ในวันที่นักท่องเที่ยวบางคนเลือกดูดวงก่อนจองตั๋ว บางคนใช้ AI วางแผนเส้นทาง และบางคนเดินทางเพื่อฉลองการเลิกเหล้า “Booking.com” ได้จัดทำรายงานและคาดการณ์เทรนด์ท่องเที่ยวในปี 2026 โดยให้นิยามด้วยคำว่า “คุณ” หรือ Personalization ซึ่งสะท้อนมาจากพฤติกรรมของนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ต้องการค้นหาสิ่งใหม่ และเลือกการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองมากที่สุด
Branavan Aruljothi ผู้ดำรงตำแหน่ง Area Manager ของ Booking.com เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปีที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจจะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ผลสำรวจพบว่าการท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในลำดับต้นๆ ของการใช้จ่าย เมื่อผู้บริโภคมีกำลังทางการเงินที่เพียงพอ และคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปตลอดปี 2026
การท่องเที่ยวจะกลายเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของผู้เดินทาง แผนการเดินทางจะถูกสร้างขึ้นด้วยความสนใจที่ในอดีตอาจดูเฉพาะกลุ่มหรือเป็นเรื่องท้าทาย ผู้เดินทางกำลังทดสอบความสัมพันธ์ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งแฟนตาซี และเปลี่ยนห้องครัวของพวกเขาให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงการเดินทางที่ผ่านมา รวมถึงกำลังมองหาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์โร้ดทริป ตลอดจนการเข้าพักบ้านตากอากาศที่เต็มไปด้วยความล้ำสมัยของเทคโนโลยี
สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว Booking.com ได้แนะนำแนวทางสำคัญ 3 ประการเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ประการแรกคือ ผู้ประกอบกการต้องทำความเข้าใจว่าการเดินทางในอนาคตจะมีความเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละบุคคลมากขึ้น
ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นักท่องเที่ยวจึงต้องการความชัดเจนว่าเงินที่จ่ายไปนั้น จะได้รับคุณค่าและประสบการณ์แบบใดกลับมา ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตอบโจทย์ความคาดหวังนี้ให้ได้อย่างตรงจุด
ประการที่สอง คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้มากขึ้น เพื่อช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การจอง ไปจนถึงการใช้บริการจริง เทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และสามารถออกแบบบริการที่ตรงใจมากขึ้น
ส่วนประการสุดท้าย คือ การทำให้ทุกกระบวนการของการเดินทางและการจองเป็นเรื่องง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือการกดจองได้ทันที ความง่ายและความรวดเร็วจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของนักท่อง
สำหรับประเด็นด้านความยั่งยืน แม้จะไม่ได้ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของเทรนด์การเดินทางในปี 2026 แต่ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากมองว่าเรื่องนี้กลายเป็น “มาตรฐาน” ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงาน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ หรือการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนตามรอบที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามความหมายของคำว่าความยั่งยืนในมุมมองของนักท่องเที่ยวแต่ละคนยังแตกต่างกัน และระดับความสำคัญที่ให้กับเรื่องนี้ก็ไม่เท่ากันในแต่ละทริป
ทั้งนี้ Booking.com จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางทั่วโลกกว่า 29,000 คน จาก 33 ประเทศและดินแดน ผลสำรวจไม่เพียงสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนมีความเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของนักเดินทางที่กล้าลองสิ่งใหม่ เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และไม่รู้สึกผิดที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น ซึ่ง 10 เทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2026 มีดังนี้
1. Romantasy Retreats ทริปท่องโลกโรแมนตาซี

หลายศตวรรษที่หนังสือเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทางของทุกคน ไม่ว่าจะถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง หรือถูกหยิบมาอ่านบนรถไฟ เครื่องบิน และริมชายหาด แต่ในปี 2026 ซึ่งหนังสือและภาพยนตร์ประเภทโรแมนตาซีกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องเล่าและการเดินทางจึงกลายเป็นบทใหม่ เมื่อผู้เดินทางไม่เพียงก้าวเข้าสู่โลกในนวนิยายเท่านั้น แต่ยังก้าวเข้าสู่โลกแฟนตาซีด้วย
Booking.com คาดว่าในปีนี้ การท่องเที่ยวจะเปลี่ยนแปลงเป็นการดื่มด่ำไปกับบรรยากาศเสมือนเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีปราสาท ป่าลึกลับ งานเลี้ยงหรืองานเต้นรำสวมหน้ากากเป็นฉากหลังของการพักผ่อน
โดย 91% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าสนใจที่จะไปเยือนจุดหมายปลายทางที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายประเภทโรแมนตาซี และยิ่งกว่าแค่การเที่ยวชมสถานที่ ผู้เดินทาง 81% เปิดใจเข้าร่วมกิจกรรมสวมบทบาทตามเกม หนังสือ หรือภาพยนตร์ที่ชื่นชอบ และ 38% หรือมากกว่า 1 ใน 4 สนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ทริปท่องโลกแบบโรแมนตาซีเป็นแผนการเดินทางในอนาคต
ทั้งนี้ เทคโนโลยีได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกโฉมการเดินทางเพื่อหลีกหนีความจริงรูปแบบใหม่ โดย 92% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าได้เปิดใจให้กับคำแนะนำของ AI ซึ่งสอดคล้องกับความงามในโลกแฟนตาซี โดยให้ AI แนะนำที่พักอันเงียบสงบ เป็นส่วนตัวราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย หรือแนะนำจุดถ่ายทำภาพยนตร์แฟนตาซีในโลกความจริงให้
2. Humanoid Homes บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะ อนาคตแห่งการพักผ่อน

บ้านพักตากอากาศขึ้นชื่อเรื่องพื้นที่กว้างขางและความเป็นส่วนตัวมาอย่างยาวนาน แต่ในปี 2026 นี้ บ้านพักตากอากาศจะมีวิวัฒนาการไปสู่ความล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิม นั่นคือ บ้านที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าและสามารถช่วยเหลือผู้เข้าพักได้ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ทำความสะอาด หรือหุ่นยนต์เชฟที่ช่วยปรุงอาหารและล้างจาน ไปจนถึงระบบการจัดการน้ำ พลังงาน และของเสียอัจฉริยะ
ผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกพร้อมที่จะเปิดรับประสบการณ์การเข้าพักแบบใหม่ซึ่งผสมผสานความสะดวกสบายและความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน โดย 94% เขาเปิดใจที่จะจองบ้านพักตากอากาศที่ติดตั้งระบบหุ่นยนต์แล้ว
ประโยชน์ใช้สอยของหุ่นยนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเข้าพัก โดย 50% ของผู้ที่สนใจจองบ้านพักตากอากาศประเภทนี้ ระบุว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพวกเขา และ 33% รู้สึกตื่นเต้นกับหุ่นยนต์เชฟที่สุด ขณะที่ 26% ต้องการให้หุ่นยนต์ช่วยจัดการเรื่องความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสะดวกสบายสำหรับผู้เดินทางหลายๆ คน แต่ 35% ระบุว่าเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ และ 28% บอกว่านี่คือความภาคภูมิใจที่ได้เข้าพักในที่พักซึ่งเหมือนหลุดออกมาจากนิยายวิทยาศาสตร์
3. Turbulence Test : Gen Z ชอบทริปทดสอบความสัมพันธ์

สำหรับปี 2026 วันหยุดพักผ่อนจะไม่ใช่แค่การเติมพลังเท่านั้น เพราะปีนี้การเดินทางจะกลายเป็นแบบทดสอบความเข้ากันได้ เนื่องจากผู้เดินทางหลายคนวางแผนที่จะใช้เวลานี้ทดสอบความแข็งแรงของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบโรแมนติก มิตรภาพ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงาน
โดย 92% ของผู้เดินทางชาวไทยเปิดรับการเดินทางท่องเที่ยวกับคู่รัก เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนใหม่ เพื่อทดสอบว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีแค่ไหน ซึ่งวิธีที่ผู้เดินทางใช้ทดสอบความสัมพันธ์เหล่านี้มีทั้งสร้างสรรค์และเปิดเผยให้เห็นตัวตนของกันและกันมากยิ่งขึ้น 88% ระบุว่าพวกเขาพิจารณาที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลออกไปเพื่อดูว่าเพื่อนร่วมทางของพวกเขาจะรับมือกับสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดและยากลำบากอย่างไร และอีก 85% รู้สึกสนใจที่จะเดินทางในรูปแบบที่สลับบทบาทกัน ซึ่งผู้ที่เคยวางแผนจะปล่อยให้ผู้ที่มีนิสัยเก็บตัวขึ้นมาเป็นผู้นำของทริป
ผู้เดินทางชาวไทย 89% ยังเปิดรับการเดินทางที่มีข้อจำกัดเพิ่มขึ้น เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ กำแพงภาษา หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่จำกัด ขณะเดียวกัน 88% พร้อมที่จะลดบทบาทของตัวเองเพื่อดูว่าเพื่อนร่วมทริปจะสามารถทำหน้าที่วางแผนการเดินทางแทนได้หรือไม่
ทั้งนี้ ผู้เดินทาง Gen Z เป็นกลุ่มที่ใช้ทริปทดสอบความสัมพันธ์มากกว่าวัยอื่นๆ โดย 91% เปิดใจที่ปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางเพื่อจำลองสถานการณ์ในชีวิตจริงและเพื่อดูว่าความสัมพันธ์เหล่านี้จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
4. Shelf-ie Souvenirs ห้องครัวสู่พื้นที่ความทรงจำการเดินทาง

ในปี 2026 ตู้วางของธรรมดาๆ ในบ้านจะไม่ใช่แค่พื้นที่เก็บของอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงของที่ระลึกจากการเดินทาง ซึ่งสะท้อนทั้งรสนิยม ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวของแต่ละจุดหมายปลายทางได้อย่างชัดเจน
ชั้นวางของที่เคยเต็มไปด้วยแม่เหล็กติดตู้เย็น กำลังถูกแทนที่ด้วยเครื่องครัวและวัตถุดิบดีไซน์สวย ผู้เดินทางจำนวนมากเริ่มมองหาของฝากที่มีทั้งคุณค่าด้านการใช้งานและความสวยงาม เพื่อเปลี่ยนครัวของตัวเองให้กลายเป็นมุมโชว์วัฒนธรรมจากทั่วโลก
จากผลสำรวจพบว่า ผู้เดินทางชาวไทยถึง 87% เลือกซื้อเครื่องครัวหรือวัตถุดิบที่มีดีไซน์โดดเด่นระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นขวดเครื่องเทศวาดมือ หรือขวดน้ำมันมะกอกทำมือที่ใช้ตกแต่งได้ในตัว ขณะที่ 77% ระบุว่าให้ความสนใจกับจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าและอุปกรณ์สำหรับครัวเป็นพิเศษ
เทรนด์นี้ไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณค่าทางจิตใจของผู้เดินทางด้วย โดย 35% มองว่าของที่ระลึกประเภทเครื่องปรุงหรืออาหาร ช่วยพาให้พวกเขาหวนกลับไปนึกถึงความทรงจำในแต่ละสถานที่ทุกครั้งที่ลงมือทำอาหาร
ขณะเดียวกัน 41% เห็นว่าเครื่องครัวจากแหล่งท่องเที่ยวสะท้อนงานฝีมือท้องถิ่น แนวคิดความยั่งยืน และกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ส่วนอีก 20% เลือกเดินทางเพื่อมองหาของที่ระลึกหายาก เครื่องครัวรุ่นลิมิเต็ด หรือบรรจุภัณฑ์ดีไซน์สวย ที่โดดเด่นได้ทั้งบนชั้นวางในบ้านและบนโซเชียลมีเดีย
5. Roadtrip Rewired ต้อนรับทุกประสบการณ์แปลกใหม่

การเดินทางแบบโร้ดทริปในปี 2026 กำลังเปลี่ยนภาพจำเดิมจากการขับรถไปกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน มาเป็นการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบสถานที่แปลกใหม่ หรือการได้รู้จักเพื่อนร่วมทางระหว่างทาง โร้ดทริปจึงไม่ใช่แค่การขับรถจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับการเชื่อมโยงผู้คน และการแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางร่วมกัน
ผลสำรวจพบว่า ผู้เดินทางชาวไทยถึง 95% เปิดรับการใช้รถร่วมกันระหว่างทริป หรือการเดินทางแบบคาร์พูล และ 81% ยินดีใช้แอปพลิเคชันเพื่อค้นหาเพื่อนร่วมทางที่มีเส้นทางใกล้เคียงกัน
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวไทยยังให้ความสำคัญกับโร้ดทริปที่เต็มไปด้วยความยืดหยุ่นและความเซอร์ไพรส์ โดย 95% ชื่นชอบการเดินทางที่ปรับเปลี่ยนแผนได้ตามสถานการณ์, 92% ต้องการโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ๆ และ 93% มองว่าการได้สลับกันขับรถช่วยให้การเดินทางสะดวกและสนุกยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ขับรถเอง การใช้บริการรถร่วมเดินทางหรือพาหนะไร้คนขับ กำลังเปลี่ยนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยให้กลายเป็นการผจญภัยร่วมกัน พร้อมเพิ่มความรู้สึกอิสระในการเดินทางมากขึ้น
ขณะที่คนรุ่นใหม่กำลังเป็นผู้นำเทรนด์นี้อย่างชัดเจน โดย 79% ของผู้เดินทางชาวไทยในกลุ่ม Gen Z เปิดกว้างต่อการใช้รถยนต์ไร้คนขับหรือระบบ AI ในการกำหนดเส้นทาง เมื่อเทียบกับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 61%
นอกจากนี้ เทคโนโลยียังเข้ามาสร้างโอกาสใหม่บนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง โดย 85% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่า พร้อมใช้ AI เพื่อช่วยวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวที่สวยงามและยังไม่เป็นที่รู้จัก พร้อมปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละคน
6. Destined-ations เมื่อพลังแห่งดวงดาวลิขิตการเดินทาง

ในปีนี้ ดวงดาวจะไม่ได้มีบทบาทแค่การทำนายดวงชะตาหรือราศีอีกต่อไป แต่กำลังกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ข้างขึ้นข้างแรมไปจนถึงศาสตร์โหราศาสตร์ ความเชื่อเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศทางใจ” ที่ช่วยชี้นำการตัดสินใจ เปลี่ยนวันหยุดธรรมดาให้กลายเป็นทริปที่สอดคล้องกับพลังงาน จิตวิญญาณ และจังหวะของจักรวาล
ผลสำรวจพบว่า ผู้เดินทางชาวไทย 72% พร้อมปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกแผนการเดินทาง หากหมอดูแนะนำว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม ขณะที่ 75% จะทบทวนแผนทริปใหม่อีกครั้งหากได้รับคำเตือน
นอกจากนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 58% ระบุว่า จะปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางเมื่อดาวพุธโคจรถอยหลัง ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาด้านการสื่อสาร ความคลาดเคลื่อน และความล่าช้าในการเดินทาง
นักท่องเที่ยวไทยจำนวนมากยังมองหาประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับความลึกลับและโหราศาสตร์มากขึ้น โดย 55% ระบุว่า ในขั้นตอนการวางแผนท่องเที่ยว พวกเขาจะพิจารณาอิทธิพลทางดวงดาว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวันเดินทางให้ตรงกับข้างขึ้นข้างแรม วันครีษมายัน หรือการไปเยือนสถานที่ที่เชื่อว่ามีพลังงานสูง
ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่แสดงความสนใจในเรื่องจิตวิญญาณอย่างชัดเจน โดย 65% ของผู้เดินทางชาวไทยในกลุ่ม Gen Z และ 56% ของกลุ่ม Millennial ให้ความสำคัญกับการเดินทางเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต สะท้อนว่าสำหรับพวกเขาแล้วการออกเดินทางไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือเส้นทางของการค้นพบตัวตน
7. Glow-cations การท่องเที่ยวเพื่อดูแลผิว มาแรง

ตั้งแต่การบำบัดผิวด้วยความร้อนแบบดั้งเดิม ไปจนถึงการตรวจดีเอ็นเอและไมโครไบโอมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การเดินทางเชิงสุขภาพกำลังได้รับความนิยมอย่างจริงจังมากขึ้นในปี 2026 โดยเฉพาะ “ทริปเดินทางสู่ผิวเปล่งประกาย” หรือ Glow-cations ที่กลายเป็นรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวเพื่อดูแลผิวโดยเฉพาะ
เป้าหมายของทริปเหล่านี้ไม่ได้มีแค่การพักผ่อนเพื่อเติมพลังเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้ผู้เดินทางกลับบ้านพร้อมผิวที่สดใส แข็งแรง และเปล่งปลั่งอย่างเห็นได้ชัด ผลสำรวจพบว่า ผู้เดินทางชาวไทยถึง 91% สนใจจองทริปที่เน้นการดูแลสุขภาพผิวโดยเฉพาะ โดยมีทรีตเมนต์หลากหลายรูปแบบที่ออกแบบให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ขณะเดียวกัน การพักผ่อนในสปาแบบเดิมๆ กำลังพัฒนาไปสู่การเดินทางเชิงสุขภาพแบบไฮเทค โดย 78% ระบุว่า อาจใช้ AI เพื่อช่วยคัดเลือกจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านผิวพรรณได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
เทรนด์การดูแลผิวระหว่างการเดินทางยังให้ความสำคัญกับความเฉพาะตัวมากกว่าที่เคย โดย 88% เปิดใจรับบริการบำรุงผิวที่เน้นการเติมความชุ่มชื้น ซึ่งถูกออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ 85% ให้ความสนใจกับกระจกอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์รูขุมขนและระดับความชุ่มชื้นของผิว พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือคุณภาพการนอนหลับ โดย 90% ของผู้เดินทางชาวไทยให้ความสำคัญกับที่พักที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอน ภายใต้สภาพแสงและเสียงที่สอดคล้องกับนาฬิการ่างกาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและซ่อมแซมผิวพรรณในระยะยาว
8. Hushed Hobbies ผู้เดินทางมองหาความสงบ

ในปี 2026 “ความเงียบ” กำลังกลายเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับนักเดินทางจำนวนมาก เมื่อผู้คนเริ่มมองหาสถานที่ที่ช่วยพาพวกเขาหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันไปสู่ความสงบของธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่การส่องแมลง ดูนก ตกปลา ไปจนถึงการเก็บของป่า
ผู้เดินทางชาวไทยหันมาให้ความสนใจกับกิจกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ผลสำรวจพบว่า มากกว่าครึ่ง หรือ 54% ตั้งใจเลือกพักผ่อนในสถานที่ที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ขณะที่ 33% หันมาสนใจกิจกรรมเงียบสงบในช่วงวันหยุด เพื่อฝึกความอดทน ทบทวนตัวเอง และคลายความเครียดจากการใช้ชีวิตในเมือง
ขณะเดียวกัน 84% เปิดใจลองทำกิจกรรมส่องผีเสื้อกลางคืนหรือแมลง ส่วน 87% เลือกใช้เวลาว่างไปกับการตกปลาหรือดูนก ขณะที่ 91% ระบุว่า ต้องการเข้าพักในพื้นที่ที่สามารถเก็บหาของป่าในชุมชน เพื่อนำมาปรุงอาหารด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
แม้รูปแบบการพักผ่อนนี้จะเน้นความสงบและการลดสิ่งรบกวน แต่เทคโนโลยียังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเติมเต็มประสบการณ์ ตั้งแต่แอปพลิเคชันที่สามารถระบุสายพันธุ์ผีเสื้อและนกแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงระบบ AI ที่ช่วยแนะนำเส้นทาง ถิ่นที่อยู่อาศัย และฤดูกาลอพยพของสัตว์แต่ละชนิด
การชะลอจังหวะชีวิตลงและปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้นำ ทำให้นักเดินทางเริ่มนิยาม “การเติมพลัง” ในความหมายใหม่ ซึ่งไม่ใช่การพักผ่อนให้มากขึ้น แต่คือการลดความวุ่นวายในชีวิตลง และเปิดพื้นที่ให้ความสงบเข้ามาแทนที่
9. PastPorts จากความทรงจำสู่จุดหมายปลายทาง

การหวนคิดถึงวันวาน ไม่ได้เป็นเพียงการเก็บความทรงจำไว้ในอดีตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เดินทางออกเดินทางกลับไปตามรอยช่วงเวลานั้นในชีวิตอีกครั้ง โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยสำคัญ
ด้วยแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ความทรงจำในรูปของภาพถ่ายเก่า แผนที่ หรือเรื่องราวในอดีต สามารถถูกนำมาแปลงเป็นแผนการเดินทางในอนาคต ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถระบุช่วงเวลาและสถานที่สำคัญในชีวิต และกลับไปเยือนจุดหมายปลายทางเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำและมีความหมายมากขึ้น
สำหรับผู้เดินทางชาวไทย ทริปย้อนความทรงจำเหล่านี้มักเป็นการเดินทางที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างลึกซึ้ง หลายคนยังคงอยากกลับไปสัมผัสช่วงเวลาเหล่านั้นอีกครั้ง เพื่อแบ่งปันความสุข ความผูกพัน และเรื่องราวดีๆ ให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิด
