าในปัจจุบัน ประกอบด้วย การตั้งทีมบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อติดตามสถานการณ์และต่อรองต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ นอกจากนี้อาจจะมีการชะลอการจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบางรายการลงชั่วคราว อาทิ สินค้ารสชาติเฉพาะ เช่น รสชาติเจ ที่ยังไม่มี economy of scale
นอกจากนี้ยังจะขายสินค้าบางรายการ อาทิ แบรนด์ซือดะ ซึ่งเป็นสินค้าฮาลาลในภาคใต้เพียงภาคเดียว และสินค้าบางรายการก็จะวางขายแค่ในช่องทางออนไลน์เท่านั้น ทางด้านแคมเปญการตลาดในช่วงนี้บริษัทจะลดแคมเปญใหญ่และจำนวนกิจกรรมลง ควบคู่ไปกับรณรงค์ลดการใช้พลังงานภายในบริษัท อาทิ การปิดแอร์ ปิดไฟ หรือการ work from home ในบางแผนก

“ถ้าการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับมาทำได้ตามปกติในปลายเดือนเมษายน ราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังราคาเดิม การปรับราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์สู้รบ และผลกระทบนั้นต้องพิสูจน์ได้ แต่คิดว่าน่าจะขึ้นราคาลำบาก เพราะเพิ่งได้รับอนุญาตให้ปรับราคาขายจาก 6 บาทเป็น 7 บาทเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมานี่เอง” ยศสรัลกล่าว และว่า ขณะนี้มีการสั่งซื้อบะหมี่กลุ่มแมสล่วงหน้าจากค้าปลีกค่ายต่างๆ เพื่อป้องกันสินค้าขาดแคลนและปัญหาราคาจำหน่าย แต่ยังไม่ได้เป็นปริมาณที่มีนัยสำคัญ
ยศสรัลกล่าวต่ออีกว่า บริษัทเชื่อว่าลูกค้าจะยังบริโภคบะหมี่เหมือนเดิมเพราะราคายังต่ำกว่าสินค้าอีกหลายประเภท ดังนั้นบริษัทจึงยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ ด้วยการวางสินค้าใหม่ออกมาสู่ตลาดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตและเข้าถึงลูกค้าแต่ละวัยตลอดปี 2569 นี้
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้เปิดตัว “WaiWai WOW” 3 รสชาติใหม่สู่ตลาด ได้แก่ รสกระดูกหมูพริกไทยดำ ที่ให้ซุปเข้มข้นหอมพริกไทยดำแท้ๆ รสหมูผัดยี่หร่า รสจัดจ้านสไตล์ไทยเครื่องเทศหอมเป็นเอกลักษณ์ และรสไก่กรอบซอสเผ็ด ที่แม้จะเป็นรสที่มีในตลาดแต่แตกต่างด้วยพริก Ghost Pepper ที่ให้ความเผ็ดแบบไล่ระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่
ยศสรัล กล่าวต่อว่า การเปิดตัว “WaiWai WOW” 3 รสชาติใหม่ เป็นอีกก้าวของการต่อยอดพอร์ตผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มพรีเมียม ในโอกาสฉลองครบรอบ 54 ปี และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ที่จะให้ลูกค้า “ทุกวัยมีไวไว”
WaiWai WOW ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดในฐานะ Sub-brand กลุ่มพรีเมียม ที่สะท้อน DNA รสชาติใหม่ของไวไว โดยเน้นการพัฒนารสชาติที่มีคาแร็กเตอร์ชัด และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเดิม และเป็นบะหมี่พรีเมียมที่เข้าถึงได้ด้วยราคาซองละ 11 บาท เจาะกลุ่มเป้าหมายเด็กวัยประถมและมัธยมศึกษาตอนต้น

บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ของ WaiWai WOW พร้อมกับภาพยนตร์โฆษณาที่เริ่มออนแอร์เมื่อวานนี้ พร้อม “น้องไวไว”มาสคอตที่จะช่วยสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเด็ก หากสถานการณ์สู้รบไม่ยืดเยื้อ บริษัทจะมีการออกแคมเปญฉลองครบรอบ 54 ปี แคมเปญบอลโลกและอีเวนต์คืนกำไรให้ผู้บริโภค พร้อมกับสินค้าใหม่ๆ ที่จะนำมาวางตลาดในเดือนพฤษภาคมปีนี้
“เราเปิดตัวด้วยสินค้ากลุ่มพรีเมียม เพราะตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลุ่มนี้ยังเติบโตในปีที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้เป็นตัวเลขสองหลักเหมือนปีก่อนๆ แต่ก็ดีกว่าบะหมี่กลุ่มแมสที่ตัวเลขติดลบ 2 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้เราเคยวางตลาดไวไว BBQ Pork และควิก แสบ รสกิมจิชิเก บุกตลาดพรีเมียมเมื่อกว่า 20 ปี แต่เนื่องจากราคาต่อซองที่แตกต่างจากบะหมี่กลุ่มแมสถึง 5 บาท การตอบรับจึงไม่ค่อยดี” ยศสรัลกล่าว
เมื่อถึงเวลาที่ตลาดพร้อม บริษัทจึงได้กลับมาบุกตลาดพรีเมียมอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัว WaiWai WOW 2 รสชาติสไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น “รสโคเรี่ยน สไปซี่ซีฟู้ด และรสแกงกะหรี่ญี่ปุ่นชีส” ซึ่งยอดขายเป็นไปตามที่คาดการณ์
“ปัจจุบันเรามีบะหมี่ไลน์พรีเมียมทั้งหมด 5 รายการ หากสินค้า 2 ใน 5 รายการ ติดตลาดและขายได้ต่อเนื่องไปอีก 10 ปี เราถือว่าประสบความสำเร็จ นอกจากซองแล้วเราจะมีสินค้าบะหมี่ถ้วยวางตลาดในอนาคตด้วย” ยศสรัลกล่าว

ตลาดรวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีมูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาทในปี 2568 เติบโตเพิ่มขึ้น 2-3 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า ด้วยการผลักดันจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในกลุ่มพรีเมียมเป็นหลัก และในปีนี้ตลาดรวมน่าจะเติบโตได้ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์
“ปัจจุบันสัดส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองอยู่ที่ 70% ของตลาดรวมและที่เหลืออีกอย่างละ 15 เปอร์เซ็นต์เป็นบะหมี่ชนิดถ้วยและบะหมี่พรีเมี่ยม โอกาสที่บะหมี่ซองจะเติบโตต่อไปคงยาก เพราะการบริโภคต่อคนต่อหัวในปัจจุบันสูงถึง 50 ซอง ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิมและสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ นักเรียนระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย” ยศสรัลกล่าว
เขาบอกอีกว่า ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดของไวไวในแมสเซกเมนต์อยู่ที่ 22-23 เปอร์เซ็นต์ ด้านสัดส่วนการขายของไวไวประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์มาจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อีก 30 เปอร์เซ็นต์มาจากเส้นหมี่ขาว และที่เหลืออีก 5 เปอร์เซ็นต์เป็นสินค้าอื่นๆ อาทิ เครื่องปรุงรส ซอส เป็นต้น ในอนาคตบริษัทจะผลักดันสัดส่วนสินค้าอื่นๆ ให้เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ไม่ได้ถูกควบคุมราคาเช่นเดียวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ในเชิงกลยุทธ์การตลาด “ไวไว” มุ่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียม ให้ครอบคลุมความต้องการผู้บริโภคหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนาน ไปจนถึงกลุ่มสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดย WaiWai WOW จะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มของรสชาติและนวัตกรรมใหม่ของแบรนด์ เพื่อสร้างความคึกคักให้ตลาดและเปิดโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความกล้าและแตกต่างมากขึ้นในอนาคต
ตลอด 54 ปี ไวไวเติบโตไปพร้อมกับคนไทย ผ่านจุดเปลี่ยนของตลาดใหญ่ๆ 3 ช่วง ช่วงแรกคือยุคบุกเบิกตลาด ซึ่งเป็นยุคที่ท้าทายที่สุดของทุกแบรนด์ในการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของลูกค้าจากอาหารทั่วไปมาเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ในยุคที่ 2 คือยุค 20 ปีต่อมา ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากของธุรกิจค้าปลีก การขยายตัวของค้าปลีกสมัยใหม่และการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ และยุคที่ 3 เป็นยุคการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ทำให้คนมีโอกาสได้ลองสินค้าใหม่ได้ง่ายขึ้น ทำให้ไวไวต้องปรับตัวเองตลอดเพื่อให้ทันเทรนด์
“คู่แข่งเรามีทั้งแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลี เทคโนโลยีทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกใหม่ๆ เราจึงไม่เคยหยุดพัฒนา และเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าด้วยการรักษาคุณภาพของสินค้า และรับฟังเสียงของลูกค้ามาตลอด จากมื้อเล็กๆ ในครัวเรือน วันนี้ไวไวจะไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่เป็นแบรนด์อาหารที่สร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ และพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานครัวไทย และก้าวไปสู่อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างมั่นคง” ยศสรัล กล่าวทิ้งท้าย
ภาพ: ไวไว
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : CHAGEE รุกตลาดนอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก! ลุยปักหมุด 2 สาขาใจกลางเชียงใหม่
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

