AssetWise กางแผนปี 69 เปิด 11 โครงการใหม่ มูลค่า 17,555 ล้านบาท อยู่ใน ‘ภูเก็ต’ ไปแล้ว 6 โครงการ รับดีมานด์ต่างชาติซื้อบ้านพัก-ลงทุน

AssetWise กางแผนปี 69 เปิด 11 โครงการใหม่ มูลค่า 17,555 ล้านบาท อยู่ใน ‘ภูเก็ต’ ไปแล้ว 6 โครงการ รับดีมานด์ต่างชาติซื้อบ้านพัก-ลงทุน

AssetWise ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2569 เดินหน้าเปิด 11 โครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และภูเก็ต มูลค่ารวมกว่า 17,555 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายรวม 18,500 ล้านบาท


    กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เผยว่า แม้ในปี 2568 ที่ผ่านมาจะเต็มไปด้วยความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงต้นปี แต่ AssetWise ยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถส่งมอบโครงการแล้วเสร็จได้ถึง 7 โครงการ

    ส่งผลให้ปีนี้ เป็นปีที่ AssetWise มีโครงการพร้อมโอนมากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยปัจจุบัน บริษัทมีโครงการในพอร์ตทั้งหมด 86 โครงการ เป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ครบ 100% แล้วกว่า 36 โครงการ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการก่อสร้างและรอส่งมอบ ซึ่งครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโด

    “เป็นปีที่บริษัทมีโอกาสเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นกระแสเงินสดได้มาก โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเงินสดเพิ่มเติมในโครงการใหม่ ทำให้ปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งปีพิเศษของ AssetWise”

    ในปี 2568 ที่ผ่านมา AssetWise สามารถทำยอดขายรวมได้ 23,407 ล้านบาท สูงกว่าเป้ายอดขายซึ่งตั้งไว้ที่ 19,500 ล้านบาท ราว 20% และเติบโตขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปี 2567 จากการบริหารจัดการสต๊อกโครงการพร้อมอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มสัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ในจังหวัดภูเก็ตจนสามารถสร้างยอดขายในภูเก็ตได้ถึง 13,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 69%

    ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ 10 โครงการ มูลค่ารวม 22,000 ล้านบาท แต่สามารถปิดปีด้วยการเปิดตัวได้ 11 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 23,600 ล้านบาท โดยเป็นโครงการในจังหวัดภูเก็ต 8 โครงการ มูลค่า 19,300 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยมีการเปิดเพิ่มจากแผนเดิมถึง 5 โครงการ 

    ขณะที่ในกรุงเทพมหานคร เปิดตัวได้ 3 โครงการ มูลค่า 4,300 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิม 5 โครงการ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แผ่นดินไหวและภาวะตลาดโดยรวมที่ยังไม่เอื้ออำนวย 

    สำหรับยอดพรีเซล บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 19,500 ล้านบาท แต่สามารถทำได้จริง 23,407 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากโครงการในจังหวัดภูเก็ต คิดเป็นสัดส่วนกว่า 56%


ปี 69 เปิดใหม่ 11 โครงการ มูลค่า 1.7 หมื่นล้าน ภูเก็ตฮ็อตไม่หยุด

    “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังอยู่ในภาวะทรงตัวต่อเนื่องจากปีก่อน แต่เราเห็นสัญญาณบวกจากสมดุลของตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ดีเวลอปเปอร์เน้นบริหารจัดการสต๊อกและศึกษาตลาดก่อนเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาลดความรุนแรงลง ขณะที่กำลังซื้อฝั่งเรียลดีมานด์ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศ ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่ง เช่นเดียวกับในประเทศ สถานการณ์ภัยธรรมชาติและภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อและทำให้ผู้ประกอบการวางแผนได้มีประสิทธิภาพ ในสภาวะที่ตลาดมีความเฉพาะตัวสูง ดีเวลอปเปอร์ที่มองเห็นโอกาสและเข้าใจตลาดอย่างแท้จริงจะยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง” กรมเชษฐ์ กล่าว

    พร้อมเผยว่า ในปี 2569 AssetWise ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 18,500 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 12,500 ล้านบาท เติบโต 19% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ปีก่อน โดยมีโครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนจำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 26,760 ล้านบาท

    ขณะเดียวกัน มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 17,555 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 โครงการ มูลค่ารวม 7,455 ล้านบาท และภูเก็ต 6 โครงการ มูลค่ารวม 10,100 ล้านบาท

    โดยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงครึ่งปีแรกจะทยอยเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม Kave Carnival Rangsit รวมถึงโครงการแนวราบแบรนด์ใหม่ Blessini Rangsit ที่เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น และโครงการช็อปเฮาส์ภายใต้แบรนด์ Wise House Rangsit บนทำเลใกล้มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ภายใต้โครงการมิกซ์ยูส Wise Park Rangsit ที่พัฒนาบนพื้นที่กว่า 60 ไร่

    สำหรับการลงทุนในจังหวัดภูเก็ต กรมเชษฐ์ ระบุว่า AssetWise เข้าไปถือหุ้นหลักใน บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือ Title ในสัดส่วน 68.9% ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตลาดใหม่ ส่งผลให้ธุรกิจในภูเก็ตเติบโตอย่างชัดเจน

    ภูเก็ตถือเป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” และเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก มีชายหาดมากกว่า 30 แห่ง และรายล้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างพังงาและกระบี่ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกพำนักระยะยาว และต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ตเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวชี้วัดสำคัญคือจำนวนโรงเรียนนานาชาติที่ปัจจุบันมีมากถึง 14 แห่ง สะท้อนการเข้ามาพำนักของชาวต่างชาติและครอบครัวในระยะยาว

    การเข้าลงทุนของ AssetWise ทำให้ Title เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยก่อนเข้าซื้อกิจการ บริษัทมีมูลค่าประมาณ 4,412 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 49,260 ล้านบาท และมี backlog มากกว่า 15,259 ล้านบาท โดยมีโครงการในพอร์ตมากกว่า 15 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 44,850 ล้านบาท ซึ่งปีนี้มีโอกาสรับรู้รายได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท


    สำหรับปี 2569 Title และ AssetWise ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งที่ภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อนและการลงทุนในฐานะบ้านหลังที่สอง โดยมีแผนเปิดตัวโครงการในภูเก็ตจำนวน 6 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 5 โครงการ และพูลวิลล่า 1 โครงการ มูลค่ารวม 10,100 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลศักยภาพไปยังชายหาดใหม่ๆ ทั้งพื้นที่หาดในยาง หาดบางเทา หาดกะตะ หาดกมลา และหาดราไวย์ พร้อมเพิ่มอีก 2 ทำเลใหม่ล่าสุดคือ หาดสุรินทร์ และหาดกะรน

    โดยโครงการไฮไลท์ที่จะเปิดขายในเร็วๆ นี้ ได้แก่ Biancana Surin, Casa de Monte โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีในโซนเกาะแก้ว และ THE TITLE Vivana Kamala บนทำเลหาดกมลา ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงไฮซีซันนี้ เพื่อรองรับดีมานด์จากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

    หากรวมแผนการพัฒนาโครงการทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2569 Title จะมีโครงการที่ภูเก็ตรวม 21 โครงการ โดยจะทยอยโอนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 54,950 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ โรงแรม บีชคลับ และมิกซ์ยูสมอลล์ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

    “ภูเก็ตยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากไม่มีปัจจัยเสี่ยงด้านศาสนาหรือสงคราม โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากกว่า 10 ล้านคน ขณะที่ราคาคอนโดมิเนียมระดับประมาณ 7 ล้านบาท หรือราว 200,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบในระดับสากลยังถือว่าไม่สูง ทำให้ภูเก็ตมีโอกาสพัฒนาเป็น บ้านหลังที่สองของคนทั้งโลก”

    สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา Title มียอดพรีเซลรวมกว่า 13,000 ล้านบาท และมี backlog ณ สิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 15,259 ล้านบาท หรือ 2,402 ยูนิต ที่สำคัญโครงการในภูเก็ตยังมีรูปแบบการรับชำระเงินที่แตกต่างจากกรุงเทพฯ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยจะชำระเงิน 25% ในวันทำสัญญา และชำระเพิ่มอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 25% รวมเป็น 75% ก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้โอกาสที่ลูกค้าจะยกเลิกสัญญาหรือถูกปฏิเสธสินเชื่อมีน้อย ส่งผลให้ backlog ในกลุ่มนี้มีคุณภาพสูงและสามารถโอนได้เกือบ 100%


    แม้ตลาดภูเก็ตจะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มพูลวิลล่า แต่ กรมเชษฐ์ มองว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับความแตกต่างของโปรดักต์และการพัฒนาโครงการ โดยในระยะสั้นการลงทุนในภูเก็ตยังให้โอกาสที่ดีกว่ากรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ตลาดในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัว เนื่องจากซัพพลายในบางทำเลเริ่มลดลงและมีที่ดินเหลือจำกัด ในช่วงนี้บริษัทจึงให้น้ำหนักกับการลงทุนในภูเก็ตเป็นหลัก

    “จากตัวเลขการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าและนักลงทุนมีความเชื่อมั่นใน AssetWise อย่างเต็มที่ และในปีนี้บริษัทมีความพร้อมทั้งด้านเงินทุนและการบริหารจัดการ ขณะที่ภูเก็ตยังคงเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต ทำให้มั่นใจว่า Assetwise จะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะความท้าทาย” กรมเชษฐ์ กล่าว

    ทั้งนี้ AssetWise มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 32,861 ล้านบาท หรือ 8,740 ยูนิต แบ่งเป็นโครงการที่จะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2568 มูลค่า 7,875 ล้านบาท หรือ 2,515 ยูนิต และโครงการที่จะแล้วเสร็จในช่วงปี 2569-2570 มูลค่าประมาณ 24,986 ล้านบาท หรือ 6,225 ยูนิต โดยสัดส่วน backlog มาจากกรุงเทพมหานคร 45% ภูเก็ต 47% และพื้นที่ EEC อีก 8% สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้และการเติบโตในระยะยาว




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : SC Asset ผนึก Tokyo Tatemono พันธมิตรบิ๊กอสังหาญี่ปุ่น ร่วมทุนเปิด 2 คอนโดลักชัวรี่ใหม่ มูลค่ากว่า 20,000 ล้าน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine