เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป เปิดแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ ปักธงทำเลศักยภาพสูงย่านราชประสงค์-ประตูน้ำ-ราชปรารภ ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ในชื่อ “The Neighbourhood of Platinum” ให้เป็นอีกหนึ่ง CBD Mega Mixed-Use Ecosystem ใจกลางเมือง พร้อมรีแบรนด์ THE MARKET BANGKOK ครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อ THE PLATINUM SQUARE ใหม่
สุรชัย โชติจุฬางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้วางทิศทางการพัฒนาและการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมุ่งยกระดับพัฒนา 3 ธุรกิจหลัก ที่ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านราชประสงค์-ประตูน้ำ-ราชปรารภ ให้มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันได้ในระยะยาว พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคนักช็อป นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการยุคใหม่
โดยธุรกิจดังกล่าว ประกอบด้วย ศูนย์การค้า 3 แห่ง ได้แก่ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์, เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก, เดอะ แพลทินัม สแควร์ รวมพื้นที่ทั้งหมด 345,475 ตร.ม. และมีโรงแรมอีก 3 แห่ง ได้แก่ โนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ, ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์, มาม่า เชลเตอร์ แบงคอก แพลทินัม รวมห้องพักทั้งหมดมากกว่า 1,300 ห้อง นอกจากนี้ยังมีอาคารสำนักงาน Pier111 ที่ตั้งอยู่บนโครงการเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก พื้นที่รวม 55,000 ตร.ม.
สำหรับ “The Neighbourhood of Platinum” เป็นการปักธงสู่แลนด์มาร์กระดับโลก โดยดึงจุดแข็งทำเลศูนย์กลางเมืองที่มีโครงข่ายคมนาคมครบวงจร อาทิ ทางเดินลอยฟ้า ราชประสงค์ วอล์ค ที่เชื่อมโยงถึงโครงการศูนย์การค้าสามารถเดินต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าชิดลมและสยาม หรือจะเดินทางไปยังท่าเรือประตูน้ำ
นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มในอนาคตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งต่อไปพื้นที่แห่งนี้จะเป็นมากกว่าย่านการค้าและท่องเที่ยวเพื่อจับจ่ายใช้สอย แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกมาใช้ชีวิต พบปะ สร้างโอกาสและประสบการณ์ เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในทุกมิติ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
ไฮไลต์สำคัญคือการรีแบรนด์ THE MARKET BANGKOK ครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อ THE PLATINUM SQUARE ใหม่
การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้ได้นำจุดแข็งและเอกลักษณ์ของแบรนด์ PLATINUM FASHION MALL ที่เป็นผู้นำศูนย์การค้า ค้าส่ง–ค้าปลีกแฟชั่นอันดับ 1 ของประเทศและอาเซียนมายาวนานกว่า 20 ปี มาถอดรหัสความสำเร็จเป็น PLATINUM DNA ประกอบด้วย 3 V ได้แก่ VARIETY - VALUE - VOLUME นำมาขับเคลื่อนพัฒนาธุรกิจศูนย์การค้า สร้างประสบการณ์ Retail & Wholesale ใหม่ที่ทันสมัย
การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อหรือโลโก้ แต่เป็นการพลิกโฉมจุดยืน เป้าหมายและคุณค่าของการให้บริการธุรกิจ ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจแบบองค์รวม นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับ THE MARKET BANGKOK เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “PLATINUM POP” (แพลทินัม ป๊อป) เป็นการปรับ Positioning ใหม่สู่ “The Center of Bangkok’s Pop Life” ศูนย์รวมความป๊อปของกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยหลับใหล เช่นเดียวกับเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยหายไปไหน แต่ซ่อนอยู่ในความวุ่นวายความคึกคักที่ไม่เคยหยุดนิ่ง รวมเป็นความสนุกที่เกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจ พลิกประสบการณ์ช็อปในย่านราชประสงค์ สู่รูปแบบใหม่ที่ไร้กรอบ HIGH ENERGY, FLEX-FRIENDLY, VALUE-FIRST ให้ทุกก้าวเต็มไปด้วยสีสันและการค้นพบใหม่ๆ สร้างความตื่นเต้นในทุกจังหวะการช็อป
โดยในเฟส 1 ประเดิมด้วย “Lai Jie” (ไหล่เจี๊ยะ) ฮับความอร่อยนานาชาติ ที่มาพร้อมกลิ่นไอแห่งเสน่ห์ที่ไม่เคยหลับใหลของย่านเยาวราช บริเวณชั้น G และชั้น M ใช้งบลงทุนกว่า 180 ล้านบาท พื้นที่รวม 8,000 ตารางเมตร เป็นศูนย์รวมความอิ่มอร่อยแห่งใหม่ใจกลางย่านราชประสงค์ อาทิ ร้านอร่อยระดับตำนานที่สืบทอดความอร่อยยาวนานกว่า 100 ปี ร้านดังจากเยาวราชที่ครองใจนักชิมทุกยุคสมัย ร้านฮิตติดกระแสไวรัล และลิสต์พิกัดสำหรับนักท่องเที่ยวสายกินต้องเช็กอินให้ครบ เปิดให้บริการภายในเดือน มิ.ย. 2569

นอกจากนี้ยังมี “EVEANDBOY” บิ๊กแบรนด์บิวตี้ไลฟ์สไตล์ มาพร้อมความน่าตื่นเต้นกับการประเดิมเปิด EVEANDBOY Cafe ครั้งแรกของโลก ที่บริเวณชั้น M เปิดให้บริการภายใน มิ.ย. 2569

ที่เรียกได้ว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ คือการเปิดตัว “TOFU SKINCARE MEGAMART” ศูนย์กลางความงามแบรนด์ไทยอันดับ 1 บนพื้นที่กว่า 7,200 ตร.ม. รวมสินค้าและนวัตกรรมความงามครบครัน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งช็อปปิ้ง แต่คือ Beauty Experience Destination ที่เปลี่ยนทุกการเลือกซื้อให้กลายเป็น “Beauty Journey” มอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าทั้งชาวไทย นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการจากทั่วโลก เปิดให้บริการภายใน ก.ค. 2569

HOUSE OF LITTLEBUNNY เตรียมเปิดเมกะแฟล็กชิปสโตร์ นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ไทยสู่การเติบโตในระดับภูมิภาคเอเชีย มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าจากทั่วทุกภูมิภาคอย่างเป็นทางการ บริเวณชั้น 1 ภายใน ส.ค. 2569
นอกจากนี้ยังมีร้านค้ายอดนิยมที่ปัจจุบันเปิดให้บริการ ได้แก่ ชั้น G ร้าน STARBUCKS ชั้น 3 ร้าน MOMO PARADISE, ร้านพระราม 9 ไก่ย่าง และชั้น 4 ร้าน Let’s Relax Spa, 786 SALON, MOS Dental Clinic
เตรียมพบกับความป๊อปเต็มรูปแบบกับ PLATINUM POP เฟส 2 ภายในไตรมาส 1 ปี 2570 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการ Revolution Tenant Mix ใหม่ พบกับร้านค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทุกแพชชั่น ในราคาที่ย่อมเยาต่อรองได้ นอกจากนี้ยังได้คัดสรรร้านค้าในรูปแบบ “Hybrid Retail & Wholesale” มาจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในแบบค้าส่งและค้าปลีก เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกให้กับลูกค้า ทั้งกลุ่มชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจ ให้สามารถมาใช้บริการช้อปครบจบในที่เดียว
สำหรับหมวดสินค้าที่จะนำมาเปิดให้บริการยกตัวอย่าง เช่น Art – Toy & Hobby, Game & Gadget, Beauty & Wellness, 2nd Hand Fashion & Brand Name , Coffee & Tea Selection, Specialty Café ,Bar & Restaurant, International Buffet ให้ได้ Hangout กันแบบ All Day All Night
ด้านศูนย์การค้า THE PLATINUM SQUARE ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “PLATINUM PALAIS” (แพลทินัม พาเล) ยกระดับสู่อาณาจักรศูนย์กลาง Fashion Ecosystem ระดับภูมิภาค พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย ในทุกภาคส่วนให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ภายใต้แนวคิด Spectrum of Fashion ที่สะท้อนความหลากหลายของแฟชั่นที่พร้อมตอบสนองความต้องการที่หลายหลากของผู้คนในที่เดียว งบลงทุนกว่า 7,800 ล้านบาท
โดยตัวอาคารมีทั้งหมด 48 ชั้น แบ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้า 4 ชั้น และโรงแรมมาม่า เชลเตอร์ แบงคอก แพลทินัม ซึ่งบริหารงานโดยเอนนิสมอร์ บริษัทร่วมทุนของแอคคอร์ จำนวนห้องพักกว่า 500 ห้อง รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 100,000 ตร.ม. ตั้งบนพื้นที่ 7 ไร่ บริเวณสี่แยกประตูน้ำ โดยศูนย์การค้าคาดว่าจะพร้อมเปิดบริการได้ในปี 2571 ขณะที่โรงแรมเปิดให้บริการในปี 2572

นอกจากนี้ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ยังเดินหน้าปรับปรุงพร้อมยกระดับการให้บริการธุรกิจโรงแรมที่อยู่ในทำเล “The Neighbourhood of Platinum” ได้แก่ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ จำนวน 288 ห้อง ที่ตั้งอยู่บนโครงการแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ บริหารงานโดยเครือโรงแรมแอคคอร์ ได้ทำการปรับปรุงพัฒนาห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง และห้องอาหาร วิว รูฟท็อป กรุงเทพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของลูกค้าให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคตมากยิ่งขึ้น โดยทยอยดำเนินการทีละเฟสควบคู่ไปกับการเปิดให้บริการตามปกติ ใช้งบประมาณ 227 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาส 2 ปี 2569

โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ จำนวนห้องพัก 504 ห้อง ที่ตั้งอยู่บนโครงการ PLATINUM POP บริหารงานโดยเครือแมริออท อินเตอร์เนชันแนล ล่าสุดเปิดให้บริการ Rooftop Bar ใหม่บนดาดฟ้า ชั้น 32 ภายใต้ชื่อสาโท ซัง “Sato San” ไฮไลต์คอนเซ็ปต์ ผสานวัฒนธรรมไทย-อีสาน และญี่ปุ่น มาบรรจบกันผ่านรสชาติ งานคราฟต์ และวัฒนธรรม สร้างชีวิตชีวาใจกลางกรุงเทพฯ
ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บริษัทยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเสริมสร้างรายได้ระยะยาวควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ โดยเมื่อโครงการต่าง ทยอยเปิดบริการอย่างครบถ้วน คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด
ทั้งนี้ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนา “โครงการ” หากแต่กำลังรังสรรค์ “ย่านแห่งอนาคต” ที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง ของการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ และโอกาสทางธุรกิจของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง
ภาพ: เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : "Flying Tiger Copenhagen" กางแผนปี 69 ทุ่มงบ 200 ล้าน ปักธงย่าน CBD ขยายสาขาเพิ่ม 20 แห่งทั่วประเทศ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

