“เพียวไซเคิล” เลือกระยอง! บีโอไอไฟเขียวลงทุน 8.1 พันล้าน ตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ใช้เศษพลาสติกไทยเป็นวัตถุดิบ 100%

“เพียวไซเคิล” เลือกระยอง! บีโอไอไฟเขียวลงทุน 8.1 พันล้าน ตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ใช้เศษพลาสติกไทยเป็นวัตถุดิบ 100%

FORBES THAILAND / ADMIN
04 Jun 2026 | 11:57 AM
READ 242

บีโอไอ อนุมัติ “เพียวไซเคิล” จากสหรัฐอเมริกา เดินหน้าลงทุนกว่า 8,100 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงที่จังหวัดระยอง ใช้เศษพลาสติกในประเทศเป็นวัตถุดิบ 100% กำลังการผลิตราว 59,000 ตันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก รับเทรนด์เศรษฐกิจสีเขียวเติบโตทั่วโลก


    นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของ บริษัท เพียวไซเคิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ PureCycle เพื่อลงทุนโครงการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิดโพลีโพรพิลีน โดยมีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 8,100 ล้านบาท ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จังหวัดระยอง

    โครงการดังกล่าวใช้เทคโนโลยี Dissolution Recycling จากสหรัฐอเมริกา ซึ่ง เพียวไซเคิล เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสิทธิ์ใช้งานผลิตเชิงพาณิชย์ภายใต้สิทธิบัตรจาก บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นกระบวนการรีไซเคิลที่ใช้ตัวทำละลายในการแยกสี กลิ่น และสิ่งปนเปื้อนออกจากพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่ผ่านการใช้งานแล้วในระดับโมเลกุล

    ทำให้สามารถผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงพลาสติกบริสุทธิ์ ภายใต้ชื่อ PureFive™ ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นทรัพยากรที่หมุนเวียนได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการนี้มีกำลังผลิตประมาณ 59,000 ตันต่อปี โดยใช้เศษพลาสติกในประเทศเป็นวัตถุดิบ 100% คิดเป็นปริมาณราว 65,600 ตันต่อปี หรือมูลค่ากว่า 1,150 ล้านบาท

    สำหรับจุดเด่นของโครงการ คือการนำเศษพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย กลับมาเพิ่มมูลค่าผ่านเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง ซึ่งไทยมีทั้งปริมาณวัตถุดิบและห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่พร้อมรองรับธุรกิจรีไซเคิลยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ PureCycle เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้จะจำหน่ายในประเทศร้อยละ 50 ให้กับ P&G และ ลอรีอัล (ประเทศไทย) ส่วนที่เหลือจะส่งออกไปยังตลาดเอเชีย เช่น ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย


    ทั้งนี้ ในปัจจุบันความต้องการพลาสติกรีไซเคิลในตลาดโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ากว่า 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะแตะ 132,000 ล้านเหรียญภายในปี 2576 หรือเติบโตเฉลี่ยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี

    แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกฎระเบียบ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ของสหภาพยุโรปที่กำหนดเป้าหมายด้านความสามารถในการรีไซเคิลและการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ รวมถึงพันธสัญญาด้าน ESG และเป้าหมาย Net Zero ของแบรนด์สินค้าชั้นนำอย่าง Coca-Cola, P&G, Unilever และ Nestlé ส่งผลให้ความต้องการเม็ดพลาสติกรีไซเคิลโพลีโพรพิลีนความบริสุทธิ์สูง (Ultra-Pure Recycled Polypropylene : UPRP) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    “การที่ PureCycle ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกระดับโมเลกุลจากสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิตหลักเพื่อให้บริการตลาดเอเชียคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าไทยมีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่รองรับธุรกิจรีไซเคิลยุคใหม่ได้ โครงการนี้ถือเป็นการลงทุนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคได้” นฤตม์ กล่าว




ภาพจาก เพียวไซเคิล (ใช้เพื่อประกอบข่าวเท่านั้น)




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : บุกโรงงานระยอง เฟส 2 “Continental” ขยายลงทุน 1.3 หมื่นล้าน เพิ่มกำลังผลิตยางอีก 3 ล้านเส้นต่อปี ดันไทยสู่ฮับเอเชียแปซิฟิก

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine