กระแส Wellness ในเอเชียแปซิฟิกมาแรง 82% คนใส่ใจ "สุขภาพแบบองค์รวม" มากสุด และโฟกัส "คุณภาพการนอนหลับ" 44%

กระแส Wellness ในเอเชียแปซิฟิกมาแรง 82% คนใส่ใจ "สุขภาพแบบองค์รวม" มากสุด และโฟกัส "คุณภาพการนอนหลับ" 44%

FORBES THAILAND / ADMIN
10 Aug 2026 | 05:53 PM
READ 81

กระแส Wellness ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APAC มาแรง ผู้คนราว 82% ให้ความสำคัญ "สุขภาพแบบองค์รวม" มากสุด และยังตระหนักรู้เรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยโฟกัสเรื่องคุณภาพการนอนหลับถึง 44% รองมาคือ จัดการความเครียด 38% รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ 31% และคุมน้ำหนัก 30% เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว


    เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทและแพลตฟอร์มด้านสุขภาพ เผยผลสำรวจล่าสุด Herbalife APAC Wellness Culture Survey 2026 ที่จัดทำขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จากการเก็บข้อมูลผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 10,000 คน ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม โดยสะท้อนให้เห็นว่า “วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพ” (wellness culture) ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)

    ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า 82% ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะที่ 74% ระบุว่า สุขภาพแบบองค์รวมมีความสำคัญต่อชีวิตมากกว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ตอบแบบสำรวจเน้นให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพการนอนหลับถึง 44% การดูแลสุขภาพจิตและการจัดการความเครียดอยู่ที่ 38% การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ 31% และการควบคุมน้ำหนัก 30% เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    โทมัส ฮาร์มส์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เฮอร์บาไลฟ์ กล่าวว่า “เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าผู้คนในปัจจุบันมีการปรับเอาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์มากกว่าที่เคย ซึ่งเฮอร์บาไลฟ์เชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมเป็นสิ่งที่ต้องสร้างอย่างต่อเนื่อง ผ่านโภชนาการที่ได้รับการสนับสนุนด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละบุคคล และการมีคอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ที่จะช่วยให้ผู้คนไปถึงเป้าหมายด้านสุขภาพที่ต้องการ และเป็นการวางรากฐานสู่คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน”


กระแสรักสุขภาพมาแรง ผู้คนต้องการแรงสนับสนุนจากคนรอบตัว

     ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้คนในปัจจุบันหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เป็นผลจากอายุที่มากขึ้น 46% ประสบการณ์ด้านสุขภาพที่ตัวเองเจอ 42% การรับรู้เกี่ยวกับกระแสการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น 32% และต้องการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาว 31%

    และแม้ผู้คนจะหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น แต่มีเพียง 2 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสำรวจเท่านั้น ที่รู้สึกว่าสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาวะทางอารมณ์ของตนเองดีขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่สามารถรักษาพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การไม่มีเวลา 38% และการขาดแรงจูงใจ 34%

    อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจยังระบุด้วยว่า ครอบครัวและเพื่อน รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ เป็นสองปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการดูแลสุขภาพของพวกเขามากที่สุด เห็นได้จากตัวเลขของความต้องการแรงสนับสนุนเพื่อดูแลสุขภาพกาย 65% ต้องการแรงสนับสนุนด้านสุขภาพจิต 51% และสุดท้ายต้องการแรงสนับสนุนทางอารมณ์จากผู้คนในสังคมรอบตัว 46% 



ภาพ : เฮอร์บาไลฟ์ และ magnific.com



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : แพทย์ชี้ คนรุ่นใหม่ "กระดูก-ข้อเสื่อมก่อนวัย" เพิ่มขึ้น 30% แนะเล่นกีฬา-ออกกำลังกายแบบพอดี อย่าหักโหมตามเทรนด์

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine