Bangkok Airways ปี 2568 กำไร 3,580 ล้านบาท เดินหน้าซื้อเครื่องบินใหม่ 12 ลำ พร้อมเริ่มขยายสนามบินสมุย ไตรมาส 2 ปีนี้ รองรับนักท่องเที่ยว 6 ล้านคน ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลางทำต้นทุนน้ำมันพุ่ง เตรียมขึ้นค่าตั๋ว 15-20% วันที่ 1 เมษายนนี้
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) แถลงวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจ ประจำปี 2569 โดยเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจการบินระยะยาว พร้อมวางกลยุทธ์เติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านเครือข่ายเส้นทางบิน โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารต้นทุน ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินที่ยังคงผันผวน
โดยย้ำจุดยืนในการเป็น “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
แนวโน้มตลาดท่องเที่ยว-การบิน ท่ามกลางความเสี่ยง
พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศรวม 33.0 ล้านคน ลดลง 7.2% จากปี 2567 ที่มีจำนวน 35.6 ล้านคน
โดยตลาดยุโรปยังคงเติบโต 12.8% ขณะที่ตะวันออกกลางหดตัว 3.4% และตลาดเอเชีย (ไม่รวมมาเลเซีย) ลดลง 15.3% ส่วนตลาดอื่นๆ ปรับตัวลดลง 4.6% ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มปี 2569 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2569 ระบุว่าปริมาณผู้โดยสารทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3.8% โดยเฉพาะเอเชียแปซิฟิกเติบโต 4.4%
ทั้งนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัทจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ
โดยยอดสำรองที่นั่งล่วงหน้า ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 สำหรับการเดินทางช่วงเมษายน-กันยายน เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 2 ลดลง 3% และไตรมาส 3 เติบโต 9%
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ขยายฝูงบิน
พุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทได้เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเป็น 6 ล้านคนต่อปี
โดยเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 และขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร พร้อมเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินรวมเครื่องอัตโนมัติเป็น 40 จุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573
ขณะเดียวกัน ได้ขยายรันเวย์สนามบินตราด เป็น 2,000 เมตร เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างก่อสร้าง Taxiway และลานจอดอากาศยาน 3 จุด เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นอย่าง Airbus A320 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี
ด้านฝูงบินในปี 2569 นี้ คาดว่าจะมีเครื่องบินรวม 22-26 ลำ จากปัจจุบันที่มี Airbus A320 จำนวน 1 ลำ Airbus A319 จำนวน 11 ลำ และ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ พร้อมแผนสั่งซื้อ ATR 72-600 เพิ่มอีก 12 ลำ โดยจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบต่อเนื่องจนถึงปี 2571
คุมการเติบโต เน้นกำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงาน
พุฒิพงศ์ เผยว่า ในปี 2568 บริษัทมีเครือข่าย 25 เส้นทางบิน แบ่งเป็นในประเทศ 17 เส้นทาง และระหว่างประเทศ 8 เส้นทาง ครอบคลุม 19 จุดหมายปลายทาง โดยเป็นในประเทศ 11 แห่ง และต่างประเทศ 8 แห่ง
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานปี 2569 (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568) บริษัทตั้งเป้าจำนวนเที่ยวบินไว้ที่ 48,000 เที่ยวบิน ลดลง 2% ขณะที่ปริมาณการให้บริการที่นั่งอยู่ที่ 3,300 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลง 5% ด้านอัตราการบรรทุกผู้โดยสารคาดว่าจะอยู่ที่ 80% เพิ่มขึ้น 4% ส่วนจำนวนผู้โดยสารตั้งเป้าไว้ที่ 4.3 ล้านคนในระดับทรงตัว และค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 4,200 บาทต่อเที่ยวบิน โดยยังคงอยู่ในระดับเดิม
พุฒิพงศ์ ระบุว่า การตั้งเป้าดังกล่าวสะท้อนแนวคิดบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง เนื่องจากการขยายตัวอาจทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและกระทบต่อกำไร โดยบทเรียนจากช่วงโควิด-19 ชี้ให้เห็นว่าการลดขนาดธุรกิจทำได้ยากกว่าการขยาย จึงเลือกเติบโตในระดับที่มั่นใจและควบคุมได้
“การตั้งเป้าระดับนี้อาจทำให้ตัวเลขกำไรยังดีอยู่ ถ้าเพิ่มเส้นทางการบินแล้วมีผลลบมากกว่าเดิม ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น การขยายนั้นไม่ยาก แต่การถอยนั้นยากว่า นี่เป็นบทเรียนจากโควิด ถ้าเราโตและต้องลดไซส์ลงนั้นยากกว่า ต้องใช้ทั้งเวลาและกระทบอะไรอีกเยอะเเยะ อาจ conservative หน่อย แต่เอาที่เรามั่นใจก่อนดีกว่า”
ปี 68 ทำกำไร 3.5 พันล้าน ธุรกิจที่เกี่ยวข้องโตต่อ
ลีฬภัทร ลีฬหวณิช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงิน เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 26,067 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,580.3 ล้านบาท
โดยธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องยังเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจครัวการบิน (BAC) มีรายได้ 1,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% ให้บริการอาหาร 7.19 ล้านมื้อ ธุรกิจบริการภาคพื้น (BFS Ground) มีรายได้ 3,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากการให้บริการ 77,123 เที่ยวบิน และธุรกิจคลังสินค้าระหว่างประเทศ (BFS Cargo) มีรายได้ 2,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปริมาณสินค้า 508,784 ตัน
สำหรับธุรกิจสนามบินนั้น สนามบินสมุยมีผู้โดยสาร 2,996,045 คน เพิ่มขึ้น 9% และเที่ยวบิน 33,823 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 11%, สนามบินสุโขทัยมีผู้โดยสาร 60,750 คน ลดลง 6% และเที่ยวบิน 1,460 เที่ยวบิน ลดลง 0.3% ส่วนสนามบินตราดมีผู้โดยสาร 80,606 คน เพิ่มขึ้น 6% และเที่ยวบิน 1,596 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 10%
ต้นทุนน้ำมันพุ่ง ขึ้นค่าตั๋ว 15-20%
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดย พุฒิพงศ์ ระบุว่า ค่าน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และได้รับผลกระทบกันทั้งโลก
ส่งผลให้สายการบินต้องปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 15-20% ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน 2569 เช่น ตั๋วราคาพิเศษสำหรับคนบินไฟล์ทเช้า ก็อาจจะต้องปรับขึ้นเล็กน้อย เป็นต้น และต้องพิจารณาเป็นรายเส้นทาง อย่างไรก็ตามมีเพดานราคาค่าโดยสารค้ำอยู่ซึ่งไม่สามารถปรับให้เกินได้
สำหรับเส้นทางที่จะมีการปรับราคาค่าโดยสารในวันที่ 1 เมษายนนี้ ประกอบด้วย สมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมถึงเส้นทางอื่นๆ ที่ทำการบินด้วย ซึ่งจะมากน้อยแตกต่างกันไป
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เที่ยวแล้วต้องได้กินของอร่อยด้วย! คนไทยติดโผนักเดินทางสายกิน เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอาหารมาแรงในเอเชีย
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