ผลสำรวจพบว่า 91% ต้องการใช้เทคโนโลยีในการช่วยระบุตำแหน่งของสถานที่ในความทรงจำ เพื่อกลับไปสร้างภาพและเรื่องราวในอดีตขึ้นมาใหม่ ขณะที่ 49% ระบุว่าแรงบันดาลใจหลักของการเดินทางประเภทนี้คือการได้กลับไปสัมผัสช่วงเวลาสำคัญร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน 55% ต้องการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็ก เชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต และสัมผัสความรู้สึกของ “การกลับบ้าน” ทั้งในเชิงสถานที่และจิตใจ
ผู้เดินทางจำนวนไม่น้อยยังมองว่าทริปย้อนวันวานเหล่านี้เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต โดย 31% มองว่าเป็นโอกาสในการทบทวนเส้นทางการเติบโตของตัวเอง ขณะที่ 32% ใช้การเดินทางเพื่อกลับไปเชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต และอีก 36% เลือกกลับไปยังสถานที่ที่เคยผ่านช่วงเวลายากลำบาก เพื่อทำความเข้าใจ เยียวยา และปล่อยวางความรู้สึกในใจ
สิ่งที่ทำให้เทรนด์การเดินทางตามรอยความทรงจำแตกต่างจากเทรนด์อื่น คือบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาหล่อเลี้ยงสัญชาตญาณของมนุษย์ในการจดจำอดีต ไม่เพียงแค่ช่วยรื้อฟื้นวันวาน แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้เดินทางได้ตามหารากเหง้าของบรรพบุรุษ เชื่อมโยงความสำคัญระหว่างรุ่นผ่านเรื่องเล่าในครอบครัว หรือแม้แต่ถ่ายภาพซ้ำในสถานที่เดิม เพื่อสร้างความทรงจำที่ทั้งคลาสสิกและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน
10. Modern Milestone Missions ทริปฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่

ในปี 2026 ผู้เดินทางกำลังสร้าง “กฎเกณฑ์ใหม่” ของการเดินทางขึ้นมาเอง ว่าเมื่อใดควรออกเดินทาง และควรออกเดินทางไปเพื่ออะไร โดยไม่ยึดติดกับเหตุการณ์สำคัญแบบเดิมๆ อย่างการแต่งงาน ฮันนีมูน วันครบรอบ หรือการมีลูกอีกต่อไป หากแต่เป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษในชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะตัว สอดรับกับบรรทัดฐานทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ผลสำรวจพบว่า ผู้เดินทางชาวไทย 77% ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับในการตัดสินใจจองทริป ขณะที่เกือบ 19% ต้องการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางในฝัน โดยไม่ต้องรอให้เหตุการณ์สำคัญแบบเดิมๆ มาเป็นตัวกำหนดคุณค่าของการเดินทาง
กระแสของ “ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่” สะท้อนให้เห็นว่า ผู้เดินทางกำลังให้ความสำคัญกับความสำเร็จในแบบของตัวเอง และใช้การเดินทางเป็นเครื่องมือในการเฉลิมฉลองตัวตนและความภาคภูมิใจในชีวิต
ผู้เดินทางชาวไทยถึง 87% มองว่าการเดินทางคือรางวัลสำหรับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก และเหตุผลใหม่ๆ ในการออกเดินทางก็หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะฉลองการได้งานใหม่หรือเลื่อนตำแหน่ง (24%) การได้รับเงินคืนภาษีแบบไม่คาดคิด (14%) การจบความสัมพันธ์ (15%) หรือแม้แต่การเดินทางเพื่ออวดเสื้อผ้าใหม่ๆ (12%)
นอกจากนี้ ความสำเร็จด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตยังกลายเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญ โดยผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 23% เลือกออกเดินทางเพื่อเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญของตัวเอง เช่น การเลิกดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง หรือการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและไลฟ์สไตล์
ในภาพรวม ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางเพื่อพักผ่อนเท่านั้น แต่คือการออกไปค้นหาสิ่งที่ทำให้มีความสุข การให้รางวัลกับตัวเอง และการได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรอการยอมรับจากใคร หรือรู้สึกผิดกับการเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กรุงเทพฯ ครองอันดับ 2 เมืองยอดนิยมในเอเชียช่วงเทศกาลฉลอง "ตรุษจีน"
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

