BYD โชว์ความล้ำ โรงงานสุดบิ๊กใน ‘เจิ้งโจว’ ผลิตทั้งรถ+แบตฯ ใช้หุ่นยนต์กว่า 98%

BYD โชว์ความล้ำ โรงงานสุดบิ๊กใน ‘เจิ้งโจว’ ผลิตทั้งรถ+แบตฯ ใช้หุ่นยนต์กว่า 98%

การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ BYD ไม่ได้เกิดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว หากแต่สะท้อนถึง “โครงสร้างการผลิต” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการแข่งขันในระยะยาว หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือ BYD Zhengzhou Factory โรงงานขนาดมหึมาในเมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน ซึ่ง BYD เปิดให้สื่อมวลชนเข้าชมเมื่อไม่นานมานี้


    ในปี 2025 BYD แซงหน้า Tesla ขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก หลังทำยอดขายได้ 2.25 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ Tesla ส่งมอบรถได้ 1.64 ล้านคัน และมียอดขายลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความได้เปรียบของ BYD ไม่ได้อยู่แค่ผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึง “ระบบการผลิตแบบบูรณาการ” ที่บริษัทลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง


โรงงานระดับ Megafactory ที่ใหญ่กว่าทั้งเมือง

    BYD Zhengzhou Factory ถูกจัดอยู่ในระดับ Megafactory หรือ Gigafactory โดยสื่อหลายแห่งเปรียบเทียบว่ามีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าทั้งเมืองซานฟรานซิสโก ขณะที่บางรายงานระบุว่า มีขนาดใหญ่กว่าโรงงาน Tesla ในรัฐเนวาดาถึง 10 เท่า


    โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ใน Zhengzhou Airport Economy Zone ครอบคลุมพื้นที่ 10.67 ตารางกิโลเมตร หรือราว 6,669 ไร่ และถือเป็นโรงงานที่มีพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่ที่สุดของ BYD เมื่อเทียบกับโรงงานทั้ง 8 แห่งของบีวายดี

    ด้วยขนาดพื้นที่ระดับเมืองย่อมๆ BYD ต้องสร้างระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลภายในโรงงาน เพื่อใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางของพนักงานโดยเฉพาะ สะท้อนถึงการวางผังโรงงานที่คิดในระดับ “เมืองอุตสาหกรรม” มากกว่าสายการผลิตทั่วไป


    โรงงานเริ่มก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2022 และสามารถเริ่มเดินสายการผลิตได้ในเดือนมีนาคม 2023 ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยในปีแรกสามารถผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 230,000 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 550,000 คันในปี 2024


ระบบการผลิตอัตโนมัติที่แทบไม่พึ่งแรงงานมนุษย์

    BYD Zhengzhou Factory ที่พาสื่อมวลชนเยี่ยมในครั้งนี้มี 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

    1. Stamping Plant สายการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างตัวรถ เช่น ฝากระโปรง ประตู และแผงตัวถัง ด้วยอัตราการผลิตสูงถึง 15 ชิ้นต่อนาที ตั้งแต่ขั้นตอนการปั๊มขึ้นรูปไปจนถึงการลำเลียงชิ้นส่วนล้วนดำเนินการโดยระบบอัตโนมัติ แรงงานมนุษย์มีบทบาทเพียงในการป้อนแผ่นเหล็กและตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย

    2. Welding Plant สายการเชื่อมโครงสร้างตัวรถ เช่น การเชื่อมห้องโดยสารเข้ากับพื้นรถ ใช้ Arm Robot เป็นแกนหลักของการทำงาน สามารถเชื่อมโครงสร้างรถยนต์ได้มากถึง 1,000 คันต่อวัน (โรงงานเปิด 8 ชั่วโมง/วัน ทำงานทุกวัน) โดยพนักงานทำหน้าที่ควบคุมการไหลของชิ้นส่วน (ส่งชิ้นส่วนเข้าและออกเครื่อง) และระบบโลจิสติกส์ภายในโรงงานเป็นหลัก

    3. Final Assembly Plant ขั้นตอนสุดท้ายของการประกอบรถยนต์ ตั้งแต่การติดตั้งระบบต่างๆ ไปจนถึงการติดตั้งแบตเตอรี่ ก่อนส่งมอบออกมาเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ที่พร้อมใช้งาน


การสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจรในเมืองเดียว

    นอกเหนือจากการผลิตรถยนต์นั่งพลังงานใหม่ใน 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การขึ้นรูป การเชื่อมโครงสร้าง การพ่นสี และการประกอบขั้นสุดท้าย BYD ยังออกแบบโรงงานให้รองรับการผลิตชิ้นส่วนสำคัญเกือบทั้งหมดภายในพื้นที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ ระบบควบคุมไฟฟ้า ระบบจ่ายพลังงาน ระบบขับเคลื่อน ระบบปรับอากาศ ระบบบังคับเลี้ยว ชิ้นส่วนตกแต่ง โคมไฟ โครงสร้างตัวรถ เบาะนั่งโดยสาร รวมถึงหัวใจหลักอย่าง Blade Battery และแบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อน ตลอดจนการผลิตวัสดุขั้นสูง


    โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์สำคัญของ BYD ในการลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก พร้อมควบคุมต้นทุน คุณภาพ และความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันในตลาดโลก


98% Automation กับความแม่นยำระดับ 0.01 มิลลิเมตร

    BYD ระบุว่า โรงงาน Zhengzhou ใช้ระบบอัตโนมัติสูงถึง 98% โดยเฉพาะในกระบวนการเชื่อมโครงสร้างที่ดำเนินการโดยหุ่นยนต์อุตสาหกรรม สายการผลิตรองรับการประกอบรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่น ด้วยการผสานกระบวนการผลิตอัตโนมัติขั้นสูงกว่า 11 รูปแบบ ทั้งการเชื่อมโครงสร้างอัตโนมัติ และการตรวจสอบคุณภาพแบบออนไลน์

    ผลลัพธ์คือความสามารถในการผลิตรถยนต์ได้สูงสุด 50 คันต่อชั่วโมง พร้อมควบคุมความคลาดเคลื่อนในการผลิตได้ในระดับ 0.01 มิลลิเมตร ผ่านระบบตรวจสอบการผลิตแบบเรียลไทม์ ระบบควบคุมการปฏิบัติการผลิต ระบบจัดกลุ่มอัตโนมัติ และสายพานการผลิตอัตโนมัติเต็มรูปแบบ


    ทั้งหมดนี้ทำให้การผลิต Blade Battery และแบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อนของ BYD เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของการประกอบเป็นแพ็กแบตเตอรี่


โรงงานที่สะท้อนทิศทางอนาคตของ BYD

    เบื้องหลัง BYD Zhengzhou Factory คือวิสัยทัศน์ในการผลักดัน “คลื่นลูกใหม่ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ” เพื่อสร้างรถยนต์พลังงานใหม่ที่แข่งขันได้ในระดับโลก ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    โรงงานแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงฐานการผลิตขนาดใหญ่ แต่เป็นภาพสะท้อนของยุทธศาสตร์ระยะยาว ที่ทำให้ BYD ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในยุคไฟฟ้าอย่างแท้จริง





อ้างอิง

    - BYD's largest Chinese megafactory dwarfs Tesla's Austin site. Satellite images show it's getting even bigger

    - BYD is building the world's largest car factory in Zhengzhou



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Tesla เสียแชมป์ EV โลก หลังยอดขายลดต่อเนื่อง BYD แซงขึ้นเบอร์หนึ่ง กวาดยอดขายได้กว่า 2.25 ล้านคัน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine