หนึ่งในความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของสยามพิวรรธน์ คือการเปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” เมกะโปรเจกต์มูลค่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการนำโมเดลการพัฒนาจุดหมายปลายทางระดับโลก ที่สร้างความสำเร็จในกรุงเทพฯ ออกไปต่อยอดในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างภูเก็ต
สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าสนใจ ไม่ได้มีเพียงเม็ดเงินลงทุน แต่คือภาพใหญ่ของโครงการที่วางบทบาทให้ไอคอนภูเก็ตเป็นมากกว่าแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ด้วยการเป็นเกตเวย์ที่เชื่อมศักยภาพของ 14 จังหวัดภาคใต้เข้ากับผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลก

เบื้องหลังโมเดลสร้างจุดหมายปลายทางระดับโลกของสยามพิวรรธน์
หากมองย้อนกลับไปตลอดกว่า 67 ปี สยามพิวรรธน์ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และจุดหมายปลายทางที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการรีเทลไทย ตั้งแต่สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ การเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม ไปจนถึงสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ สิ่งที่เชื่อมโครงการเหล่านี้เข้าด้วยกัน คือแนวคิดการสร้างจุดหมายปลายทางที่สามารถดึงดูดผู้คน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใน Ecosystem เติบโตไปด้วยกัน
หนึ่งในตัวเลขที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัด คือเครือข่ายผู้ประกอบการตั้งแต่แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกไปจนถึง SME ไทยกว่า 50,000 ราย ที่ร่วมเติบโตกับศูนย์การค้าของกลุ่มสยามพิวรรธน์อย่างต่อเนื่อง ตัวเลขนี้จึงสะท้อนว่า ความสำเร็จของโครงการไม่ได้อยู่เพียงที่จำนวนผู้คนที่เข้ามาใช้พื้นที่ แต่อยู่ที่การเปลี่ยน Traffic ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ และสร้างการเติบโตให้กับคู่ค้า พันธมิตร และผู้ประกอบการใน Ecosystem เดียวกัน

เบื้องหลังผลลัพธ์เหล่านี้ ยังมาจากการนำความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจเทรนด์ และพฤติกรรมผู้บริโภคมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ ซึ่งทำให้ทุกโครงการของสยามพิวรรธน์สามารถก้าวจากศูนย์การค้าไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่สร้างภาพจำใหม่ให้กับเมือง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สยามพารากอนและไอคอนสยาม ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ แต่ยังกลายเป็นกรณีศึกษาที่ผู้พัฒนาโครงการจากหลายประเทศเดินทางมาเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยไอคอนสยามยังได้รับการจัดให้อยู่ใน Top 3 ของโลก ในฐานะ “Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years” จาก MAPIC Awards 2025 ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ตอกย้ำการยอมรับในระดับนานาชาติที่มีต่อโมเดลการพัฒนาจุดหมายปลายทางของสยามพิวรรธน์
ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของไอคอนสยามยังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่ ทั้งการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงการมีส่วนผลักดันฝั่งธนบุรีให้กลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการค้าของเมือง ทำให้เห็นว่า ความสำเร็จของโครงการสามารถส่งต่อไปยังผู้ประกอบการ ชุมชน และพื้นที่รอบข้างได้จริง
ล่าสุด แนวคิดนี้ได้ถูกนำมาต่อยอดสู่ไอคอนภูเก็ต โดยขยับจากการสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่รอบโครงการ ไปสู่การเชื่อมศักยภาพของทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้เข้ากับโอกาสในระดับโลก

ไอคอนภูเก็ต เมื่อโมเดลจุดหมายปลายทางถูกขยายสู่ระดับภูมิภาค
ไอคอนภูเก็ต ถูกวางให้เป็น Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination มูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท พร้อม 12 World-Class Attractions ที่ผสาน Retail, Entertainment และประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2029
ในด้านการออกแบบ ไอคอนภูเก็ตพัฒนาภายใต้แนวคิด Sustainable Global Landmark โดยให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ควบคู่ไปกับพื้นที่รีเทล เห็นได้จากการจัดพื้นที่สีเขียวและสวนกลางแจ้งมากกว่า 40% ของโครงการ รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ราวหนึ่งในสามให้กับ Entertainment และ Attraction ระดับโลก เพื่อให้ที่นี่เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจับจ่าย แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนสามารถมาใช้เวลา พักผ่อน และทำกิจกรรมได้ตลอดทั้งวัน
ขณะเดียวกัน โครงการยังเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ “Synthesis Ark Phuket” เมกะโปรเจกต์ Integrated Mixed-use Development มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทซีวี ซึ่งถูกวางแนวคิดให้เป็นเมืองต้นแบบแห่งอนาคตที่เชื่อมการอยู่อาศัย การทำงาน การท่องเที่ยว และการพักผ่อนเข้าไว้ด้วยกัน
แต่จุดที่ทำให้ไอคอนภูเก็ตยิ่งน่าสนใจ คือการวางบทบาทภายใต้แนวคิด “Gateway to the Southern Potential” ให้เป็นประตูเชื่อมศักยภาพของ 14 จังหวัดภาคใต้ไปสู่ผู้คนจากทั่วโลก โดยนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละพื้นที่มาต่อยอดในรูปแบบร่วมสมัย ผ่านกลยุทธ์ Co-Creation & Collaboration to Win ที่สยามพิวรรธน์ทำงานร่วมกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร สมาคม หอการค้า รวมถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่จาก 14 จังหวัดภาคใต้
ในมุมธุรกิจ ไอคอนภูเก็ตจึงถูกวางให้เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมผู้ประกอบการสู่ตลาด ที่ช่วยเปิดโอกาสให้ SME วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากทั่วโลก ขณะเดียวกันยังใช้ภูเก็ตเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คนได้รู้จักสินค้า วัฒนธรรม และจุดหมายอื่นๆ ในภาคใต้มากขึ้น เพื่อต่อยอดไปสู่การเดินทาง การใช้จ่าย และการกระจายรายได้สู่จังหวัดรอบข้าง เกิดเป็น Cluster Economy ที่เชื่อมโอกาสทางธุรกิจและการท่องเที่ยวของภาคใต้เข้าด้วยกัน
จากสยามพารากอนและไอคอนสยาม มาถึงไอคอนภูเก็ต จึงเป็นการต่อยอดแนวคิดการสร้างจุดหมายปลายทางของสยามพิวรรธน์ไปอีกขั้น โดยครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างพื้นที่ที่ดึงดูดผู้คน แต่ยังเชื่อมศักยภาพของภาคใต้ ทั้งการท่องเที่ยว ธุรกิจ ผู้ประกอบการ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เข้ากับโอกาสจากทั่วโลก เพื่อให้การเติบโตของไอคอนภูเก็ตสามารถส่งต่อไปถึงเศรษฐกิจและผู้คนในภูมิภาคได้ในระยะยาว


